วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สมช.ไฟเขียว ส่งน้ำมันเครื่องบินช่วยเวียดนาม-ฟิลิปปินส์

สมช.ไฟเขียว ส่งน้ำมันเครื่องบินช่วยเวียดนาม-ฟิลิปปินส์

“สมช.” ไฟเขียวส่งน้ำมันเครื่องบินช่วยเวียดนาม-ฟิลิปปินส์ ไม่กระทบปริมาณสำรอง-การใช้ในประเทศ พร้อมต่ออายุแก้ปัญหาชาติพันธุ์ 4.8 แสนคน คุมสินค้าชายแดน

เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ตามวาระปกติ โดยนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมในช่วงต้น ก่อนมอบหมายให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่ประธานการประชุมต่อ

รายงานข่าวจากที่ประชุม เปิดเผยว่า สมช.เห็นชอบหลายมาตรการสำคัญด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งการส่งออกน้ำมันอากาศยานให้เวียดนามและฟิลิปปินส์ การขยายเวลาแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงการเดินหน้าควบคุมสินค้าตามแนวชายแดน เพื่อสกัดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

สำหรับกรณีการส่งออกน้ำมันอากาศยานนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาข้อหารือร่วมของกระทรวงพลังงานและกระทรวงการต่างประเทศ หลังรัฐบาลเวียดนามและฟิลิปปินส์ร้องขอความร่วมมือจากไทย โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ

เนื่องจากเป็นการดำเนินการในฐานะมิตรประเทศและรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน พร้อมยืนยันว่าการส่งออกดังกล่าวจะไม่กระทบต่อปริมาณสำรองและการใช้น้ำมันภายในประเทศ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ขยายเวลาการดำเนินการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลของกลุ่มชาติพันธุ์ที่อพยพเข้ามาอาศัยในประเทศไทยเป็นเวลานาน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ต.ค.2567 ออกไปอีก 1 ปี

ปัจจุบันมีผู้เข้าข่ายได้รับการแก้ไขปัญหาทั้งหมดประมาณ 480,000 คน โดยที่ผ่านมาได้รับการรับรองสถานะแล้วกว่า 140,000 คน ขณะที่ยังเหลืออีกกว่า 300,000 คน อยู่ระหว่างการดำเนินการ จึงมอบหมายให้กรมการปกครองเร่งรัดตรวจสอบสถานะทางทะเบียนและคัดกรองบุคคลอย่างรัดกุม

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตามมติ สมช. ของกระทรวงกลาโหม ในการออกประกาศตามพระราชกำหนดการควบคุมสินค้าตามแนวชายแดน พ.ศ.2524 เพื่อควบคุมการลักลอบขนส่งสินค้าตามแนวชายแดน และป้องกันไม่ให้ถูกนำไปสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ มีรายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลงนามในประกาศดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มาตรการควบคุมสินค้าชายแดนมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ภายใต้กรอบการรักษาความมั่นคงของประเทศอย่างเข้มข้น