“ศุภมาส” เผย ค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 สูง ไร้เอกชนสนใจ ราคาไม่ยุติธรรมไม่คุ้มค่า เก็บเงินไปทำอย่างอื่น เตรียมชงครม.ขอความเห็น
ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมถอยเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ว่า นายกรัฐมนตรี มีความปรารถนาดี อยากให้คนไทยมีความสุขในการชมฟุตบอลโลก ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติให้กรมประชาสัมพันธ์ ไปคุยกับภาครัฐ ภาคเอกชน และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อให้การสนับสนุนและหลังจากที่ไปพูดคุยมาแล้วได้พบว่า สถานการณ์ไม่เหมือนเดิม ทั้งสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง เวลาการถ่ายทอดก็ไม่เหมือนเดิม อยู่ช่วงเวลา 03.00 เวลา 05.00 น. และเวลา 09.00 น. โอกาสที่ร้านอาหารจะขายของได้ ก็ไม่มีในช่วงเวลานั้น และการขายโฆษณาก็ยากไม่เหมือนเมื่อก่อน
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ขณะที่ราคาค่าลิขสิทธิ์ที่เสนอมา ตนไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขได้ตามกติกาฟีฟ่า แต่เป็นราคาที่ถ้าเราซื้อมาจะอธิบายกับประชาชนไม่ได้ ประเทศไทยมีคน 70 ล้านคน แต่บางประเทศมี 1-1.5 พันล้านคน เยอะกว่าเราหลายเท่า แต่ค่าลิขสิทธิ์สามารถซื้อได้ถูกกว่าเรา รัฐบาลจึงเล็งเห็นปัญหา ในช่วงนี้ที่คนไทยต้องเผชิญปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง ตัวเลขที่เสนอมาจึงถือว่าค่อนข้างสูง และไม่มีเอกชนเป็นสปอนเซอร์เหมือนครั้งที่แล้ว เมื่อครั้งที่แล้วเรามีเงินจาก กสทช.หนึ่งก้อน และเอกชนอีกหนึ่งก้อน
“ราคาต้องยุติธรรม สามารถตอบคนไทยได้ เพราะถ้าหากราคาไม่ยุติธรรม เราคงต้องเก็บสตางค์ไว้ทำอย่างอื่น” น.ส.ศุภมาส กล่าว
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ทั้งนี้ ตนในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ จะเข้าไปขอความเห็นในที่ประชุมครม. ว่าเรามีแนวคิดจะดำเนินการอย่างไรต่อ ซึ่งช่องทางที่คนไทยจะสามารถดูได้ตนกำลังเช็คกับทางฟีฟ่าอยู่ ซึ่งคาดว่าฟีฟ่าอาจจะมีช่องทางให้ดูได้โดยมีการเสียค่าใช้จ่าย หรืออาจจะถ่ายทอดให้ดู 10 นาทีแรกในบางแมตช์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นแนวคิดที่ยังพูดคุยกันอยู่
เมื่อถามว่า จะสามารถสรุปได้เลยหรือไม่ว่าประชาชนจะไม่ได้ดูฟุตบอลโลก เพื่อจะได้ไม่ต้องคาดหวัง น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ต้องรอดูว่ามีเอกชนรายไหนหรือไม่ที่จะเห็นโอกาสทางธุรกิจนี้ เพราะยังพอมีเวลาอยู่
เมื่อถามย้ำว่าจะถือว่าพับโครงการนี้เลยใช่หรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าว ความจริงแล้วรัฐก็อยากสนับสนุน ทั้งเรื่องของเยาวชนในการปลูกฝัง แต่ช่องทางที่จะสนับสนุนเรื่องฟุตบอลให้กับเยาวชนหรือแม้แต่คนที่โตแล้ว มันมีหลายช่องทาง และการลงทุน ณ เวลานี้ถือว่ายังไม่คุ้มค่าพอต้องดูเป็นเคสไป

