“สส.” จี้ “นายกฯ” ประกาศโรดแมป เดินหน้าแก้รธน. เพื่อเปิดทางให้มี สสร. ด้าน “ภราดร” ย้ำความจริงใจ ดีเดย์ 19 พ.ค. เข้าชื่อ สส.ภท. 190 คน ยื่นร่างแก้ไขต่อสภาฯ
ที่รัฐสภา ในการประชุมรัฐภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน การให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นนชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาอภิปรายให้ความเห็นแล้วเสร็จ โดย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ไม่ได้ยืนยันร่างกฎหมายเฉพาะของรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังมีของสส.และภาคประชาชน ซึ่ง 34 ฉบับนั้นเป็นเจตนารมณ์และความจริงใจของรัฐบาล ที่พิจารณาอย่างถ้วนถี่ต่อการยืนยันร่างกฎหมาย
นายภราดร ชี้แจงว่า สำหรับร่างกฎหมายของภาคประชาชน ที่เสนอต่อสภาฯ ชุดที่แล้ว 6 ฉบับ ครม. ยืนยัน 1 ฉบับ เพราะมีการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนนมายังรัฐบาล ส่วนที่เหลือนั้นไม่มีประชาชนที่แจ้งเจตจำนง ทำให้ไม่สามารถตัดสินใจแทนไม่ได้ แม้มี สว.ทำหนังสือถึงรัฐบาลให้ยืนยันร่างกฎหมายของประชาชน แต่เจตจำนงไม่ชัดเจนเหมือนน กรณีของน.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาผู้บริโภค อย่างไรก็ดีตาม พ.ร.บ.เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ยังมีเวลาให้ประชาชนยืนยันร่างกฎหมาย ภายใน 120 วัน และให้รัฐบาลทบทวน โดยมีเวลาสิ้นสุดคือ 12 ก.ค.
นายภราดร ชี้แจงต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่ารัฐบาล และพรรคภูมิใจ มีความจริงใจและมีเจตจำนงชัดเจนต่อการแก้รัฐธรรมนูญโดยเปิดช่องให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และตนได้หารือกับนายอนุทินฐานะหัวหน้าพรรค และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ฐานะเลขาธิการพรรค ว่า วันที่ 19 พ.ค. จะประชุมพรรคภูมิใจไทย ส่วนร่างได้ยกร่างเสร็จแล้ว หากไม่มีเหตุขัดข้องจะมีมติ และเสนอร่างโดย สส.ทั้ง 190 คน และนำเสนอเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภาต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนตามผลประชามติ 21.6 ล้านเสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อออกแบบกติกาให้นำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี อภิปรายว่า ตนฝากไปยังผู้มีอำนาจในการรวบรวมเสียงเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ คือคุณสมบัติ สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่นอกจากเป็นคนเก่ง เป็นคนดีและเป็นกลางทางการเมือง อย่าใช้วิธีแอบแฝงให้ลาออกจากสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อเป็น สสร. นอกจากนั้นต้องเชื่อมโยงกับประชาชน ฟังเสียงข้างน้อยยและฟังเสียงเห็นต่าง
ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ อภิปรายว่า เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญตนขอฝาก เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ใช่วาทกรรม แต่เป็นวาระของฝ่ายนิติบัญญัติ
ส่วนนายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรัฐบาลและนายกฯ ต้องทำให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร ตนต้องข้อสังเกตว่าหากการยกร่างรัฐธรรมนูญตั้งอยู่บนความกังวลเรื่องความขัดแย้งมากเกินไป หรือกำหนดเงื่อนไขว่าต้องเป็นร่างที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ทั้งหมด อาจทำให้ประเทศไม่ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีเนื้อหาดีและเป็นประชาธิปไตย
“ผมขอให้นายกรัฐมนตรีแสดงจุดยืนให้ชัดว่า การแก้รัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องรอให้แก้ปัญหาอย่างอื่นเสร็จก่อน แต่ต้องเดินหน้าอย่างรวดเร็ว จริงจัง และร่วมมือกันทุกฝ่าย รวมถึงแสดงความตั้งใจและจริงใจในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ทั้งในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองและผู้นำรัฐบาลประกาศต่อรัฐสภาว่าจะสนับสนุนกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ เพื่อลดความเคลือบแคลงสงสัย ไม่ให้เกิดข้อครหาต่อรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี รวมถึงทำให้ประชาชนยังมีความหวังต่อผลประชามติ 21.6 ล้านเสียง” นายจาตุรนต์ กล่าว

