วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม 2569

Login
Login

กาง 3 เป้าหมาย 'ประชาธิปัตย์' ทวงคืนเอกราช 'คนกรุงเทพฯ'

กาง 3 เป้าหมาย 'ประชาธิปัตย์' ทวงคืนเอกราช 'คนกรุงเทพฯ'

เซอร์ไพรส์ “แฟนคลับสีฟ้า” หลัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เลือกส่ง “เดอะเจมส์” อนุชา บูรพชัยศรี อดีต สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ระหกระเหินออกจาก “พรรคสีฟ้า” เข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคภูมิใจไทย ก่อนจะกลับรังเก่า

ต้องยอมรับว่าการเฟ้นหาผู้สมัครชิงเก้าอี้ “พ่อเมืองกทม.” มาแข่งกับ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯกทม. ที่ลงป้องกันแชมป์อีกสมัย ค่อนข้างหาตัวยาก เพราะรู้ว่าความนิยมของ “ชัชชาติ” ยังสูงลิบ โอกาสเอาชนะมีน้อย

“หัวหน้ามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงคาดหวังว่าการส่ง “อนุชา” ชิงผู้ว่าฯกทม. จะสามารถฟื้นความนิยมของ “พรรค ปชป.” กลับมามีฐานเสียงใน “กรุงเทพฯ” 

ที่สำคัญการติดต่อ “บิ๊กเนม” มาลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. มีหลายคนขอปฏิเสธ และ “บิ๊กเนม” อีกหลายคน ขอรักษาตัวเอาไว้ก่อน รอจังหวะโอกาสที่พอจะคว้าชัยได้ จึงจะเสนอตัว

เมื่อ “บิ๊กสีฟ้า” ประเมินว่าโอกาสชนะ “ชัชชาติ” มีน้อย เป้าหมายของการส่ง “อนุชา” ลงมาสู้ จึงถูกโฟกัสไปอีกภารกิจ 
 

กางผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เมื่อปี 2565 พบว่า "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" ได้ 1,386,215 คะแนน "ดร.เอ้" สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ได้ 254,723 คะแนน "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" ได้ 253,938 คะแนน "สกลธี ภัททิยกุล" ได้ 230,534 คะแนน "พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง" ได้ 214,825 คะแนน

ตัดแต้ม “ชัชชาติ” ฟีเวอร์ออกไป จะเหลือแต้มของ “อดีตขุนพลสีฟ้า” ที่แตกแขนงแย่งคะแนนกันเอง ประกอบด้วย “สุชัชวีร์ - สกลธี - อัศวิน” พอประเมินได้ว่า “พรรคสีฟ้า” มีแต้มในกทม. 739,195 คะแนน

ในทางการเมือง แต้มบุคคลไม่อาจจะนำมาบวกรวมกันได้ แต่ “ค่ายสีฟ้า” ดีดลูกคิดคำนวณแล้วว่า “อนุชา” มีแต้มมากกว่า “สุชัชวีร์” ซึ่งเป็นตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ในการสู้ศึกครั้งที่แล้วอย่างแน่นอน

เป้าหมายแรกของ “อภิสิทธิ์ - ขุนพลสีฟ้า” ต้องการเก็บแต้มให้มากกว่าคะแนนปาร์ตี้ลิสต์เลือกตั้ง สส.ในกทม. โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้มา 164,990 คะแนน ขณะที่พรรคประชาชน ได้ 724,630 คะแนน พรรคภูมิใจไทย ได้ 286,082 คะแนน
 

เป้าหมายสอง คือ การเก็บแต้มให้มากกว่า 254,723 คะแนน ซึ่งอยู่ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์ความนิยมตกต่ำมากที่สุดครั้งหนึ่ง เพื่อประกาศศักดาว่า “ประชาธิปัตย์” กลับมาแล้ว

เป้าหมายสาม ต้องการคว้าชัยเหนือ “พรรคประชาชน” แม้แต้มจะตามหลัง แต่เมื่อพลิกดูผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ปี 2565 คะแนนของ “วิโรจน์” พ่ายให้กับ “สุชัชวีร์” ในวันที่ “ประชาธิปัตย์” ตกต่ำ ทำให้พอเห็นช่องทางที่ “อนุชา” จะมีคะแนนยืนเหนือ “ดร.โจ” "ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่ากทม. พรรคประชาชน

“อนุชา” ยอมรับว่า แม้ผลโพลสะท้อนว่า “ชัชชาติ” เป็นอันดับ 1 แต่ไม่ได้ทำให้ตัวเขาย่อท้อ โดยก่อนหน้านี้เกือบจะตัดสินใจวางมือทางการเมืองแล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์ได้มาสอบถามว่า ยังสนใจการเมืองในตำแหน่งแคนดิเดตผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ หรือไม่ ทำให้ในใจกลับมีไฟลุกขึ้นมาอีกครั้ง

“ผมยังเชื่อแนวทางการทำงาน ตั้งแต่ผมลงเลือกตั้ง สส.สมัยแรก คือ แนวทางการทำงานแบบสุจริต เหมือนนายอภิสิทธิ์ จึงถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่ผมเคยพบอุดมการณ์ทางการเมืองที่ทำให้ผมตัดสินใจเข้าสู่การเมือง”

ขณะเดียวกัน “อนุชา” ยังเปิดแคมเปญ “กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร and more'' เพื่อใช้สื่อสารกับ “คนเมืองหลวง” ในการเก็บแต้ม

“อนุชา” ย้ำว่า กรุงเทพฯจะไม่ใช่แค่เมืองหลวง แต่ทำให้ทุกคน มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งกรุงเทพฯ มีอดีตที่งดงาม แต่ก็ควรเป็นอนาคตให้กับคนรุ่นใหม่ ๆ ซึ่งกรุงเทพฯ สามารถทำได้ ผ่านนโยบายง่าย ๆ ทั้งการพัฒนาความ ''สะดวก สะอาด สบาย And more''

“ผมและพรรคประชาธิปัตย์ มั่นใจว่ากรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่านี้ ซึ่งเป็นความตั้งใจ ที่ผมและพรรคมี และต้องการเข้าไปทำหน้าที่ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับประชาชนในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น”

“อนุชา - ประชาธิปัตย์” วาง 3 เป้าหมายหลักในการฟื้นความนิยมของ “พรรคสีฟ้า” ให้กลับมาครองใจ “คนเมืองหลวง” แม้ยากจะชนะ “ชัชชาติ” แต่ยุทธศาสตร์หลัก คือ การกลับมาวางฐานเสียงทางการเมือง กทม.อีกครั้ง