“ชัยชนะ เปิดโปงขบวนการแรงงานกัมพูชาเถื่อน ออกใบรับรองสุขภาพเก๊ หวั่นโรคระบาดซ้ำรอยอีโบลา จี้สอบ “อดีตผู้บริหารกรมจัดหางาน” เอี่ยวผลประโยชน์ทับซ้อน
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวต่อเนื่องถึงปัญหาความไม่โปร่งใสในระบบแรงงานต่างด้าว โดยระบุว่าพบบางบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ส่งตัวแรงงานกลับประเทศตามกำหนด และปล่อยให้ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต โดยพบข้อมูลที่น่าตกใจ คือ สถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนกับกรมจัดหางานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขปี 2567 ที่มีเกือบ 70 แห่ง มีเพียง 50 กว่าแห่งเท่านั้นที่มีใบอนุญาตถูกต้องตาม กฎหมายสถานพยาบาล ส่วนที่เหลืออีก 10 แห่ง ไม่มีใบอนุญาตแต่กลับสามารถออกใบตรวจสุขภาพให้แรงงานต่างด้าวได้
“สถานพยาบาลที่ไม่มีใบอนุญาต ไม่สามารถออกใบตรวจสุขภาพที่ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดได้ เรื่องนี้อันตรายมาก เพราะหากแรงงานเหล่านี้นำเชื้อโรคระบาด เช่น อีโบลา หรือโรคติดต่อร้ายแรงอื่นเข้ามาโดยไม่มีการคัดกรองที่ถูกต้อง จะสร้างความเสียหายมหาศาลต่อประเทศชาติ” นายชัยชนะกล่าว
นายชัยชนะ กล่าาวต่อว่า สำหรับสถานพยาบาลบางแห่งที่มีปัญหาเรื่องใบอนุญาต ตนพบข้อมูลเชิงลึกว่ามีความเชื่อมโยงกับอดีตผู้บริหารระดับสูงของกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ที่ร่วมมือกับบริษัทนำเข้าแรงงานในสังกัดกระทรวงแรงงานเพื่อแสวงหาผลประโยชน์มิชอบ
"ผมเตรียมรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเสนอต่อ กมธ.การสาธารณสุข สภาฯ เพื่อเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงแรงงาน มาชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเฉพาะประเด็นการปล่อยให้สถานพยาบาลเถื่อนออกใบรับรองแพทย์เพื่อสวมสิทธิ์แรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล มาตรา 35 (4) มีโทษจำคุก 1 ปี และต้องเพิกถอนใบอนุญาตทันที" นายชัยชนะ กล่าว
นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังมีข้อมูลที่เตรียมส่งให้ กมธ.การสาธารณสุข สภาฯ คือ กรณีที่คลินิกเสริมความงามใช้ยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีเครื่องหมาย อย.รับรอง ขณะเดียวกันยังพบว่ามีการใช้เครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้ผ่านการขออนุญาตมาใช้งานกับคนไข้ และที่สำคัญคลินิกหลายแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล
“เราพบข้อมูลที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ มีการตรวจสอบพบว่าคลินิกบางแห่งนำตัวยาที่มีข้อบ่งใช้สำหรับทาภายนอก แต่กลับนำมาใช้ในลักษณะการฉีดเข้าสู่ร่างกายคนไข้ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ทั้งนี้เดิมทีผู้เสียหายมักจะร้องเรียนไปที่ สคบ. แต่ขณะนี้มีคนส่งมาที่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทางพรรคจะเร่งส่งต่อข้อมูลให้ กมธ.สาธารณสุข ตรวจสอบและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด" นายชัยชนะ กล่าว

