วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'ชัยวัฒน์' เปิดนโยบายกรุงเทพฯโปร่งใส ใช้ AI ปิดช่องฮั้วประมูล

'ชัยวัฒน์' เปิดนโยบายกรุงเทพฯโปร่งใส ใช้ AI ปิดช่องฮั้วประมูล

'ดร.โจ ชัยวัฒน์' เปิดนโยบาย 'กรุงเทพฯโปร่งใส' ชูระบบ Bangkok Redflag AI ปิดช่องโหว่ฮั้วประมูล แฉโครงการทุจริต สมัยอดีตผู้ว่าฯ กทม.หลายคน ไม่เว้นแม้ยุค 'ชัชชาติ'

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 ที่พรรคประชาชน (ปชน.) นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) พรรคประชาชน แถลงนโยบาย "กรุงเทพฯ โปร่งใส เอไอปราบโกง" ว่า ปัญหาการทุจริตเป็นปัญหาเรื้อรังอยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน และถือเป็นปัญหาที่บ่อนทำลายความเจริญก้าวหน้าของการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศไทย ที่มีงบประมาณใส่ไปเท่าไหร่ก็รั่วไหลไปสู่กระเป๋าคนเพียงหยิบมือ ทำให้การพัฒนาต่างๆ การใช้งบประมาณสำหรับให้สวัสดิการ การพัฒนาประเทศทำได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

และการทุจริตที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการทุจริตโดยการโกงกินงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน การเรียกรับสินบนต่างๆ ล้วนเกิดขึ้นในทุกระดับทั้งรัฐบาลกลาง ท้องถิ่น สำหรับ กทม.ที่มีงบประมาณแสนล้านบาท พวกเรามองเห็นโอกาสในการแก้ไขปัญหาทุจริตเรื้อรังของการคอร์รัปชั่นที่จะคืนเงินให้คนกรุงเทพฯ กว่า 2 หมื่นล้านบาทโดย 1 หมื่นล้านบาทแรกมาจากการป้องกันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นจากการทำโครงการจัดซื้อจัดจ้าง และอีก 1 หมื่นล้านบาทเป็นการประหยัดเงินจากการแก้ไขปัญหาจากการเรียกรับสินบน เรียกรับส่วย 

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ในฐานะแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ขอนำเสนอวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ โปร่งใส เอไอปราบโกงเพื่อยกระดับการตรวจสอบงบประมาณและการปราบปรามการทุจริตด้วยเทคโนโลยีเอไอ เพราะเชื่อว่าการวางระบบที่ดีต่อให้มีใครอยากโกงก็จะทำได้ยาก ตนขอถามว่าเรามีผู้ว่าฯ มาแล้วกี่คน แต่ทำไมทุกยุคทุกสมัยยังมีการทุจริตเสมอมา

'ชัยวัฒน์' เปิดนโยบายกรุงเทพฯโปร่งใส ใช้ AI ปิดช่องฮั้วประมูล

สำหรับ กทม.ที่ผ่านมาเราเลือกกันมาแล้วกี่ครั้ง เชื่อว่ามีผู้ว่าฯ เป็นคนดีเข้ามาแล้วแต่ทำไมปัญหาเหล่านี้ไม่เคยหมดไป หากย้อนไปอดีต เช่น สมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ก็มีการทุจริตโครงการรถ เรือ ดับเพลิง มูลค่า 6.6 พันล้านบาท สมัยที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นอดีตผู้ว่าฯ ก็มีคดีฮั้วประมูล 16 โครงการก่อสร้างมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท สมัยม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร มีคดีฮั้วจ้างเดินรถไฟสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 30 ปี วงเงินกว่า 1.9 แสนล้านบาท ส่วนสมัยนายอัศวิน ขวัญเมือง ก็มีคดีไฟประดับลานคนเมือง 39 ล้านบาท

สมัยผู้ว่าคนปัจจุบันเองก็มีหลายโครงการที่ส่อทุจริต เช่น โครงการเช่ารถขยะ EV มูลค่าราว 4 พันล้านบาท ซึ่ง ป.ป.ช. ได้ทำหนังสือถึง ครม. ให้ตรวจสอบหรือโครงการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย ที่มีมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท และครั้งสายตาคนทั้งประเทศรวมถึงโครงการซ่อมสภากทม. มูลค่า 194 ล้านบาท ที่มีการเปิดโปงว่าพื้นที่ทิพย์เข้าไป ทำให้มากกว่าพื้นที่จริงเป็น 10 เท่า จะเห็นได้ว่าการทุจริตมีทุกยุคทุกสมัย

"ดังนั้น เราคงจะหวังพึ่งคนดีอย่างเดียวไม่ได้ แต่เราต้องสร้างระบบที่ดี สร้างระบบที่แม้คนอยากจะโกงก็โกงไม่ได้ ในฐานะแคนดิเดตผู้ว่าฯ ประชาชนจะมาเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้เพราะเป้าหมายของพรรคประชาชนคือการตัดตอนการทุจริตคอร์รัปชั่นเหล่านี้อย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ สำหรับเทคนิคคร่าวๆ ของการทุจริตคอร์รัปชั่นงบประมาณที่ทำกันมาสิบๆ ปี" นายชัยวัฒน์ กล่าว

'ชัยวัฒน์' เปิดนโยบายกรุงเทพฯโปร่งใส ใช้ AI ปิดช่องฮั้วประมูล

หากจะสรุปง่ายๆ สามารถแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนคือเขียนสเปก ล็อกสเปก มีการปั่นราคากลางให้สูง และจัดทำราคา ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนเข้าสู่การพิจารณาของสภา กทม. เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภา กทม. แล้วจะมีการออกแบบทีโออาร์ก่อนที่เอกชนจะเข้าเสนอราคา โดยข้อมูลเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นกระดาษ หากจะเป็นไฟล์ก็เป็นรูปภาพไม่ได้เป็นข้อมูลแบบสามารถนำคอมพิวเตอร์ไปประมวลผลได้ ทำให้การทุจริตซุกซ่อนอยู่ได้

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ฉะนั้น เราจึงมีระบบที่จะนำมาใช้โดยจะเป็นคำตอบที่จะแก้ไขปัญหานี้ ทั้งนี้การจะแก้ไขปัญหาการทุจริตต้องเริ่มจากเจตจำนงของฝ่ายบริหารก่อน สิ่งที่ตนและทีมบริหาร กทม.จะทำเพื่อปิด 4 ขั้นตอนดังกล่าวคือนำระบบที่เรียกว่าแบงค์ค็อก เรดแฟล็ก เอไอ (BKK Redflag AI) มาใช้ทำกรุงเทพฯ ให้โปร่งใส โดยระบบนี้จะประกอบด้วยความสามารถหลักๆ 7 ด้าน คือ

1.ต้องทำให้คำของบประมาณมาเป็นอยู่รูปแบบงบประมาณที่คอมพิวเตอร์ประมวลผลได้ (Machine Readable) คำของบทุกรายการที่มาจากฝ่ายบริหารต้องมาเป็นรูปแบบดิจิทัลที่สามารถนำคอมพิวเตอร์หรือเอไอไปประมวลผลต่อได้ ไม่ใช่มาเป็นไฟล์รูปภาพแบบขอไปที ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเพราะจะช่วยให้การวิเคราะห์จับโกงทำได้ง่ายขึ้น

2.เรดแฟล็กล็อกสเปก โดยเราจะใช้เอไอเข้าไปอ่านหรือตรวจหาการระบุสเปกต่างๆ ได้ว่ามีการระบุสเปกแบบจำกัดแคบมากเกินไปหรือไม่ หากมีการระบุสเปกแคบจนเกินไปก็สามารถเรดแฟล็กขึ้นมาได้ทันที เพื่อให้คนเข้าไปตรวจสอบและดูว่าโครงการเหล่านี้มีความผิดปกติหรือไม่

3.เรดแฟล็กราคาแพง ที่จะเป็นการใช้เอไอเข้าไปตรวจสอบราคาและเปรียบเทียบราคาสิ่งที่จัดซื้อกับฐานข้อมูลที่จัดซื้อในอดีตที่ผ่านมากับของหน่วยงานรัฐ 

4.การทำแคตตาล็อกราคา เพื่อเป็นการปิดช่องโหว่การสืบราคากลาง เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ตรวจสอบเช่น สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.)​ จะทราบราคากลาง จึงคิดว่าจำเป็นที่จะต้องสร้างฐานข้อมูลราคากลางที่เป็นราคาตลาดจริง

5.เรดแฟล็กทีโออาร์ ที่เราจะใช้เอไอเข้ามาอ่านทีโออาร์และตรวจสอบเพื่อวิเคราะห์ออกมาเป็นคะแนนความเสี่ยงว่าทีโออาร์นี้มีความเสี่ยงที่จะทุจริตมากน้อยแค่ไหน หากพบว่าเสี่ยงสูงก็จำเป็นที่จะต้องนำคนเข้ามาดูว่าจะมีการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่

6.เรดแฟล็กเครือข่ายใกล้ชิด ที่จะใช้เอไอเข้ามาตรวจสอบความเชื่อมโยงบริษัทที่เสนอราคาเข้ามาว่ามีความเชื่อมโยงเข้ามาได้หรือไม่ 

7.การตรวจสอบดีเอ็นเอของเอกสาร หรือการทำจับฮั้วประมูลจากไฟล์ดิจิทัล (digital forensic scan) ว่ามีการเอื้อการทุจริตหรือไม่ เช่น หากบริษัทหนึ่งเสนอราคาเข้ามาแล้วส่งไปให้อีกบริษัทหนึ่งดูเพื่อทำใบเสนอราคาเข้ามา เราจะดูว่ามีที่มาที่ไปจากคอมพิวเตอร์เดียวกันหรือไม่

นายชัยวัฒน์ กล่าวด้วยว่า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเราได้พิสูจน์มาแล้วว่าการจัดการปัญหาการทุจริต ต้องเริ่มต้นด้วยฝ่ายบริหารจริง ๆ และต้องเป็นผู้ที่มีเจตจำนง ในการทำเรื่องเหล่านี้ สำหรับพรรคประชาชน อบจ. แสดงให้เห็นแล้วว่า การมีเจตจำนงในการจัดการปัญหาเหล่านี้ทำให้ อบจ.ลำพูน เป็นจังหวัดที่ใช้งบประมาณต่ำกว่าราคากลางมากที่สุดถึง 26.7% และประหยัดงบประมาณได้มากที่สุดในประเทศ ทั้งนี้ หากนำระบบนี้มาใช้แล้ว แม้แต่ตนและทีมบริหารผู้ว่าฯ ประชาชน หรือไม่ว่าในอนาคตที่ไม่ว่าผู้ว่าฯ คนไหนเข้ามาแล้วระบบนี้ยังถูกบังคับใช้อยู่ก็ไม่สามารถโกงได้ นี่กรุงเทพฯ​ โปร่งใส เอไอจับโกงที่พร้อมพัฒนาและพร้อมจะนำเข้ามาใช้เริ่มต้นได้ทันทีผู้ว่าฯ ชื่อชัยวัฒน์ และพรรคประชาชนเข้าไปบริหาร กทม.