การประกาศลาออกของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯกทม. คนปัจจุบัน ก่อนครบวาระเพียง 3 วัน เพื่อเปิดตัว ลงสมัครในสมัยที่สอง ซึ่งจะมีการเลือกตั้ง ในวันที่ 28 มิ.ย.2569
ถือเป็นการส่งสัญญาณเปิด “ศึกพ่อเมืองเสาชิงช้า” ที่เข้าสู่โหมดแข่งขัน ประชันนโยบายอย่างเต็มรูปแบบ
เมื่อตรวจแถว เช็กความพร้อมบรรดาพรรคการเมือง รวมถึงว่าที่ผู้สมัครที่ประกาศตัวชัดเจน ไล่เรียงมา ตั้งแต่ “ผู้ว่าชัชชาติ” ซึ่งครั้งที่แล้ว คว้าชัยชนะแบบถล่มทลายด้วย 1,386,215 คะแนน รอบนี้ยังคงคอนเซ็ป “ปลดแอกการเมือง” ปั้นทีม “Work work work กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงชิงในนามอิสระ
โดยชัชชาติอัปเกรดนโยบาย ชูเรื่องผลิตภาพ (Productivity) แข่งกับเมืองทั่วโลก เพิ่มประสิทธิภาพเมืองด้วยเทคโนโลยี ประกอบไปด้วย 3 เรื่องคือ “ความสุข โอกาส และความหวัง” ยกระเพิ่มการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ แข่งขันกับเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกในอนาคต
จริงอยู่ภายใต้ข้อได้เปรียบในเรื่องความเป็นอิสระของ “ผู้ว่า ชัชชาติ” ในสภาฯเสาชิงช้า รอบที่ผ่านมา มุมหนึ่งดูเหมือนจะมี “ข้อดี”ตรงที่สามารถทำงานร่วมกับทุกกลุ่มทุกก๊วนการเมืองได้อย่างอิสระ โดยไม่จำเป็นต้องรอฟัง “สัญญาณ” หรือ “อาณัติ” จากพรรคการเมืองใด
ทว่า บทเรียนตลอด 4 ปีในตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ของ “ชัชชาติ” ก็ยังมี “จุดอ่อน” ตรงที่ การไร้ “ทีมสก.” ซึ่งถือเป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการผลักดันวาระต่างๆ ทำให้หลายครั้งหลายครา ต้องเผชิญเกมลองของ สก.บางกลุ่มบางก๊วน โดยเฉพาะก๊วน “สก.จอมเก๋า” ที่คอยเตะตัดขาเป็นระยะ
สแกนขุมกำลัง“ชัชชาติ”สก.แดง-อิสระหนุน
แน่นอนว่า “ชัชชาติ” ย่อมรู้ถึงเกมการเมืองภายในเสาชิงช้า ตลอด 4 ปีเป็นอย่างดีี จึงแก้จุดอ่อน ด้วยการซุ่มฟอร์มทีม สก.ของตัวเอง โดยดึงคนรุ่นใหม่ รวมถึงบุคคลแวดวงต่างๆ มารวมทีมเวิร์ก
ไหนจะแนวร่วม “กลุ่มสก.สีแดง” สายต่างๆ ทั้งกลุ่ม สก.เลือดใหม่ ได้แก่ วิพุธ ศรีวะอุไร สก.เขตบางรัก ประธานสภากทม.คนล่าสุด ปิยะวรรณ จระกา สก.เขตสวนหลวง และปวิน แพทยานนท์ สก.เขตบางคอแหลม
“กลุ่มเสี่ยเอก” พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีตสส.กทม.พรรคเพื่อไทย ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ สก.เขตคันนายาว มธุรส เบนท์ สก.เขตสะพานสูง เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย สก.เขตบึงกุ่ม “ไอซ์” พงศกร รัตนเรืองวัฒนา อดีตผู้สมัคร สส.กทม.เพื่อไทย ที่ลงสนามแทน “สก.กี้” นภัสสร พละระวีพงศ์ สก.เขตบางกะปิ
กลุ่มบ้านใหญ่ฝั่งธนฯ ประกอบด้วย สารัช ม่วงศิริ สก.เขตบางขุนเทียน ณรงค์ศักดิ์ ม่วงศิริ สก.บางบอน กฤษฎ์ คงวุฒิปัญญา สก.เขตภาษีเจริญ และ “เฮียนิ่ม โกวบ๊อ” จิรเสกข์ วัฒนมงคล สก.เขตธนบุรี ที่ล่าสุดเปิดตัวในฐานะ “กลุ่มคนทำงาน” โดยมี “ดร๊าฟ” ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เป็นอีกหนึ่งคีย์แมนสำคัญ ล้อไปกับม็อตโต้ “Work work work ” ของชัชชาติ
“ส้ม-ฟ้า”รักษาฐานเสียง-เลี้ยงกระแส
ต่างจาก “2 พรรคการเมือง” ที่รอบนี้ ถือเดิมพันในการ“รักษาฐานเสียง” เลี้ยงกระแสเมืองหลวง ทั้ง “พรรคประชาชน” ที่ส่ง “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เป็นผู้สมัคร ภายใต้คอนเซ็ป “กรุงเทพง่ายๆ” ด้วยนโยบาย 4 ง่าย ได้แก่
เลี้ยงครอบครัวง่าย ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้เปิดถึง 18.00 น. จัดรถรับส่งและห้องปลอดฝุ่น เพิ่มศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Day Care) และเพิ่มผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง 5,000 ตำแหน่ง
ค้าขายง่าย กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากด้วยหวยใบเสร็จ SMEs หนุนหาบเร่แผงลอยให้มีพื้นที่ค้าขายที่ถูกกฎหมาย เป็นระเบียบ และปลอดส่วย
เดินทางง่าย สร้างเมืองที่เดินเท้าได้ ปรับปรุงทางเท้าให้เรียบ พัฒนาการขนส่งสาธารณะรองรับทุกช่วงวัย แก้ปัญหาจุดตัดรถติด และเพิ่มไฟส่องสว่าง
และ ใช้ชีวิตง่าย ลดขั้นตอนการติดต่อราชการ กทม. ให้จบได้ในแอปพลิเคชันเดียว เพิ่มพื้นที่สีเขียวใกล้บ้าน และจัดระบบรับมือปัญหาน้ำท่วม-ขยะอย่างยั่งยืน
สนาม กทม.ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ “พรรคส้ม” หลังการเลือกตั้งสนามใหญ่ 8 ก.พ.2569 กวาด สส.ได้เบ็ดเสร็จทั้ง 33 เขต
ทว่า หากมองบริบทการเมืองระหว่าง “สนามใหญ่” และ “สนามเมืองหลวง” แล้ว ต้องยอมรับว่า อาจมีทั้งความ “เหมือน” และ“ต่าง”
จึงน่าจับตาว่า คะแนน “พรรคส้ม” จาก 3 ส่วน คือ ในส่วนของสส.เขต 1,271,065 คะแนน บัญชีรายชื่อ 1,318,906 คะแนน และคะแนนในส่วนของ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ที่ลงสนามรอบที่แล้ว ในนามพรรคก้าวไกล ซึ่งปัจจุบันแปรสภาพเป็นพรรคประชาชน ที่ได้มา 253,938 คะแนน จะเป็นตัวช่วย ส่งไปถึง “ดร.โจ” ได้มากน้อยเพียงใด
ไม่ต่างจาก “พรรคประชาธิปัตย์” ในยุคที่มี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นหัวหน้าพรรค รอบนี้ถือเดิมพันสูงลิบในการพลิกเกม เพื่อฟื้นกระแส “ประชาธิปัตย์ฟีเวอร์” ที่เคยรุ่งโรจน์ในอดีตให้กลับคืนมา
จึงเห็นได้ชัดว่า ยุทธศาสตร์ “พรรคสีฟ้า”ในสนามเมืองหลวง รอบนี้จึงยังจำเป็นต้องพึ่ง“กระแสพรรค” รวมถึงกระแสของ“เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์ ที่เริ่มกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง
โดยส่งตัวแทนพรรค “เจมส์” อนุชา บูรพชัยศรี ชูสโลแกน “กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร and more” พร้อมนโยบาย เดินหน้าผลักดันอุโมงค์ระบายน้ำที่มีอยู่ในเมืองใหญ่หลายแห่งทั่วโลก การผลักดันใช้พื้นที่ของกรุงเทพฯ HUB AI พร้อมพัฒนาเรื่องความสะดวก ความสะอาด และความสบาย มาทดสอบกระแสสีฟ้า
ผ่าขุมกำลัง “12 สก.”กองหนุนสีฟ้า
สแกนขุมกำลัง “พรรคฟ้า” ในสนามเมืองหลวงรอบนี้ มี “12 สก.” ทั้งเลือดเก่า-เลือดใหม่ เป็นกองหนุน ประกอบด้วย พินิจ กาญจนชูศักดิ์ สก.เขตสัมพันธวงศ์ 5 สมัย “สก.กุ๊บ” นิภาพรรณ จึงเลิศศิริ สก.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ลูกสาว เจิมมาศ จึงเลิศศิริ อดีต สส.กทม.
“เฮียต่าย” สุชัย พงษ์เพียรชอบ สก.เขตคลองเตย อดีตแกนนำกลุ่มรักษ์กรุงเทพ “สก.จุ๊บ” ประพฤทธ์ หาญกิจจะกุล สก.เขตห้วยขวาง อนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ สก.เขตวังทองหลาง ย้ายมาจากเพื่อไทย ธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล สก.เขตประเวศ สมชาย เต็มไพบูลย์กุล สก.เขตคลองสาน 2 สมัย คนสนิทของ วิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กทม.หลายสมัย
ลักขณา ภักดีนฤนาถ สก.เขตตลิ่งชัน เดิมสังกัดพรรคประชาชน(ก้าวไกล) ย้ายมา ปชป. หลังกลุ่ม Bangkok First สลายตัว ยิ่งยงค์ จิตเพียรธรรม สก.เขตทวีวัฒนา เดิมสังกัดประชาชน(ก้าวไกล) ย้ายมา นภาพล จีระกุล สก.เขตบางกอกน้อย วิรัช คงคาเขตร สก.เขตบางกอกใหญ่ และ1ไสว โชติกะสุภา สก.เขตราษฎร์บูรณะ 4 สมัย เมื่อปี 2565 ย้ายจาก ปชป. ไปไทยสร้างไทย ก่อนคืนรังสีฟ้า
แม้ “อนุชา”จะรู้ว่า กระแสขณะนี้ยังตกเป็นรอง“ชัชชาติ” แต่การส่งผู้สมัครในนามพรรคของ“ค่ายสีฟ้า” ในรอบนี้ ลึกๆ ย่อมหวังผลไปถึงการ“รักษาฐานเสียง”เลี้ยงกระแสเมืองหลวง ที่จะส่งผลไปถึงการเมืองในอนาคต
ทั้งคะแนนในส่วนของ “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รอบที่แล้วลงชิงในนาม ปชป.โกยมาได้ 254,723 คะแนน สกลธี ภัททิยกุล ลงชิงในนามอิสระ ได้มาถึง 230,534 คะแนน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ในนามกลุ่มรักษ์กรุงเทพ ได้ 214,825 คะแนน ซึ่งเวลานี้ทั้ง “สกลธี” และ “อัศวิน” ล้วนอยู่ในสถานะแนวร่วมพรรคฟ้า
หรือแม้แต่ คะแนนพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งสส.ครั้งล่าสุด 8 ก.พ. กวาดคะแนนเขตไปได้ 325,308 และบัญชีรายชื่อ 293,212 คะแนน จะมีนัยต่อสนามผู้ว่าฯกทม.อย่างไร
ที่ต้องจับตา ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และสก.28 มิ.ย.นี้ “แต้มสีฟ้า” จะ“เพิ่มขึ้น” หรือ“ลดลง” อย่างมีนัยสำคัญ หรือไม่อย่างไร
นอกเหนือจากผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. “3 คน 2 พรรค” ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มตัวเต็งแล้ว “ศึกเสาชิงช้า” รอบนี้ ยังมีบรรดาผู้สมัคร ทั้งที่เปิดตัวในนามอิสระ และพรรคการเมือง ทั้ง มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ว่าที่ผู้สมัครในนามอิสระ คมสัน พันธุ์วิชาติกุล ว่าที่ผู้สมัครในนามอิสระ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ว่าที่ผู้สมัครในนามอิสระ และ “บิ๊กหยม” พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ล่าสุดเปิดตัวลงชิงในนามพรรคเศรษฐกิจ
ศึกเมืองหลวง ที่มีทั้งพรรคการเมือง และผู้สมัครอิสระ พร้อมท้าชนกันเต็มระบบ โดยมีเดิมพันสำคัญ คือความเชื่อมั่นในการ“พัฒนาเมืองหลวง” และคุณภาพชีวิตคนเมือง

