วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'พริษฐ์' ชง 5 ข้อ บี้รัฐวางระบบที่ดี หลังเหตุรถไฟชนรถเมล์

'พริษฐ์' ชง 5 ข้อ บี้รัฐวางระบบที่ดี หลังเหตุรถไฟชนรถเมล์

'พริษฐ์' ชง 5 ข้อเสนอหลังเกิดเหตุสลด รถไฟชนรถเมล์ บี้รัฐวางระบบที่ดี ลดแรงจูงใจ-ลดความเสียหายต่อส่วนรวม จากพฤติกรรมไม่ดีของคนไม่กี่คน

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ ว่า หากเราไม่ต้องการให้เหตุการณ์ที่มักกะสันเกิดขึ้นอีกในอนาคต รัฐมีหน้าที่วาง “ระบบที่ดี” ที่ขจัด ลงโทษ ลดแรงจูงใจ และลดความเสียหายต่อส่วนรวม จาก “พฤติกรรมที่ไม่ดี” ของคนไม่กี่คน” เชื่อว่าเราทุกคนมีความรู้สึกเจ็บปวดร่วมกันต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์บริเวณแยกมักกะสัน และเราทุกคนเป้าหมายร่วมกันที่ต้องการไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นกับใครอีกในอนาคต

จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามรายงานข่าวตลอด 1 วันที่ผ่านมา คิดว่าคงไม่มีใครปฏิเสธ ว่า “พฤติกรรม” ของผู้ขับขี่ยานพาหนะ มีส่วนสำคัญที่ทำให้ความสูญเสียครั้งนี้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง “คนขับรถเมล์” ที่จอดรถคร่อมทางรถไฟและเขตห้ามหยุด และฝั่ง “คนขับรถไฟ” ที่ถูกตรวจว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ ณ ตอนเกิดเหตุ

นายพริษฐ์ ระบุว่า “พฤติกรรมที่ไม่ดี” เหล่านี้สมควรถูกวิจารณ์ แต่อยากชวนทุกคนมองเพิ่มเติม ว่าหากเราไม่ต้องการให้ พฤติกรรมที่ไม่ดีของคนไม่กี่คน มาสร้างความสูญเสียกับคนอื่น สิ่งหนึ่งที่เราทำร่วมกันได้ คือการออกแบบ “ระบบที่ดี” ซึ่งย่อมหมายถึง ระบบที่มีประสิทธิภาพในการทำให้คนเปลี่ยนจากพฤติกรรมที่ไม่ดีมาเป็นพฤติกรรมที่ดี หรืออย่างน้อย ทำให้พฤติกรรมที่ไม่ดีนั้น ไม่สามารถสร้างความเสียหายต่อคนอื่นได้

ตัวอย่างของการสร้าง “ระบบที่ดี” เพื่อกำจัด “พฤติกรรมที่ไม่ดี”

1. หากเราไม่ต้องการให้คนขับรถฝ่าฝืนกฎจราจรเพราะความมักง่าย เราต้องมี “ระบบ” ในการตรวจจับและลงโทษผู้กระทำผิดที่มีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์และบังคับใช้ได้จริง – เช่น การเพิ่มกล้อง AI หรือการออกโครงการรางวัลนำจับเพื่อระบุผู้กระทำผิด / การปรับปรุงกระบวนการออกใบสั่งให้ทำออนไลน์ได้ 100% โดยไม่จำเป็นต้องส่งจดหมาย (จากข้อมูลที่หน่วยงานแจ้ง กมธ. ในปี 2568 ตำรวจออกใบสั่งได้เพียง 10% ของจำนวนการฝ่าฝืนกฎจราจรทั้งหมด ที่ถูกระบุได้โดยกล้อง AI ใน กทม.)

2. หากเราต้องการลดแรงจูงใจของคนขับรถในการฝ่าฝืนกฎจราจร เราต้องมี “ระบบ” วิศวกรรมจราจรที่ออกแบบเส้นทางถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้คนขับรถสามารถเดินทางได้สะดวกโดยไม่จำเป็นต้องฝ่าฝืนกฎจราจร – เช่น ในแยกที่เกิดเหตุ เราจะเห็นว่าหากรถเมล์ทำถูกกฎจราจร รถเมล์จะไม่สามารถขับข้ามทางรถไฟและเขตห้ามหยุดได้เลย จนกว่าจะไม่มีรถเลี้ยวซ้ายจาก ถนนกำแพงเพชร 7 เข้าถนนอโศก-ดินแดง เหลืออีกแล้ว (ซึ่งเป็นไปได้ยากมาก ด้วยปริมาณจราจรที่ใช้เส้นทางดังกล่าวในแต่ละวัน (รายละเอียด)

3. หากเราต้องการลดการฝ่าฝืนกฎจราจรที่อาจเกิดขึ้นจากความสับสนโดยไม่ได้ตั้งใจของคนขับรถ เราต้องมี “ระบบ” ที่ออกแบบสัญญาณจราจรที่เชื่อมโยงกัน และสื่อสารกับผู้ใช้รถใช้ถนนด้วยความชัดเจน เพื่อทำให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าต้องทำอย่างไรหากต้องการปฏิบัติตามกฎจราจร – เช่น หากระบบไฟเขียว-ไฟแดง ไม่เชื่อมโยงกับระบบไม้กั้น ผู้ขับรถอาจได้รับสัญญาณที่ไม่ชัดเจน (เช่น ไฟจราจรขึ้นเป็นสีเขียว แต่กลับมีสัญญาณไฟ-สัญญาณเสียงจากไม้กั้น)

4. หากเราต้องการไม่ให้พฤติกรรมการเสพสารเสพติด สร้างผลเสียต่อคนอื่นในสังคม เราต้องมี “ระบบ” ที่เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสารเสพติดของผู้ขับขี่ยานพาหนะ (เช่น รถไฟ รถเมล์) พร้อมบทลงโทษที่เข้มงวดในการระงับหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ที่เกี่ยวข้อง – เช่น แม้ล่าสุด ทางกรมขนส่งทางรางได้เพิ่มมาตรการในการตรวจเจ้าหน้าที่เรื่องสารเสพติดและแอลกอฮอล์ (ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง) แต่หากระบบดังกล่าวมีมาก่อนหน้านี้ คนขับรถไฟที่เกิดเหตุอาจถูกคัดกรองออกได้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ

5. หากเราต้องการทำให้ความเสี่ยงที่ใครจะถูกกระทบจากพฤติกรรมที่ไม่ดีของคนที่จุดตัดระหว่างทางรถไฟและถนน เหลือศูนย์จริงๆ เราต้องมี “ระบบ” ที่ออกแบบโครงสร้างพื้นฐานหรือทบทวนผังเมือง เพื่อลดจุดตัดรถยนต์-รถไฟในใจกลางเมือง (เช่น โครงการทางรถไฟส่วนขาด (Missing Link) (รายละเอียด)