วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'ศุภณัฐ' ชี้ปมรถไฟชนรถเมล์ ต้นตอบังคับใช้กฎหมาย ติดใจคดี พขร.

'ศุภณัฐ' ชี้ปมรถไฟชนรถเมล์ ต้นตอบังคับใช้กฎหมาย ติดใจคดี พขร.

'ศุภณัฐ' โฟกัสเคส 'รถไฟชนรถเมล์' ต้นตอจากการบังคับใช้กฎหมาย รับยังติดใจคดี พขร.อยู่ไหน ไร้หน่วยงานยันชัดเจน ด้าน รฟท.จี้แก้ปัญหาจุดตัด 

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม กมธ. กรณีเหตุการณ์ รถไฟชนรถเมล์ ณ แยกมักกะสัน ว่า ประเด็นแรกเรื่องการเยียวยาผู้เสียชีวิตได้รับเงิน 2,390,000 บาท แต่ติดปัญหาที่ยังจ่ายไม่ได้ เนื่องจากมีจำนวน 2 ราย ที่ยังพิสูจน์อัตลักษณ์ไม่ได้ ส่วนอีก 6 ราย เป็นเรื่องเซอร์ไพรส์มากที่ทางประกันแจ้งว่าไม่มีเลขประจำตัวของผู้เสียชีวิต

ซึ่งทาง กมธ. ได้ให้ไปดำเนินการ โดยให้ตำรวจส่งเลขประจำตัวไปให้บริษัทประกันในขณะนั้น ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยืนยันกับกมธ.ว่าระบบเป็นไปตามมาตรฐานสากลแล้ว ทั้งนี้ การสื่อสารระหว่างคนขับรถไฟและนายสถานีเป็นไปตามปกติ กมธ.จึงเสนอให้ไปอัพเกรดระบบ เช่น การติดกล้องเพิ่ม ซึ่งกล้องวงจรปิดที่ได้จากหน่วยงานต่างๆ ยังมีปัญหาเรื่องระบบเวลาไม่ตรงกัน 

นายศุภณัฐ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาไม่มีระเบียบของรฟท. ที่รองรับการตรวจสารเสพติดเลย มีแค่ตรวจตอนสมัครงานครั้งแรกและต่ออายุใบอนุญาต แต่ระหว่างการทำงานนั้นไม่มีการตรวจ แต่ในขณะนี้มีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ขนส่งทางรางที่ออกมาใหม่

หลังจากนี้ รฟท.จะรับไปดำเนินการ อย่างไรก็ตาม รฟท. เรียกร้องว่าจุดตัดกับถนนมีเยอะเกินไปตามเส้นทางมีทุก 1 กิโลเมตร ถ้าจะให้หยุดทุกจุดคงไม่ต้องไปไหน ยังไม่ทันได้ออกตัวก็เตรียมหยุดแล้ว มีการเรียกร้องไปถึงการบริหารจัดการจราจร เพราะนายสถานีต้องเป็นคนทำทุกอย่าง ทั้งเอาไม้กั้นลง ไปโบกธง ใช้วิทยุสื่อสาร จัดการจราจร ในพื้นที่บริเวณนั้น มีการเปรียบเปรยว่าลองมาทำดูหรือไม่ ซึ่งตนเข้าใจจริงๆว่าไม่มีคนช่วย และแยกรถไฟมี 2 ด้านจะบริหารจัดการอย่างไร นอกจากนี้ระบบจราจรบริเวณแยกไม่ได้เป็นระบบ AI เหมือนแยกเพชรบุรี มีความวุ่นวายมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบัญชาการอยู่หน้าพื้นที่

นายศุภณัฐ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการไม่ให้รถไฟเข้าเมือง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าเป็นแค่การศึกษาเท่านั้น  ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ทำให้หน่วยงานต้องกลับมาทบทวนเรื่อง Missing link ไม่ต้องรอรถไฟฟ้า 3 สนามบินแล้ว โดยจะแยกสัญญาออกมาและนำเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยด่วน ยืนยันว่าเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเป็นปัญหาหลัก เพราะไม่ได้มีมาตรฐานชัดเจนระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและการรถไฟ และปัญหาใหญ่คือ กทม.ไม่มีกล้องซีซีทีวีที่จับการกระทำผิดได้ทั้งสิ้นเลย ส่วนในพื้นที่อื่นเราเข้าใจว่ากทม.ใช้กล้องตรวจจับผู้กระทำความผิดแล้วส่งให้ตำรวจ แต่ในความเป็นจริง เอาไปไว้ในถังข้อมูลกลาง ซึ่งตำรวจจะเอาไปดำเนินคดีหรือไม่ก็ได้ กทม.ไม่ได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนจึงถามว่าจับแล้วไม่ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วจะบังคับใช้กฎหมายได้อย่างไร และตำรวจก็มีข้อจำกัดเรื่องต้นทุนในการดำเนินคดี เช่น การส่งไปรษณีย์ เจ้าหน้าที่ก็ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังพบว่าคนที่กระทำผิดจำนวนมากไม่มีใบขับขี่ ทำให้ไม่สามารถยึดใบขับขี่หรือปรับแต้ม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางตำรวจอยากให้แก้ไขพ.ร.บ.รถยนต์ 

เมื่อถามว่า มีอะไรที่ยังติดใจหรือไม่ นายศุภณัฐ กล่าวว่า คงเป็นตัวคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามบอกว่าเป็นเรื่องสำเนาต่างๆ ดังนั้น ภาพกล้องวงจรปิดบางส่วนกมธ.ได้มาจากรฟท. และโซเชียลมีเดีย ซึ่งทั้งแยกนี้มีกล้องประมาณ 10 ตัวเท่านั้น โดยต้องใช้กล้องดูตั้งแต่รถไฟไปจนถึงพฤติกรรมขับขี่ ทำให้มีมุมภาพน้อย ต้องเอามาจากกล้องของประชาชนเพิ่มเติม และที่เราติดใจคือคนขับอยู่บนรถหรือไม่ อย่างไร อยากให้ช่วยคำนวณระยะเบรกและการโบกธง ซึ่งปัญหาหลักตนคิดว่าเป็นเรื่องวินัยจราจรมากกว่า ที่กมธ.หลายท่านก็มองในมุมนี้ คนไม่เคารพกฎหมายจราจร แต่แน่นอนว่าเราต้องแก้ปัญหา วิศวกรรมจราจร เปิดโอกาสให้รถไปได้ ส่วนระยะเบรกยืนยันว่า 200 เมตรเป็นไปไม่ได้ และจุดที่คนขับอยู่ในช่วยเหตุ ยังไม่มีการยืนยัน ต้องรอให้ตำรวจสอบสวน ไม่มีฝ่ายใดยืนยันว่าอยู่ตลอดหรือไม่