"สภาฯ" ขอ "ปปส." ปูพรมตรวจสารเสพติด “ตร.รัฐสภา” ด้าน “โสภณ” สั่งเข้ม ให้ดูแลเรื่องสมรรถภาพของข้าราชการ ย้ำต้องเข้มแข็ง-น่าเกรงขาม
ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ฐานะรัฐสภา ได้มอบนโยบายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา สำนักรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่กลุ่มงานยานพาหนะ สำนักการคลัง และสำนักงบประมาณ ตอนหนึ่งว่า ในมุมมองของตนเอง ข้าราชการรัฐสภาเหมือนเป็นลูกจ้างพนักงานช่วยเหลือการประชุม ทั้งที่ข้าราชการรัฐสภามีเกียรติและศักดิ์ศรีไม่แพ้ข้าราชการส่วนอื่น เช่น อัยการ ทั้งนี้ในปัจจุบันสภาฯ กำลังพัฒนา และเปลี่ยนแปลง ซึ่งโครงสร้างอาคารรัฐสภาส่วนใดที่จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์กับประชาชนไม่ใช่เฉพาะที่ประชุมสภาขอให้พัฒนาต่อไปเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน
“การประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภานัดแรก ผมได้ตั้งกรรมการขึ้นมาศึกษาระเบียบข้าราชการรัฐสภาที่ไม่ทันสมัย เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานและเพื่อให้ข้าราชการทำงานอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี มีความสุข ฐานะประธานรัฐสภา จะพยายามเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการทำหน้าที่ และส่งเสริมคนที่มีความรู้ความสามารถให้เติบโตในหน้าที่ได้” นายโสภณ กล่าว
นายโสภณ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ต้องดูแลทั้งตัวอาคารรัฐสภา และบุคคลที่เข้ามาใช้พื้นที่ในอาคารรัฐสภา ส่วนข้าราชการตำรวจรัฐสภาต้องทำตัวให้เหมือนตำรวจ ทำให้มีควาน่าเชื่อถือ โดยต้องฝึกอบรมการทำหน้าที่อยู่เสมอ อย่าให้เกิดเหตุวัวหายแล้วล้อมคอก ดังนั้นต้องพร้อมในทุกสถานการณ์ เช่น เหตุการณ์ที่ตนเองเคยเจอตั้งแต่เป็นสส.จนถึงทุกวันนี้ เมื่อประธานสภาเชิญสส.ออกจากห้องประชุม ไม่มีตำรวจสภาคนไหนกล้าอุ้มสมาชิกออกจากห้องประชุมเลยสักครั้ง ดังนั้นตำรวจสภา จึงต้องทำตัวให้น่าเกรงขาม และต้องเป็นสภาตัวอย่างไม่ปล่อยปละละเลยในเรื่องของยาเสพติดด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานมอบนโยบายดังกล่าว สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้ตรวจปัสสาวะของข้าราชการตำรวจรัฐสภาทุกคน ซึ่งนายโสภณได้เดินตรวจความเรียบร้อยด้วยตนเอง และกล่าวตอนหนึ่ง ว่า “ผมไม่ได้มาจับผิด หรือทำลาย แต่เพื่อแก้ไขปัญหา และได้เชิญเจ้าหน้าที่ ปปส. ซึ่งเป็นหน่วยงานภายนอกมาตรวจสอบ เพื่อยืนยันว่ารัฐสภาทำจริง เพื่อเป็นตัวอย่างการแก้ไขปัญหายาเสพติด”
จากนั้น นายโสภณ ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงงการตรวจหาสารเสพติดของเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รัฐสภาและพนักงานขับรถของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีทั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดและเรื่องความมั่นคง ดังนั้นต้องตรวจสอบเพราะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสมรรถภาพ ที่ต้องไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด อีกทั้งต้องมีระเบียบวินัย มีความเข้มแข็งไม่น้อยกว่าตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อเตรียมพร้อมต่อการดูแลพื้นที่และสถานการณ์ความไม่สงบต่างๆ ในพื้นที่ให้ปลอดภัยของสถานที่และบุคคล

