สภาฯ ชง “รัฐบาล” แก้อุบัติเหตุจุดตัดรถไฟให้เป็นระบบ เสนอให้เงินเยียวยาเหยื่อที่เสียชึวิตรายละ 10 ล้านบาท ด้าน “สส.ปชป.” แนะ “นายกฯ” บวงสรวงองค์นรสิงห์จำลองใหม่
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ ได้พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา 4 ญัตติ ว่าด้วยอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางที่จุดตัดบนถนนอโศก-ดินแดง เมื่อ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีตัวแทนจาก 4 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ เสนอ เพื่อให้สภาฯพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหา ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ
โดยนายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายเสนอญัติตอนหนึ่งว่า อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ที่เกิดขึ้น นอกจากจะมุ่งแก้ปัญหาเรื่องโครงสร้างระบบขนส่งแล้ว ควรทบทวนพิจารณาเรื่องเงินเยียวยาผู้เสียหายใหม่ เพราะความผิดมาจากระบบขนส่งของรัฐ ขณะที่ผู้สูญเสียเป็นกลุ่มเปราะบาง รายได้น้อย เป็นเสาหลักครอบครัว จึงควรได้รับการเยียวยาที่สมเหตุสมผล เท่าที่ทราบได้เงินเยียวยาจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) 1.7ล้านบาท และขสมก. 3.4แสนบาท รวมแล้วประมาณ 2ล้านบาท ควรพิจารณาเงินเยียวยาใหม่ เมื่อเทียบกับกรณีที่ศาลเคยมีคำพิพากษาให้ขสมก.จ่ายเงินชดเชยกรณีที่มีผู้โดยสารตกรถเมล์เสียชีวิต เมื่อปี2547 เพราะจู่ๆ ประตูเปิด ซึ่งศาลให้ชดเชยเงินเยียวยา 9.8ล้านบาท บวกดอกเบี้ย รวมเป็น 10ล้านบาท
ขณะที่ นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย อภิปรายเสนอญัตติด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนความล้มเหลวระบบคมนาคมไทยที่ไร้ระเบียบวินัย ทั้งปล่อยให้รถเมล์ไปคร่อมทางรถไฟ การให้รถไฟบรรทุกสินค้าหนักวิ่งเข้าเมือง อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาจาก 4ปัญหาคือ 1.สภาพจราจรแยกอโศก-เพชรบุรี บีบให้รถเดินหน้าและถอยหลังไม่ได้ 2.กฎหมายไม่เด็ดขาด เส้นทแยงเหลืองเป็นแค่สีทาถนน ควรบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น ห้ามรถค้างบนรางรถไฟ มีการติดกล้องซีซีทีวี ปรับกันจริงจัง หากมีรถเข้าไปในเส้นทแยงเหลือง และใช้กล้องเอไอตรวจจับรถค้างบนราง แจ้งเตือนไปยังคนขับรถไฟ การแก้ปัญหาไม่ควรจบที่หาใครสักคนมารับผิด แต่ต้องจบที่พัฒนาระบบคมนาคม เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียอีก
ทางด้าน นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเสนอญัตติว่า กรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ไม่ให้รถไฟวิ่งเข้ากทม.ชั้นใน อาจจบปัญหาหนึ่ง แต่ไปสร้างปัญหาใหม่ เพราะรถไฟเป็นเส้นเลือดคนมีรายได้น้อย หากยกเลิกเท่ากับสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ดังนั้นขอให้ไปทบทวนศึกษาให้ดี ขณะเดียวกันเรื่องวิศวกรรมจราจร ต้องไปแก้ระบบสัญญาไฟจราจรให้สอดคล้องกันทุกแยก
ขณะที่การอภิปรายของ สส. นั้นสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาจุดตัด ทางแยก ทางร่วมของรถไฟและถนน เพื่อให้ความปลอดภัยสูงสุดกับประชาชน รวมถึงแก้ปัญหาของโครงสร้างพื้นฐานที่ยังมีปัญหา นอกจากนั้นต้องพิจารณาถึงการบังคับใช้กฎหมายและสร้างวินัยให้กับประชาชน ฐานะผู้ใช้ทางและผู้ให้บริการเดินรถทุกระบบ
ทั้งนี้ในช่วงหนึ่งของ นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่าด้วยความเป็นห่วง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่เป็นนายกฯ 2 สมัย พบเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้น ได้เกิดขึ้นจริง เช่น ธรณีสูบ น้ำท่วมใหญ่ รถไฟชน ชายแดนกระเพื่อม
“ผมสายมูเหมือนท่านนายกฯ ด้วยประสบการณ์ที่เรื่องเกิดขึ้น ผมไม่ทราบว่าเป็นเพราะองค์นรสิงห์จำลองหรือเปล่า ที่ นายกฯ เอามาบวงสรวงไม่รู้ผิดหรือถูก ผมเป็นห่วง แล้วท่านเอาสายมงคลมาคาดเอวองค์นรสิงห์จำลองผมไม่รู้ที่ทำนั้น ทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้หรือไม่ ผมฝากให้ท่านแก้ไขและบวงสรวงใหม่ ผมเป็นห่วงเดี๋ยวเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า” นายทักษ์เดชอภิปราย
ทั้งนี้หลังจากการอภิปรายแล้วเสร็จ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ฐานะประธานในที่ประชุม ได้ใช้อำนาจสภาฯ ส่งญัตติที่เสนอส่งให้ ครม.ดำเนินการ

