สภาฯ เห็นชอบร่างกม.อำนวยความสะดวกพิจารณาอนุญาต ตาม สว.แก้ไข “พริษฐ์” ลุกถามความใส่ใจงานสภา “อนุทิน” ปมขู่ฟ้อง กรณีสินบนใบอนุญาต แทนออก กม.ปิดช่อง
ที่รัฐสภา ในการประชุมรัฐสภา วาระพิจารณาเรื่องด่วน ที่ประชุมได้เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ.... ด้วยเสียงเห็นชอบ 432 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง
ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวเป็นฉบับที่ สภาฯ ที่ 26 ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว และวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติม จึงส่งคืนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมายังสภา เพื่อพิจารณาต่อไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 137 (3) เมื่อที่ประชุมสภาฯ เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาถือว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา และจะได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 81 ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการลงมติ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เสนอโดยสภาฯชุดที่ผ่านมาโดยพรรคประชาชนและร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) สมัยที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีสาระคือทบทวนระบบขอใบอนุญาตให้รวดเร็ว ปิดช่องการทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งนี้ในส่วนที่วุฒิสภาแก้ไขเพียง 1 มาตรา คือ มาตรา 23 นั้นสามารถยอมรับได้ เพราะเป็นเพียงการเชื่อม 2 นวัตกรรมทางกฎหมาย ให้อำนาจบางอย่างกับรัฐบาลให้ออกพระราชกฤษฎีกาได้ แต่ต้องส่งให้สภาฯ เพื่อทักท้วงภายในกรอบ 30-60 วัน แต่หากไม่มีการทักท้วงสามารถประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้ผลบังคับใช้ได้ หากสภาฯ หรือ สว. ไม่ทักท้วงเนื้อหาตามกรอบเวลา และหากสภาฯ เห็นชอบ จะทำให้ร่างกฎหมายบังคับใช้ได้เร็ว และรัฐบาลจะได้อำนาจรื้อระบบใบอนุญาตให้รวดเร็ว โปร่งใส
นายพริษฐ์ อภิปรายต่อว่าตนอดสงสัยไม่ได้ ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ใส่ใจงานสภาฯ ต่อร่างกฎหมายที่ริเริ่มโดยฝ่ายค้านหรือรัฐสภาชุดก่อนหรือไม่ เพราะหากใส่ใจจริง เมื่อถูกถามต่อกรณีที่มีผลสำรวจพบว่ามีหน่วยงานเรียกรับสินบนจากใบอนุญาตต่างๆ นายกฯ ควรดำเนินการทันที ผ่านการใช้ประโยชน์จากร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เพื่อทบทวนกระบวนการขอใบอนุญาตที่รวดเร็วและโปร่งใส และควรตอบได้ทันทีว่า เตรียมกฎหมายลูกไว้กี่ฉบับ เพื่อทำให้นำร่างกฎหมายมาใช้ประโยชน์ได้จริง
"แต่สิ่งที่เห็นคือ นายกฯ ขู่ฟ้องคนทำแบบสำรวจและโยนบาปให้รัฐบาลชุดก่อน ทั้งที่นายกฯ อยู่ในรัฐบาลมาทุกยุค รวมถึงลล่าสุด บอกว่าคนอื่นรู้จักตนเองไม่ได้ ทั้งที่นายกฯ เองมากกว่าที่รู้จักประโยชน์ของกฎหมายไม่ดีเพียงพอและไม่รู้จะนำร่างกฎหมายอำนวยความสะดวก มาบังคับใช้เพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชัน แก้ปัญหาสินบนจากการเรียกรับใบอนุญาตอย่างไร” นายพริษฐ์ อภิปราย
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ อภิปรายเสนอว่า หลังจากที่ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวผ่าน ขอให้สภาฯ ตั้งคณะทำงานยกร่างหรือกำหนดแนวทางว่าข้อบังคับต่อกรณีที่สภาฯ จะต้องพิจาณาพระราชกฤษฎีกาตามร่างกฎหมายดังกล่าวที่รัฐสภาเสนอ เพราะตนเข้าใจว่าในร่างกฎหมาย ที่ให้รัฐบาลส่งร่างพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับการอนุญาตให้สภา พิจารณาภายใต้กรอบเวลา 30-60 วัน อาจต้องเสนอญัตติและการพิจารณา
โดยนายโสภณ ชี้แจงต่อนายอภิสิทธิ์ ว่าสภาฯ ได้เตรียมการเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยหากครม.เสนอพระราชกฤษฎีกาให้สภาฯ ประธานสภาฯต้องแจ้งให้ทราบ และหากผู้ใดมีประเด็นเสนอญัตติต่อสภาเพื่อให้พิจารณา ว่าจะมีมติทักท้วงหรือไม่

