วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'ศุภณัฐ' แนะรัฐปัดฝุ่นมิสซิงลิงก์ แก้ปัญหา หลังเหตุรถไฟชนรถเมล์

'ศุภณัฐ' แนะรัฐปัดฝุ่นมิสซิงลิงก์ แก้ปัญหา หลังเหตุรถไฟชนรถเมล์

20 พ.ค. กมธ.คมนาคม เรียกอธิบดีกรมราง-ขสมก.-ตร. แจงเหตุรถไฟชนรถเมล์ 'ศุภณัฐ' ลุยถามตรวจสารเสพติด พขร.บ่อยแค่ไหน แนะปัดฝุ่น 'มิสซิงลิงก์' เชื่อมชานเมือง

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม ของสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการนำเรื่องอุบัติเหตุ รถไฟชนรถเมล์ บริเวณแยกอโศก-ดินแดง เข้าสู่การพิจารณาใน กมธ. พรุ่งนี้ (20 พ.ค. 69) ว่า แบ่งเป็น 3 เรื่อง เรื่องแรก คือสาเหตุซึ่งไม่ใช่แค่กรณีนี้กรณีเดียวแต่ที่ผ่านมามีอุบัติเหตุในพื้นที่คาบเกี่ยวอย่างไรบ้าง และมีปัญหาการจอดคร่อมเลนจราจรอย่างไรบ้าง ซึ่งต้องดูภาพรวมของสาเหตุก่อน 

ส่วนเรื่องที่ 2 คือการแก้ไขปัญหาทั้งเชิงวิศวกรรมจราจร การจัดการจราจรก็ดีหรือในมิติของการรถไฟ การเชื่อมระบบต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการบริหารที่ง่ายขึ้นนี่คือในส่วนของระยะสั้น และระยะกลาง แต่ระยะยาวคือเรื่องโครงการที่ต้องมีการประกันหรือไม่ เช่น โครงการมิสซิ่งลิงก์ (Missing Link) ซึ่งที่ผ่านมาเงียบไปหลายปี และเรื่องที่ 3 การติดตามเรื่องการเยียวยาให้กับประชาชนซึ่งมีหลายส่วน เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ก็บอกว่ามีเงินประกันในส่วนต่าง ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องมีคือ One Stop Service เพื่อรวบรวมประสานงานติดต่อ เพราะประชาชนไม่สามารถทราบได้ว่ามีเงินจากช่องทางไหนบ้าง หรือมีสิทธิประกันอะไรบ้างซึ่งหน่วยงานรัฐควรมีเจ้าภาพดำเนินการเรื่องนี้

เมื่อถามว่า 18 พ.ค. ที่ผ่านมาตรวจพบยาเสพติด ของคนขับรถไฟจะนำมาพิจารณาใน กมธ. หรือไม่ นายศุภณัฐ กล่าวว่า ถูกต้องแต่เรื่องนี้ หนังสือเชิญของคณะกรรมาธิการได้ออกไปก่อน ในเรื่องการตรวจสารเสพติดก็ต้องมีการตรวจสอบเช่นเดียวกัน เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการรถไฟฯ หรือ หน่วยงานอื่น ๆ เช่น ขสมก. มีการตรวจสอบเรื่องนี้ถี่ขนาดไหน ข้อมูลที่มีการตรวจสอบมีการบันทึกข้อมูลไว้อย่างไร แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อประชาชนว่า บุคคลนี้ที่มาขับรถไฟหลุดรอดการตรวจสอบมาได้อย่างไร หากรัฐบอกว่ามีการตรวจสอบอยู่แล้ว

อีกส่วนหนึ่งคือหนังสือคำชี้แจงของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ที่ออกมาชี้แจงไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระยะในการเบรก ซึ่งชี้แจงตรงข้ามกับอธิบดีฯ ก็ต้องมีการสอบถามกันตอบว่าคำนวณกันอย่างไร รวมถึงปัญหาภายในของรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจำนวนผู้ขับว่ามีเพียงพอหรือไม่ ซึ่งจะเป็นคำถามเสริม

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องการออกใบอนุญาตให้คนขับรถไฟ แต่หลายคนไม่มีใบอนุญาต จะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไร นายศุภณัฐ กล่าวว่า ต้องฟังทางการรถไฟก่อน แต่ต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ใบอนุญาตหมดอายุแล้วอยู่ระหว่างการต่ออายุ แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ หรือที่เรียกว่าผ่อนผันไปก่อน อีกส่วนคือ ที่มีการบรรจุเพิ่มเติมแต่อาจยังไม่ได้รับการบรรจุเต็มอัตรา ทำให้งานโหลดอยู่ที่เจ้าหน้าที่มากเกินไป และต้องบอกว่าทางสหภาพฯออกหนังสือชี้แจงมาช้าไปนิด หากออกหนังสือมาไวกว่านี้ตอนเย็นดีที่จะเชิญสหภาพฯ มาชี้แจงร่วมด้วย แต่หากประเด็นในสัปดาห์นี้ยังถกกันไม่จบ ตนก็ยินดีที่จะเชิญสหภาพฯ มาชี้แจงเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้าเพราะเราต้องฟังเสียงทั้งสองฝ่าย

เมื่อถามว่าเท่าที่ดูข้อเท็จจริงมาทางสหภาพฯ บอกว่าหากยึดตามใบอนุญาต อาจเหลือคนขับรถไฟเพียงแค่ 200-300 คน บอกว่าเป็นเช่นนี้หรือไม่ นายศุภณัฐ กล่าวว่า ต้องให้ทางหน่วยงานชี้แจ้งก่อนเพราะต้องฟังทั้งสองฝ่าย แต่สไตล์การทำงานของกรรมาธิการเรา จะไม่เหมือนภาครัฐ ที่ปล่อยให้หน่วยงานชี้แจงหรือนำสิ่งที่หน่วยงานชี้แจงเท่ากับเป็นความจริง แต่ของเราจะเป็นหน่วยงานชี้แจงมาและมีหน้าที่หาข้อเท็จจริง ฉะนั้นเราจะไม่ได้ฟังแค่หน่วยงานชี้แจงแล้วจบ แต่เราจะติดต่อผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เข้ามาช่วยซักถามด้วย


เมื่อถามว่า นายพิพัฒน์ ชี้แจงว่าจะมีการลดการใช้ รถไฟผ่านใจกลางเมือง แล้วให้ประชาชนที่จะเข้าเมืองใช้ขนส่งสาธารณะอื่น เห็นด้วยกับโมเดลนี้หรือไม่ นายศุภณัฐ กล่าวว่า ต้องไปดูที่มาที่ไปของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงก่อน ตอนที่วางแผนไว้วางเชื่อมกันหมด ทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก มารวมที่สถานีกลางบางซื่อ พอท่านไปเปลี่ยนรูปแบบแบบนี้ เท่ากับท่านบอกว่ารัฐบาลสนับสนุนการเดินทางทางถนนเป็นหลัก ไม่ใช่ทางรางหรือไม่ คำถามคือโครงการที่มีการวางแผน มีการคิดมาตั้งนานแล้ว จะทำอย่างไร ตนคิดว่าแผนไม่ได้ผิด มันผิดที่เราปฏิบัติตามโครงการช้าเกินไป เราให้ความสำคัญกับรถไฟฟ้าสามสนามบิน จนทำให้โครงการนี้เกิดไม่ได้ หรือเกิดได้ช้า ซึ่งยังคาราคาซังอยู่ ต้องกลับไปถามว่า เรื่องนี้คุณจะเคลียร์อย่างไร คุณกำลังเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน ที่ไม่ดำเนินการตามสิ่งที่ตัวเองประมูล และพยายามดำเนินการแก้ไขสัญญา เพื่อผลประโยชน์ของผู้ประมูลหรือไม่ และเป็นสิ่งที่ภาครัฐควรทำหรือไม่ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาหลายปีแล้ว แต่รัฐบาลก็ยังไม่ฟันธง แล้วจะมาเปลี่ยนในเวอร์ชั่นนี้แทน ตนคิดว่าไม่ตอบโจทย์ประชาชนในระยะยาว ซึ่งในระยะยาวควรจะเป็นการเชื่อมกัน ของระบบรางมากกว่าพึ่งพาระบบถนน 

ส่วนที่ นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดที่จะขุดอุโมงค์ บริเวณจุดตัดมักกะสัน นายศุภณัฐ กล่าวว่า ถ้าขุดอุโมงค์สำหรับรถผ่าน อย่าลืมว่าตรงบริเวณนั้น ก็มีโครงสร้างใต้ดินอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีเรื่องระบบประปา โครงสร้างต่างๆ อยู่ในพื้นที่นั้นเช่นกัน ต้องย้อนกลับไปว่าโครงการที่เขาคิดมาตั้งนานแล้ว ทำไมไม่นำมาดำเนินการ หรือที่ไม่กล้าดำเนินการ เพราะกลัวถูกโยงกับ โครงการรถไฟเชื่อมสามสนามบิน ที่เป็นจุดบอดของรัฐบาล 

เมื่อถามว่านอกจากปัญหาโครงสร้างแล้ว ยังมีเรื่องวินัยจราจรที่คนวิพากษ์วิจารณ์กัน นายศุภณัฐ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนแตกออกเป็น 4 ประเด็น คือ เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย บริบทวิศวกรรมทางจราจร เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารจัดการภายในองค์กรการรถไฟ ซึ่งหากลงรายละเอียดเรื่องการจราจร ต้องไปดูที่ตนขอบันทึกสถิติว่าในพื้นที่นี้มีการทำผิดกฎหมายจราจรบ่อยแค่ไหน และที่ผ่านมา มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ มีการดำเนินการอย่างไร 

นอกจากนี้ ยังต้องดูว่าที่ประชาชนทำผิดกฎหมาย มีเหตุผลประกอบหรือไม่ เช่น เขาไม่สามารถไปได้ รถขวางทางอยู่ตลอด เค้าก็ไปต่อไม่ได้ เราจะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร และอย่างที่บอกว่าต้องเอาโครงการ missing link นำกลับมาหรือไม่ แต่การนำไปศึกษา ตนก็คิดว่าเป็นการถ่วงเวลา 3 เดือน กระแสเงียบก็จบ ประเทศไทยเราจะอยู่แบบนี้หรือ แผนเดิมไม่ดำเนินการ พอเกิดปัญหาคุณบอกเปลี่ยนแผนใหม่ หรือเริ่มต้นใหม่เพื่อขอถ่วงเวลา