วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'กมธ.กีฬา' จี้รัฐบาลทบทวน-ต่อรองลดลิขสิทธิ์บอลโลก2026

'กมธ.กีฬา' จี้รัฐบาลทบทวน-ต่อรองลดลิขสิทธิ์บอลโลก2026

“กมธ.กีฬา“จี้ รัฐบาลทบทวน-ต่อรองลดค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026  จ่อเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจง สัปดาห์หน้า บอกเข้าใจทุกการตัดสินใจในยุควิกฤติเศรษฐกิจ

ที่รัฐสภา นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส. นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกีฬา สภาผู้แทนราษฎร แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนต่อกรณีการใช้เงินกองทุนกีฬาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ว่า   1.เรื่องโซนเวลาของการถ่ายทอดสด เพราะการแข่งขันอยู่ในประเทศโซนสหรัฐอเมริกา แคนนาดา และเม็กซิโก ซึ่งมีเวลาแตกต่างกับประเทศไทย ทำให้การถ่ายทอดสดอยู่ในช่วงเวลา 03.00-09.00 น. ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะหาสปอนเซอร์สนับสนุนในเรื่องเงินที่จะเป็นค่าลิขสิทธิ์

2. เรื่องค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด จากที่ทราบจากข่าวจะใช้ ประมาณ 1,300 ล้านบาท แต่ข้อเท็จจริงแล้วยังมีค่าภาษี ประมาณ 300 ล้านบาท และค่าเทคนิคอีก 100 ล้านบาท รวมแล้วต้องใช้เงิน 1,700 ล้านบาท และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติถอดกฎ Must have แล้ว หมายความว่ากสทช. ไม่จำเป็นต้องใช้เงินกองทุน ซึ่งเป็นเงินของประชาชนมาสนับสนุน

"สิ่งที่สำคัญคือการคิดค่าลิขสิทธิ์ อยากให้รัฐบาลทบทวนและต่อรอง เช่น ประเทศจีนมีการลดค่าลิขสิทธิ์ลง 20% ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศไทยคิดกับอัตราเดียวของจีนเหลือค่าลิขสิทธิ์ประมาณ 300 กว่าล้านบาท" นายวัชรพล กล่าว

นายวัชรพล กล่าวว่าต่อว่า  3. บทเรียนจากปัญหาการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปี 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ในเรื่องราคาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่สูงมาก การแย่งสิทธิ์ถ่ายทอดสดระหว่างค่ายมือถือกับทีวีดิจิทัล และปัญหาสัญญาณรั่วไหลข้ามพรมแดน ส่งผลให้ในปัจจุบันภาคเอกชนอาจไม่กล้าเข้ามาเป็นผู้สนับสนุน เพราะเล็งเห็นถึงความไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และ 4. การพนันที่มักพ่วงมากับมหกรรมกีฬา โดยเฉพาะปัญหาการเข้าถึงพนันออนไลน์ที่ทำได้ง่ายขึ้น ส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาหนี้สิน อาชญากรรม และปัญหาสังคมนามมา 

นายวัชรพล กล่าวว่า ในวันที่ 27 พ.ค. นี้ กมธ.การกีฬาจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบถามในประเด็นดังกล่าวว่าผลของความคืบหน้าและงบประมาณที่จะเสียไปกว่า 1,700 ล้านบาท ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความคิดเช่นไร และสิ่งที่สำคัญที่สุดคืออยากให้รัฐบาลทบทวนและพิจารณาแนวทางในการต่อรองว่าจะทำอย่างไร ที่จะเจรจาลดค่าลิขสิทธิ์ให้ได้มากที่สุด รวมถึงการที่คำนึงถึงใช้งบประมาณของรัฐบาลให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้วิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนี้เกิดปัญหากับประชาชน หากสุดท้ายไม่ว่าทางรัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร ทางกมธ.ฯและประชาชนจะเข้าใจ เพราะอยู่ในช่วงที่มีปัญหาอย่างมาก 

เมื่อถามว่าทางกมธ. มองว่าอยากให้ภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมช่วยรัฐบาลในการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลก นายวัชรพล กล่าวว่ารัฐบาลต้องเจรจาค่าลิขสิทธิ์ เพราะตนทราบว่าในการคิดค่าลิขสิทธิ์มาจากความนิยมในชาตินั้น ซึ่งเป็นเรื่องตลก แต่เหตุที่เขายอมลดค่าลิขสิทธิ์ให้กับประเทศจีนและประเทศอินเดีย เพราะมีจำนวนประชากรเยอะ กลัวเสียการตลาด ดังนั้นตนจึงเชื่อมั่นว่าในหลายประเทศ ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ และเชื่อว่าในยุคปัญหาน้ำมันแพง หากเจ้าของลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก คงจะมีการดำเนินการในการต่อรอง และเชื่อว่ารัฐบาลไทยสามารถต่อรองได้