"ชัยชนะ" เปิดข้อมูล นอมินีจีนเทา -เจ้าของคอกม้า "นาย ร." ถือทรัพย์สินหรู-ฟอกเงินผ่านสถานบันเทิงไร้ใบอนุญาต จ่อชงข้อมูลให้ กมธ.ฟอกเงิน-กมธ.ตำรวจสอบ
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าตนเตรียมส่งข้อมูลให้กับ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินแลยาเสพติด สภาฯ ที่มีนายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานกมธ. ให้ตวจสอบกรณีที่พบว่า นายทุนเทาชาวจีน ใช้นอมินีคนไทยจดทะเบียนธุรกิจการค้าและถือหุ้นแทนในธุรกิจสถานบันเทิงย่านถนนรัชดา ย่านเหม่งจ๋าย และ ย่านอาร์ซีเอที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการตามกฎหมาย รวมถึงร้านอาหาร ห้องคาราโอเกะ ซึ่งเข้าข่ายเป็นการกระทำฟอกเงิน ทั้งนี้นอมินีของชาวจีนพบว่าทำหน้าที่เป็นบัญชีม้าา ซึ่งเป็นเครือข่ายคอกม้า มีเจ้าของอักษรย่อ "ร." อายุ 30 ปี จากประวัติพบว่าเคยถูกจับฐานลักลอบเข้ากัมพูชาโดยผิดกฎหมายเมื่อปี 2563 ซึ่งบุคคลดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ทั้งนี้มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันอาศัยที่จังหวัดนนทบุรี
นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังมีฝ่ายบัญชี คอยกดเงิน มีผู้ถือครองทรัพย์สิน ซึ่งทรัพย์สินนาย ร. จะนำฝากไว้ที่เพื่อน 2 คน เป็นยานพหนะ และที่ดินฝากไว้ที่บิดาและมารดา รวมถึง นาย ร. ได้จดทะเบียนบริษัท แต่ไม่มีการส่งงบการเงิน เช่นเดียวกับมารดา นาย ร. ที่มีการจดทะเบียนบริษัท แต่ไม่เคยส่งงบการเงิน และที่น่าแปลกใจ พบว่า มีทรัพย์สินจำนวนมาก และยังมีบ้านหรูมูลค่า 20 ล้านบาทย่านนนทบุรี
"นาย ร. และผู้ที่ทำหน้าที่ผู้จัดการคอกม้า มีคดีเช่นเดียวกัน ซึ่งทราบว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้กับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดให้ปราบปรามเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ซึ่งผมในฐานะนิติบัญญัติ จะติดตามและตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกัน เพราะหากไม่หยุดยั้งแก๊งสแกมเมอร์ สังคมไทยจะยังมีปัญหาอาชญากรรมเกิดขึ้น" นายชัยชนะ กล่าว
นายชัยชนะ กล่าวด้วยว่านอกจากนั้นยังมีกรณีที่ชาวจีนเทา เปิดธุรกิจห้องคาราโอเกะส่วนตัว (KTV) ที่พบว่าได้ลงทุนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท โดยดัดแปลงอาคารพาณิชย์เป็นห้อง เพื่อทำเป็นผับส่วนตัว และพบการมั่วสุมยาเสพติด ซึ่งเรื่องดังกล่าว ตนไม่ทราบว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรับทราบด้วยหรือ และลงตรวจพื้นที่เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกรุงเทพมหานครบ้างหรือไม่ เพราะจากสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งประธาน กมธ.การตำรวจ สภา และได้ลงไปตรวจสอบพื้นที่ ที่กระทำผิด จนถึงขณะนี้ อาคารดังกล่าวยังคงเปิดกิจการอยู่ ดังนั้น หลังจากนี้ตนจะส่งเรื่องให้ กมธ.การตำรวจชุดใหม่ ลงไปตรวจสอบอีกครั้ง

