'นายกฯ' มองเป็นนิมิตหมายดีกัมพูชาส่งตัว 'ลุงโยชน์' กลับไทย แต่ไม่หมายความว่า ทำแบบนี้แล้วไทยจะยอมทุกอย่าง ชี้ UNCLOS ทำให้ 2 ประเทศยืนบนหลักเดียวกัน
เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2569 ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ทางกัมพูชาได้ส่งตัวนายโยชน์ สายน้อย กลับประเทศไทยจะถือเป็นความร่วมมือ และสัญญาณในเชิงบวกหรือไม่ว่า ถือว่าแยกแยะได้ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นข้อพิสูจน์อีกเรื่องหนึ่งว่าเราไม่ได้มีปัญหาระหว่างประชาชน จึงอยากจะขอให้ทุกคนเข้าใจว่าเป็นปัญหาของรัฐบาลและระบบการบริหาร ซึ่งเราก็ใช้เรื่องของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เขาไม่เอาคนของเรา หรือเราก็ไม่ได้ไปเอาคนของเขาเข้ามาต่อรอง หรือนำมาใช้เป็นข้อแลกเปลี่ยนใดๆ ซึ่งถือว่า เป็นส่วนที่แยกแยะได้ดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า หากเขาทำเช่นนี้มาแล้วประเทศไทยจะต้องยอมอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นคนละเรื่องกัน โดยทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับการเจรจา
เมื่อถามว่า ยังมีเรื่องใดอีกบ้างที่ทางรัฐบาลอยากให้ทั้งสองประเทศพัฒนาความเชื่อมั่น นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างน้อยการที่ตนได้พบกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ที่ผ่านมา ตนก็ได้แจ้งโดยวาจา ถือว่าเป็นทางการว่าไทยยกเลิก MOU44 และขอให้เดินตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ซึ่งทางกัมพูชาก็ตอบสนองมาว่าผิดหวัง ที่คิดว่าน่าจะไปในแนวทางเดิม แต่เมื่อประเทศไทยยกเลิกแล้วกัมพูชาก็จะยึดถือ UNCLOS ซึ่งอย่างน้อยก็มีหลักอ้างอิงตัวเดียวกันแล้ว ดีกว่าไปพูดคุยกัน ไปไหนมาสามวาสองศอก ซึ่งหลักเดิมคือ MOU 44 เราก็บอกว่าเรายึดหลักนี้ เขาก็บอกว่ายึดหลักนั้น ก็เหมือนขับรถบนถนนสุขุมวิทกับถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ก็ไม่มีวันได้เจอกัน อย่างน้อยวันนี้เรากลับมาอยู่บนหลักเดียวกัน ทำให้มีตัวอ้างอิง
เมื่อถามว่า มองว่าเรื่องของความเชื่อมั่นตอนนี้กัมพูชาอยู่ในระดับไหน นายอนุทิน กล่าวว่า จนกว่าทุกอย่างจะสงบเรียบร้อย เราจะต้องมีความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างแนวทางความมั่นคง และความปลอดภัยตามแนวชายแดนให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย

