‘หมอวาโย’ เผยส่งคำร้อง-หลักทรัพย์ ขอประกันตัว ‘โตโต้ ปิยรัฐ’ หลังศาลอุทธรณ์สั่งคุก 3 ปี คดี ม.112 ‘ณัฐพงษ์’ ปลุกมองภาพใหญ่ แก้กฎหมายปิดปากประชาชน
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีศาลจังหวัดกาฬสินธุ์มีคำพิพากษากลับในคดีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 สั่งจำคุก นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน 3ปี ไม่รอลงอาญา ว่า เรื่องนี้ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์มีคำพิพากษากลับในคดีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่ง นายปิรัตน์ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถูกสั่งฟ้องโดยพนักงานอัยการ แล้วศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง แต่ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีคำพิพากษาจากศาลอุทธรณ์ส่งให้ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ให้พิพากษากลับเป็นจำคุก 3 ปีโดยไม่รอลงอาญา ซึ่งขณะนี้ตัวนายปิยรัฐ ก็ยังอยู่ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมทนายความที่ได้เตรียมเอกสาร และหลักทรัพย์ยื่นขอประกันตัวแล้ว โดยต้องดำเนินการประกันตัวให้ทันภายใน 4 โมงเย็นวันนี้ ไม่เช่นนั้น ก็จะถูกคุมขังตามคำพิพากษาของศาลไปก่อน ทำให้นายปิยรัฐ ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 อนุมาตรา 6 ทำให้สถานภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุด แม้ว่าจะได้รับการประกันตัวภายหลังก็ตาม
นพ.วาโย กล่าวว่า ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตเมื่อศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาเสร็จแล้วก็จะเข้าสู่อำนาจของศาลฎีกาต่อไป เจ้าพนักงานศาล จะต้องถือคำร้องตัวหมายนี้ไปส่งที่ศาลฎีกาว่าจะมีคำสั่งออกมาอย่างไร แต่เนื่องจากศาลฎีกาอยู่ในกรุงเทพ ระยะทางห่างกันกว่า 6 ชั่วโมงครึ่ง จึงเกรงว่าไม่ทัน ดังนั้น โอกาสที่นายปิยรัฐจะหลุดจากความเป็นสส.จึงมีสูง อย่างไรก็ตามตนเชื่อมั่นว่าในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยมีการใช้เทคโนโลยีอยู่แล้ว
และในกรณีนี้อยู่คนละจังหวัด ดังนั้นศาลจังหวัดก็จะชอบด้วยการประสานงานด้วยวิธีต่างๆ กับศาลฎีกาที่กรุงเทพฯ หรือแม้แต่ศาลจังหวัดเองก็สามารถบริหารอำนาจในการมีคำสั่งให้มีการประกันตัวนายปิยรัฐ หรือจำเลยคนอื่นๆ ที่ต้องพิพากษาเองก็ได้ คิดว่าศาลท่านน่าจะต้องคำนึงอยู่แล้วถึงสถานภาพพิเศษของจำเลยคือความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตาม ในกรณีเลวร้ายสุดทำให้นายปิยรัฐพ้นจากความเป็นสส. ก็จะมีเลื่อนลำดับสส.บัญชีรายชื่อของพรรคขึ้นมาแทน ซึ่งจะมีการประสานงานกับรัฐสภาอยู่แล้ว ว่าจะมีการเลื่อนลำดับและเข้าสู่การปฏิญาณตนต่อไป ทั้งนี้ เนื่องจากเราเตรียมพร้อมทั้งคำร้อง และหลักทรัพย์ประกันตัวไปด้วยแต่แรก ดังนั้นกระบวนการจากทางเราไม่ช้าแน่นอน
นพ.วาโย กล่าวว่า เรื่องนี้มีการเทียบเคียงกับคดีเมื่อหลายปีก่อน ที่นายพุทธิพงศ์ ปุณณกันต์ และสส. อีกราวๆ 5 คน ที่ต้องคำพิพากษาและเข้าไปอยู่ในเรือนจำประมาณ 2 คืน ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมา ทำให้เกิดความเสียหายต้องเลือกตั้งใหม่ด้วย ซึ่งเป็นที่ตั้งข้อสังเกตทางกฎหมายอยู่พอสมควรว่า กระบวนการยุติธรรมสามารถอำนวยความสะดวกรวดเร็วได้หรือไม่ เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้น จึงเชื่อว่าในส่วนของศาลน่าจะมีการถอดบทเรียนกรณีศึกษาเรื่อยๆ อยู่แล้ว ก็น่าจะมีการพัฒนากันมาพอสมควร รวมถึงการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์มาร่วมด้วย อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาการยื่นคำร้อง หรือการอำนวยความสะดวกทางธุรการผ่านกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์ของศาลมีความลดน้อยถอยลงพอสมควร ในฐานะที่ตนเป็นประธานการาธิการศาล ก็จะมีการศึกษาเรื่องนี้ต่อไป
"คิดว่า ด้วยประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมา ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แนวทางหรืออุดมการณ์ของเรา การทำงานของเราก็ไม่ได้กระทบมากนัก ถึงแม้เหตุการณ์นี้ออกมาเป็นกรณีเลวร้ายที่สุดซึ่งจริงๆ ผมยังคาดหมายและคาดหวังอย่างสูงมากว่า โอกาสน่าจะออกมาเป็นคุณได้ เพราะกระบวนการทางศาลได้พัฒนาไปมากแล้ว อย่างน้อยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะช่วงโควิดกระบวนการต่างๆ ก็รวดเร็วขึ้นเยอะ แต่ถ้าเกิดกรณีแบบนั้นขึ้นจริงๆ ก็เป็นที่หน้าเสียดายที่ทางพรรคก็จะขาดกำลังของผู้แทนราษฎรในสภาไป เพราะนายปิยะรัตน์มีความ Active ในการทำงานสภามากพอสมควร" นพ.วาโย กล่าว
ส่วน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ตอนนี้เรื่องดังกล่าวยังอยู่ในการพิจารณาและอยู่ในอำนาจของศาล ซึ่งเราเชื่อมั่นในกระบวนการศาลว่าท่านจะให้ความเป็นธรรมและอำนวยความยุติธรรมให้กับพวกเรา แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราพยายามเรียกร้องมาตลอด จึงอยากให้มองภาพใหญ่ในเรื่องการแก้ไขระบบยุติธรรม กระบวนการยุติธรรมในประเทศซึ่งไม่ใช่แค่กรณีของนายปิยรัฐและน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน เท่านั้น แต่ยังมีประชาชนคนธรรมดาที่ออกมาต่อสู้เรียกร้องเรื่องสิทธิเสรีภาพ ต่อสู้เรียกร้องทางการเมืองต่างๆ แต่รัฐและผู้มีอำนาจรัฐในปัจจุบันกลับใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือฟ้องร้องปิดปาก รวมถึงกาวิพากษ์เรื่องอื่นๆ อย่างการเรียกร้องในการแก้ไข นโยบาย เช่น โครงสร้างพลังงานของประเทศ ซึ่งตนและนักวิชาการบางส่วนถูกกลุ่มทุนพลังงานที่อาจจะมีความยึดโยงกับรัฐบาล หรือคนมีอำนาจรัฐ ใช้กระบวนการยุติธรรมฟ้องร้องปิดปากเช่นเดียวกัน
“ดังนั้นในมุมนี้ไม่อยากให้มองที่ตัวบุคคล พวกเราจึงอยากช่วยกันส่งเสียงเรียกร้องให้นายปิยรัฐไม่ต้องถูกคุมขัง ไม่ต้องพ้นจากการเป็นสส. แต่ปัญหานี้ใหญ่กว่าตัวบุคคล เราพยายามผลักดันกฎหมายAnti-SLAPP Law แก้ไขกระบวนการยุติธรรมไม่ให้มีการฟ้องร้องปิดปา กเราเห็นด้วยกับข้อเสนอของอาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ว่า ขณะนี้มีผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างคุมขังจำนวนมาก ทั้งจากการไม่มีเงินค่าปรับ ไม่มีเงินค่าประกันตัวก็ตาม ดังนั้นการแก้ไขกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ประชาชนได้สิทธิเสรีภาพมากที่สุด เป็นสิ่งที่พรรคประชาชนไม่เคยละเลย และเราก็ผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่มาโดยตลอด” นายณัฐพงษ์ กล่าว

