วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘รัฐพันลึก’หลังแอ่น‘แบกหนู' วิกฤติรัฐบาล การเมืองนำบ้านเมือง

‘รัฐพันลึก’หลังแอ่น‘แบกหนู' วิกฤติรัฐบาล การเมืองนำบ้านเมือง

เริ่มเห็นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า ความเก่งกาจในเกมการเมือง กับการบริหารบ้านเมือง ของขุนพลในรัฐบาลสีน้ำเงิน อาจจะเป็นคนละเรื่อง

เมื่อโจทย์ใหญ่ของ นายพล ส. ที่ถูกมองว่ามีบทบาทสำคัญในการพลิกขั้วอำนาจจนพรรคภูมิใจไทย ผงาดคับบ้านคับเมือง กุมสภาพฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเนื้อเดียวกันกับ สว.สีน้ำเงิน ซึ่งมีอิทธิพลต่อองค์กรอิสระ

ไม่ว่าเป้าหมายสำคัญของ นายพล ส. หรือปีกหนึ่งของรัฐพันลึก ที่ต้องการสยบเพื่อไทย และทักษิณ ชินวัตร เป็นเพราะแค้นใจน้องชายสุดเลิฟ โดนเช็กบิลเรื่องเว็บฯ ในยุครัฐบาลแดงหรือไม่ก็ตาม

ถึงได้เบนเข็มหันมาใช้บริการเครือข่ายสีน้ำเงิน ที่มีชนักปักหลังคดีฮั้ว สว.มาตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เมื่อนายพล ส. ที่น้องตัวเองคอพาดเขียง ไม่ต่างกับภูมิใจไทย 2 ฝ่ายหัวอกเดียวกัน ถึงร่วมมือจนสำเร็จได้อำนาจมาครอง

นอกจากภารกิจสำคัญ คือ สยบส้มแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในการกุมสภาพเพื่อไทย ให้เป็นหมูในอวย ตามกลยุทธ์การเมืองนำบ้านเมือง จนสร้างความมั่นใจอย่างสุดขีดให้อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าไม่มีอะไรจะล้มตัวเองได้

การเข้าสู่อำนาจของอนุทิน กับพวก จะว่าไปบุญมี แต่ก็เหมือนมีกรรมพยายามตามไล่หลัง เพราะนับตั้งแต่เข้ามาบริหารบ้านเมือง เจอแต่เรื่องหนักๆ ไม่มีอะไรราบรื่น อยู่สบายขนาดนั้น

ถ้าจำกันได้ นับตั้งแต่รัฐบาลหนู 1 จนถึงตอนนี้ วิกฤติถาโถมไม่หยุดหย่อน กัดกร่อนความเชื่อมั่นลดลงอย่างต่อเนื่อง ตามความเชื่อคนไทย เหตุการณ์ถนนสามเสนยุบ ต้อนรับนายกฯ ชื่ออนุทิน อาจเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีตั้งแต่เริ่ม

หลังเหตุการณ์นั้น ยังตามมาด้วยน้ำท่วมหาดใหญ่ เครนทับรถไฟโคราช ไอโม่งกักตุนฟันกำไรน้ำมันแพง ค่าครองชีพพุ่งสูง วิกฤติเศรษฐกิจ ความไม่เชื่อมั่นเรื่องการทุจริต วิกฤติศรัทธาต่อองค์กรอิสระ รวมถึงผู้มีอำนาจ ทุนต่างชาติฮุบที่ดิน ส่งนอนินีทำธุรกิจ สวมสิทธิให้คนต่างด้าว รถไฟชนรถเมล์กลางกรุง 

หลายต่อหลายเรื่องที่รัฐบาลเผชิญ เหมือนแก้ให้ผ่านๆ ไป แทบจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงแบบเป็นรูปธรรม หรือการันตีว่าเรื่องนั้นๆ จะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก

ปัญหาต่างๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่อนุทินกับพวกเจอครั้งแรก แทบทุกกรณี มีพล็อตเรื่องที่เคยเกิดมาแล้วทั้งสิ้น และเชื่อว่าอนุทินเองก็รู้ต้นตอของปัญหาเป็นอย่างดี เพราะอยู่ร่วมรัฐบาลมาไปรู้กี่ยุคกี่สมัย ประเด็นอยู่ที่ว่าเจตจำนงทางการเมืองจะเอาจริงแก้ปัญหาหรือไม่

ไม่เช่นนั้น ความโดดเด่นในฐานะนายกฯ ของอนุทิน จะยังเป็นคำถามที่ไม่มีวันได้คำตอบ ว่าเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างไร มีจุดเด่นอะไรในตัว จะพาประเทศไปทางไหน ไปต่ออย่างไร ท่ามกลางความไม่เชื่อมั่นรอบด้านที่รุมเร้าเช่นนี้

ขุนพลที่เป็นจุดขายของรัฐบาล ก็กำลังถูกตั้งคำถามถึงฝีไม้ลายมือ โดยเฉพาะ 1 ใน 3 มืออาชีพ อย่างศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ของจริง เหมือนเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง และสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ หรือไม่

เพราะ 2 คนหลัง โตมาในสายงานของตัวเอง รู้เนื้องาน ระเบียบแบบแผน เป็นอย่างดี แต่ก็เจองานโหดงานหินแทบลากเลือด แล้วของเจ๊แต๋ม ประเดิมตำแหน่งใหญ่ ในช่วงยากครั้งแรก จะเหลืออะไร การเน้นหนักเรื่องอีเวนต์พีอาร์ ภูมิใจอยู่กับรถพุ่มพวง เป็นสิ่งที่โดดเด่นกว่าสิ่งที่สังคมคาดหวังค่อนข้างมาก

สถานการณ์ของรัฐบาลอนุทิน ที่น่าจะเรียกได้ว่า รัฐบาลมีเส้น เข้มแข็งด้วยอำนาจรัฐพันลึก ถึงตอนนี้พอจะพิสูจน์ได้แล้วว่า ได้รับความเชื่อมั่นกับการให้นำพาประเทศมากน้อยแค่ไหน รวยไม่ไหวแล้วกลายเป็นคำที่คนเอาไปล้อกันสนุกปาก

โจทย์ในวันนั้นของคีย์แมนเบื้องหลัง คือการนำพาเครือข่ายสีน้ำเงินบรรลุเป้าทางการเมือง กล้าทำอะไรเสี่ยงๆ เพื่ออำนาจ ไม่ได้บริหารจัดการทางการเมืองเพื่อบรรลุเป้าหมายในการแก้วิกฤติของบ้านเมือง ซึ่งหลายเรื่องก็คิดไม่ถึงว่าจะเจอ

การวางโรดแมปยาว 4+4 ของสีน้ำเงิน เดิมพันสำคัญอยู่ที่เนื้อในของสีน้ำเงินเอง ฝ่ายตรงข้ามรู้ดีว่า ทำอย่างไรก็ล้มรัฐบาลนี้ไม่ได้ ระหว่างนี้ทำได้แค่รอเวลา เพราะหวังใจว่า วันหนึ่งจะแพ้ภัยตัวเอง