วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘สก.ส้ม’ ความหวังสุดท้าย ‘ปชน.’ วางระบบ-เครือข่าย สู้ ‘ชัชชาติ’

‘สก.ส้ม’ ความหวังสุดท้าย ‘ปชน.’ วางระบบ-เครือข่าย สู้ ‘ชัชชาติ’

เหลืออีกราว 1 สัปดาห์ 28 พ.ค.2569 นี้ จะเปิดรับสมัครแคนดิเดตชิงเก้าอี้ “ผู้ว่าฯ กทม.” จะได้เห็นหน้าค่าตา ใครอาสามาเป็น “พ่อเมืองหลวง” คนใหม่ 

โดยหลายพรรค-หลายกลุ่มทยอยเปิด “ตัวเต็ง” กันไปเกือบหมดแล้ว ดาวเด่นหนีไม่พ้น “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อดีตผู้ว่าฯ กทม.ยังคงกระแสสูง คะแนนนิยมนำลิ่ว และมีแนวโน้มสูงคว้าชัยเข้าวินเป็นสมัยที่ 2

ส่วนตัวละครทางการเมืองที่ต้องมาขับเคี่ยวกันว่า ใครจะเป็นที่ 2 แรงกดดันมาตกอยู่ที่ 2 พรรค ได้แก่ พรรคส้ม ในยานพาหนะคันที่ 3 อย่างพรรคประชาชน (ปชน.) แชมป์เมืองหลวงป้ายแดงในการเลือกตั้งล่าสุด และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตแชมป์เมืองหลวงยุคเก่าแก่

ตัดภาพมาที่พรรค ปชน.ที่ส่ง “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อดีต สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับสูงปรี๊ด สะท้อนให้เห็นว่า เขาได้รับความไว้วางใจอย่างมากจาก “กลุ่มเพื่อนเอก-โปลิตบูโร” 

โดยประวัติคร่าว ๆ ของเขา ก่อนหน้านี้คือ หนึ่งในทีมเศรษฐกิจทันสมัยของพรรคก้าวไกล รวมถึงมีความเชี่ยวชาญระดับนักยุทธศาตร์ด้านข้อมูลและเทคโนโลยีการเงิน ตำแหน่งสุดท้ายคือ รองผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ทว่า ประเด็นที่น่าสนใจคือ การตัดสินใจส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคส้ม กลายเป็นการส่งคน “ขัดตาทัพ” ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 เพราะว่าไม่สามารถหา “คนเหมาะสมที่สุด” มาได้ 

‘สก.ส้ม’ ความหวังสุดท้าย ‘ปชน.’ วางระบบ-เครือข่าย สู้ ‘ชัชชาติ’

โดยในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2565 ขณะนั้น ว่ากันว่า พรรคได้ทาบทาม “หญิงสาวนักธุรกิจใหญ่” เพื่อมาลง แต่ถูก “มาดามหลังม่าน” เบรกเอาไว้ ส่งผลให้ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ต้องลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ มาลงสมัครรับเลือกตั้งแทน แล้วคะแนนพ่ายแพ้ไปแบบหมดรูป ได้เพียงอันดับ 3

มาคราวนี้ปี 2569 ดูเหมือนว่า ปชน.ยัง “ไม่สรุปบทเรียน” ความพ่ายแพ้ยับเยินเมื่อ 4 ปีก่อน โดยยังควานหาตัวบุคคลที่ “เหมาะสมที่สุด” มาลงสมัครชิงพ่อเมืองหลวงไม่ได้ อาจเป็นเพราะยังคงติดกับดักคำว่า “ยังไงก็แพ้ชัชชาติ” ส่งผลให้ต้องเคาะตัวกันนาทีสุดท้าย ส่ง “ดร.โจ ชัยวัฒน์”  

หลังจากก่อนหน้านี้ พยายามควานหาตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2568 เบื้องต้นมีกระแสข่าวว่าทามทาบ “ผู้พันปุ่น” น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตแกนนำพรรคไทยสร้างไทย แต่สุดท้าย “ดีลไม่ลงตัว” ทำให้ ปชน.ต้องไปโฟกัสเรื่อง “เลือกตั้ง 69” ก่อน จนสุดท้ายเมื่อจบศึกเลือกตั้ง จึงเริ่มทาบทามคนมาลงสมัครชิงผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรค

โดยส่วนใหญ่เป็นทีมงาน “The Professionals” แคมเปญ และแผนยุทธศาสตร์ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง 69 

ไม่ว่าจะเป็น “เพียงพนอ บุญกล่ำ” ทนายความ และทีมบริหารประชาชนด้านการปฏิรูปรัฐ “รวิศ หาญอุตสาหะ” ผู้บริหารแบรนด์เครื่องสำอางศรีจันทร์ แต่ทั้ง 2 ชื่อดังกล่าวยังไม่ลงตัว หรือแม้แต่ “วัลลภ ตรีฤกษ์งาม” อดีตรองประธานกรรมการบริหาร Suzuki Motor (Thailand) Co., Ltd. ที่ปัจจุบันเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 57 ของพรรคส้ม เป็นต้น

‘สก.ส้ม’ ความหวังสุดท้าย ‘ปชน.’ วางระบบ-เครือข่าย สู้ ‘ชัชชาติ’

เมื่อไม่ได้ชื่อข้างต้น พรรค ปชน.พยายามแก้เกม โดยทาบทาม “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” อดีต สส.บัญชีรายชื่อ อดีตรองหัวหน้าพรรค และอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคก้าวไกล เมื่อปี 2565 แต่เจ้าตัวได้ปฏิเสธ โดยปัจจุบัน “วิโรจน์” ตกเป็น 1 ใน 44 อดีต สส.ก้าวไกล ถูกศาลฎีกา พิจารณาคดีฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม กรณีร่วมกันลงชื่อและเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ส่งผลให้ท้ายที่สุดหวยมาออกที่ “ดร.โจ ชัยวัฒน์” ซึ่งเขาให้สัมภาษณ์ “พูดตรง ๆ” ผ่านสื่อว่า หากไม่มีปัญหา หรือความซับซ้อนจากคดี 44 สส.ก้าวไกล ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด และคดีอยู่ในชั้นศาลฎีกา คนที่อยู่ตรงนี้อาจจะไม่ใช่ตัวเอง แต่เป็น “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” แต่เมื่อคดียังไม่มีความชัดเจน ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร การจะส่งวิโรจน์ มาลงสมัคร จึงเป็นเรื่องที่พรรคคิดว่าไม่ควร

ดังนั้น เป้าหมายสำคัญในการเลือกตั้ง กทม.ปี 69 คือการปูพรมกวาด สก.ให้ได้รับเลือกตั้งมากที่สุดแทน เพื่อคอย“คัดง้าง” นโยบายต่างๆ ของผู้ว่าฯ กทม.ที่อาจ“สุ่มเสี่ยง” ในสายตาของ“พรรคส้ม”แทน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลายโครงการยุค “ชัชชาติ” ถูกหน่วยงานรัฐ หรือองค์กรอิสระเข้าไปตรวจสอบ โดย “ดร.โจ ชัยวัฒน์” ถึงกับพูดถึงในการแถลงข่าวเมื่อ 19 พ.ค.ที่ผ่านมาตอนหนึ่งว่า สมัยผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบันเอง ก็มีหลายโครงการที่ส่อทุจริต 

เช่น โครงการเช่ารถขยะ EV มูลค่าราว 4 พันล้านบาท ป.ป.ช. ได้ทำหนังสือถึง ครม. ให้ตรวจสอบ หรือโครงการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย ที่มีมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท ค้านสายตาคนทั้งประเทศ รวมถึงโครงการซ่อมสภา กทม.มูลค่า 194 ล้านบาท ที่มีการตั้งข้อสังเกต "พื้นที่ทิพย์" พิรุธในการคำนวณและใส่ตัวเลขขนาดพื้นที่ซ่อมบำรุงเกินกว่าความเป็นจริงถึง 10 เท่า เพื่อปั่นราคากลางให้สูงเกินจริง จะเห็นได้ว่าการทุจริตมีทุกยุคทุกสมัย

ดังนั้นนโยบาย ปชน.ที่จะใช้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเข้ามาดูกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้งบประมาณของ กทม. อาจกระทบชิ่งไปถึง “ชัชชาติ” ด้วยว่า กทม.ยุคใหม่ ต้องการ “ระบบที่ดี” ไม่ใช่ “ผู้ว่าฯที่ดี”

‘สก.ส้ม’ ความหวังสุดท้าย ‘ปชน.’ วางระบบ-เครือข่าย สู้ ‘ชัชชาติ’

ยุทธศาสตร์ของพรรคส้มในการเลือกตั้ง กทม.ครั้งนี้ จึงกลายเป็นการวาง “เครือข่าย” เพื่อต่อยอดในการเลือกตั้ง กทม.ปี 2573 ที่ “ชัชชาติ” จะหมดสิทธิ์ลงสมัครพ่อเมืองหลวง (หากชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ และได้เป็น 2 สมัย) ในตอนนั้น “พรรคส้ม” จะได้ “แกนนำตัวจริง” กลับมานำพรรคอีกครั้ง นั่นคือ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ-ปิยบุตร แสงกนกกุล” ที่ “พ้นโทษแบน” จากคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่

อย่างไรก็ดี ในส่วนของ “ปิยบุตร” ณ เวลานี้อยู่ระหว่าง “เว้นวรรคการเมือง” และแนวคิดเหมือนจะเดิน “คนละทาง” กับ “กลุ่มเพื่อนเอก-โปลิตบูโร” พรรค ปชน.คงต้องรอดูว่า กว่าจะถึงช่วงเวลาดังกล่าว เขาจะคัมแบ็กมาช่วยเหลือพรรคอีกหรือไม่

ในการเลือกตั้ง กทม.ปี 2565 พรรคส้ม บนยานพาหนะคันที่ 2 คือ “ก้าวไกล” ได้จำนวน สก.ไปทั้งหมด 14 ที่นั่ง (ในจำนวนนี้มีบางส่วน โยกย้ายไป “พรรคเศรษฐกิจ”) ขณะที่ “เพื่อไทย” ยังคงครองแชมป์ 20 เก้าอี้ ส่วน ปชป.ได้ไป 9 ที่นั่ง

ที่สำคัญประมาท “ค่ายสีฟ้า” ไม่ได้ เพราะการกลับมาของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ส่งผลให้องคาพยพ “อนุรักษนิยมเมืองหลวง” ไหลมารวมกันที่ ปชป.อีกครั้ง เห็นได้จากคะแนนเสียงการเลือกตั้ง สส.2569 ในพื้นที่ กทม. พรรคนี้กระเตื้องขึ้นอย่างมาก หลายเขตขึ้นมาอยู่อันดับ 2-3 แม้ว่าทั้งหมดจะพ่าย “พรรคส้ม” ที่ชนะยกจังหวัดได้ไป 33 ที่นั่งก็ตาม

การโฟกัสไปยังการเลือกตั้ง สก.จึงสำคัญกว่าตัว“ผู้ว่าฯ กทม.” เพื่อปูทางวางรากฐาน“ระบบ-เครือข่าย” ชิงแต้มบรรดา สก.ที่คอยหนุนหลัง“ชัชชาติ” ปูทางสู่การเป็น“ตัวเต็ง” ชิง“พ่อเมืองหลวง” ในการเลือกตั้งครั้งถัดไปอีก 4 ปีข้างหน้า

ยุทธศาสตร์นี้ของ “พรรคส้ม” จะประสบความสำเร็จอย่างที่ฝันไว้หรือไม่ 28 มิ.ย.นี้ รอลุ้นกัน