'ศรีสุวรรณ' หอบเอกสาร-ทำหนังสือความเห็น ยื่นศาล รธน.ประกอบการวินิจฉัยเพิ่ม ชี้บัตรเลือกตั้ง 69 มี 'คิวอาร์โค้ด' ส่อขัดต่อรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2569 ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการฯ อาคาร A นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ทำความเห็นเป็นหนังสือมายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามประเด็นที่ศาลกำหนด พร้อมจัดส่งเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กรณีที่ได้ร้องเรียนผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 213 เพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่า การที่ กกต.จัดทำบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายหรือไม่
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีหนังสือไปยังองค์กรรักชาติ รักแผ่นดินเพื่อให้ทำความเห็นส่งศาลภายใน 15 วัน ภายหลังจากที่องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 13 ก.พ.69 เพื่อขอให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย กรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดทำบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง อาจทำให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับในการใช้สิทธิของผู้เลือกตั้งได้ อันทำให้การเลือกตั้ง สส.ที่ผ่านมาเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ และการออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 ข้อ 129 วรรคสอง ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 มาตรา 84 และมาตรา 86 หรือไม่ ซึ่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณาเมื่อ 18 มีนาคม 2569 โดยกำหนดเป็นเรื่องพิจารณาที่ ต.30/2569 แล้ว
กรณีดังกล่าวองค์กรรักชาติ รักแผ่นดินได้ชี้แจงเป็นรายละเอียดเพื่อยืนยันว่ารหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ที่ กกต.จัดทำไว้บนบัตรเลือกตั้ง ทำให้ทราบผลการลงคะแนนของบุคคลอื่น หรือสามารถระบุตัวผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจากรหัสดังกล่าวได้ แม้ว่าบัตรเลือกตั้ง จะถูกออกแบบมาให้เป็นความลับ แต่ทว่าตัวเลขซีเรียลที่รันบนคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด อาจเชื่อมโยงกับ "ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง" ซึ่งหากมีผู้นำต้นขั้วที่มีชื่อผู้ใช้สิทธิไปตรวจสอบร่วมกับบัตรที่ใช้นับคะแนน ก็อาจเกิดความเสี่ยงในการสาวไปถึงตัวบุคคลได้
อย่างไรก็ตาม แม้การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และขัดต่อหลักการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส แต่หากมีการซื้อเสียงผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง แล้วตั้งการตรวจสอบว่า ผู้รับการซื้อเสียงลงคะแนนให้หรือไม่ ก็สามารถที่จะตรวจสอบการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้น ๆ ผ่านตัวเลขซีเรียลที่รันบนคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด อาจเชื่อมโยงกับ "ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง" ได้ โดยอาจการวางแผนเพื่อทุจริตโดยเจตนากับผู้ควบคุม ดูแลบัตรเลือกตั้ง และต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง รวมทั้งใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่สแกนตรวจ ก็จะทำให้ทราบผลการลงคะแนนของบุคคลอื่น หรือสามารถระบุตัวผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจากรหัสดังกล่าวได้ อย่างไม่ยาก
"ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 85 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ โดยใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ แปลว่า หากกระบวนการใดที่ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ ย่อมขัดต่อรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ใน พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 82 ก็กำหนดให้ กกต.ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม ฉะนั้นการมีระบบที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ก็อาจเอื้อให้เกิดการทุจริตได้" นายศรีสุวรรณ กล่าว

