วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม 2569

Login
Login

โจทย์ ‘นโยบายเมืองหลวง’ ‘ผู้ว่าฯกทม.’ หวยล็อก?

โจทย์ ‘นโยบายเมืองหลวง’  ‘ผู้ว่าฯกทม.’ หวยล็อก?

ศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) 50 เขต ที่กำลังจะชี้ชะตากันในวันที่ 28 มิ.ย.2569 เห็นสัญญาณชัดว่า ทุกก้าวย่างของของบรรดา “แคนดิเดตผู้ท้าชิง” ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครที่ลงสนามในนามอิสระ หรือตัวแทนพรรคการเมือง เวลานี้กำลังเปิดหน้าท้าชนกันเต็มระบบ

ที่น่าสนใจคือ หากย้อนดูผลสำรวจ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2569 ในหัวข้อ “เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.2569 น่าตื่นเต้นไหม” โดยมีการสำรวจระหว่างวันที่ 5-6 พ.ค.2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวม 1,310 หน่วยตัวอย่าง

น่าสนใจตรงที่ คำถามแรก ถามถึงการเมืองระดับประเทศส่งผลต่อการตัดสินใจของคนกรุงเทพมหานคร ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในวันที่ 28 มิ.ย.2569 พบว่า 33.97% ระบุว่า ไม่ส่งผลเลย รองลงมา 22.98% ระบุว่า ค่อนข้างส่งผล  

ถัดมารายชื่อและประวัติของผู้ที่จะเป็น “รองผู้ว่าฯกทม.” ส่งผลต่อการตัดสินใจของคนกรุงเทพมหานคร ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พบว่า 30.61% ระบุว่า ไม่ส่งผลเลย รองลงมา 24.20% ระบุว่า ค่อนข้างส่งผล 23.59% ระบุว่า ส่งผลมาก

ขณะที่ความน่าตื่นเต้น ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พบว่า 32.59% ระบุว่า ไม่น่าตื่นเต้น เพราะพอจะคาดเดาได้ว่าผู้สมัครรายใดจะได้รับการเลือกตั้ง 

รองลงมา 29.24% ระบุว่า ไม่น่าตื่นเต้น เพราะใครได้รับการเลือกตั้งก็เหมือนกัน 22.06% ระบุว่า น่าตื่นเต้น เฉพาะผู้สมัครประมาณ 2-4 คนเท่านั้น ที่มีสิทธิได้รับการเลือกตั้ง และ 16.11%  ระบุว่า น่าตื่นเต้น เพราะผู้สมัครทุกคนมีสิทธิได้รับการเลือกตั้ง

โจทย์ ‘นโยบายเมืองหลวง’  ‘ผู้ว่าฯกทม.’ หวยล็อก?

 

ข้อมูลจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำกรุงเทพมหานคร(กกต.กทม.) เปิดผยจำนวนประชากรที่มีสิทธิเลือกตั้งสนามเมืองหลวงรอบนี้ อยู่ที่ 4,507,523 คน ถือว่าใกล้เคียงกับการเลือกตั้งสส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งมีจำนวนผู้มีิสิทธิเลือกตั้ง 4.5 ล้านคน จำนวนนี้กลุ่ม“ผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก” หรือ“First voter” 3.2-3.4 ล้านคน

ทว่า ภายใต้บริบทการเมืองที่แตกต่างกันระหว่างการเมือง “สนามใหญ่” และ “สนามเล็ก” เห็นชัดถึงผลสำรวจ“นิด้าโพล”

 33.97% ที่ระบุว่า การเมืองระดับประเทศ ไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจของคนกรุง 

ย่อมส่งผงถึงยุทธศาสตร์ การเดินเกมของบรรดา“ผู้สมัคร” และ“พรรคการเมือง” ที่ีไม่อาจใช้กลยุทธ์เดียวกัน ระหว่างสนามสส. และสนามกทม.ได้

โดยเฉพาะ “พรรคประชาชน” ที่ส่ง “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แม้จะมีฐานเสียง “สส.ส้ม” ปกคลุมเมืองหลวงทั้ง 33 เขต  มีคะแนนสส.เขต 1,271,065 คะแนนบัญชีรายชื่อ 1,318,906  และคะแนนในส่วนของ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” รอบที่แล้วลงชิงผู้ว่ากทม.ในนามพรรคก้าวไกล ปัจจุบันแปรสภาพเป็นพรรคประชาชน 253,938 คะแนน

โจทย์ ‘นโยบายเมืองหลวง’  ‘ผู้ว่าฯกทม.’ หวยล็อก?

ไม่ต่างจาก “พรรคประชาธิปัตย์” ที่ส่ง “เจมส์”อนุชา บูรพชัยศรี เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรค แม้จะมีคะแนนพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งสส.ครั้งล่าสุด ในระบเขต 325,308 คะแนน และระบบบัญชีรายชื่อ 293,212 คะแนน 

รวมถึงคะแนนในส่วนของ “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รอบที่แล้วลงชิงผู้ว่ากทม. ในนามประชาธิปัตย์ 254,723 คะแนน สกลธี ภัททิยกุล ลงชิงในนามอิสระ 230,534 คะแนน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ในนามกลุ่มรักษ์กรุงเทพ ได้ 214,825 คะแนน เวลานี้ทั้ง “สกลธี” และ “อัศวิน” อยู่ในสถานะแนวร่วมพรรคฟ้า

แต่อย่าลืมว่า “ศึกเลือกเมืองหลวง”รอบนี้ ยังมีคะแนนพรรคการเมืองที่ “ไม่ส่งผู้สมัคร” โดยเฉพาะในส่วนของ “2 พรรคใหญ่” ทั้ง“พรรคภูมิใจไทย”ได้คะแนนสส.ในระบบเขต 429,870 ในระบบบััญชีรายชื่อ 515,227 คะแนน และ“พรรคเพื่อไทย” ได้คะแนนสส.ในระบบเขต 399,444 คะแนนในระบบบััญชีรายชื่อ 289,451  

ในส่วนของพรรคเพื่อไทย แม้รอบนี้ไม่ส่งผู้สมัคร แต่บรรดาสก.เพื่อไทยเดิม หลายคนประกาศสนับสนุน “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ที่กำลังปั้น ทีม “Work work work กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงชิงผู้ว่าฯกทม.ในนามอิสระอีกสมัย ขณะที่บางส่วนย้ายไปสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ อีกส่วนลงชิงในนามอิสระ 

ยังไม่นับรวมคะแนนพรรคเล็กพรรคน้อย ที่เดินยุทธศาสตร์ส่งผู้สมัครหวังเก็บแต้มปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อ “ตีตั๋วผู้แทน” เข้าสภาฯ ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา  

 ต้องลุ้นว่า คะแนนในส่วนของ 2 พรรคการเมืองใหญ่ที่“ไม่ส่งผู้สมัคร” รวมไปถึงคะแนนพรรคเล็กพรรคน้อย จะเทไปในทิศทางใด ภายใต้โจทย์ที่กำลังประชันขันแข่งในเชิงนโยบาย“เมืองหลวง” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุง