วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน 2569

Login
Login

'สว.สำรอง' ยื่น กมธ.กฎหมาย สอบ 'ป.ป.ช.' ปมคุณสมบัติด่างพร้อย

"สว.สำรอง" ร้องกมธ.กฎหมาย สอบปม "ประภาศ" นั่งป.ป.ช. ทั้งที่มีคดีติดตัว-คุณสมบัติด่างพร้อย ข้องใจให้เข้ามาช่วย ใครบางคนหรือไม่

ที่รัฐสภา นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง พร้อมคณะ เข้ายื่นหนังสือต่อนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ขอให้ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่รัฐ 3 คน ได้แก่ 1.นายประภาศ  คงเอียด กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 2.นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์  อธิบดีกรมการขนส่งทางบก 3.นายกาจผจญ  อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. และ นายนาย อ. รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่งตั้งให้เป็นอนุวินิจฉัย คณะที่ 36 พิจารณาคดีฮั้ว สว.  เนื่องจาก มีความเกี่ยวข้องกับคดีความผิดมูลฐานในคดีฟอกเงิน ตามมาตรา 3 (5) ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 
 
โดย นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า เหตุที่ขอให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าว เพราะถือเป็นบุคคลดังกล่าวถูกบริษัทระบบขนส่งมวลชน กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ฟ้องร้องกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริตประพฤติมิชอบ และเป็นคดีที่ตนไปร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตมิชอบ แม้ศาลจะตีตกเพราะผู้ร้องไม่มีอำนาจร้อง แต่ในรายละเอียดแล้วถือเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของบุคคลที่ถูกตั้งเป็นกรรมการองค์กอิสระ ซึ่งไม่ทราบว่า สว. ยกมือให้เข้าไปดำรงตำแหน่งได้อย่างไร หรือใช้วิธีไหนหลบเลี่ยงการตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อเข้าไปช่วยใคร หรืออุ้มคดีไหนให้ปล่อยผ่านหรือไม่ เช่น คดีอดีตรัฐมนตรีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินไปเรียบร้อยแล้วแต่กับยกคดี

นายอัครวัฒน์ กล่าวต่อว่ากรณีดังกล่าวมีประเด็นสำคัญคือ 1. เหตุใดศาลจึงทอดเวลาอ่านคำพิพากษาคดีนี้นานถึง 10 เดือน เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งจำเลยหลายคนให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นหรือไม่ 2.เหตุใด จำเลยที่ 5  คือ นายประภาสไม่หยุดปฎิบัติหน้าที่กรรมการ ป.ป.ช. ส่วน จำเลยที่ 3 คือ นายสรพงศ์ และจำเลยที่ 7 คือ นายกาจผจญ ไม่มีคำสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนหรือพิจารณา หรือผลแห่งคดีได้

3.เป็นปัญหาข้อกฎหมายกรณี นายประภาส ไม่หยุดปฎิบัติหน้าที่ ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157  และ มาตรา 172  หรือไม่ และนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาผู้รับสนองพระบรมราชโองการต้องรับผิดชอบ หรือไม่ 4.กระบวนการสรรหาบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งของนายประภาส และนายกาจผจญต้องมีผู้รับผิดชอบหรือไม่

5.รมว.คมนาคม หรือคณะกรรมการ รฟม. ไม่มีคำสั่งให้นายสรพงศ์ หรือ นายกาจผจญ พักราชการหรือออกจากราชการไว้ก่อน จะมีความผิดฐานละเว้นปฎิบัติหน้าที่หรือไม่ 6.การกระทำของจำเลยทั้งหมดเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมาย ปปง. ต้องถูกยึดหรืออายัดทรัพย์หรือไม่

ด้าน นายรังสิมันต์ กล่วว่า ตนรับเรื่องเพื่อไปตรวจสอบ และเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล รวมถึงขอเวลาในการศึกษาคำพิพากษาศาล เมื่อมีความคืบหน้าจะแจ้งต่อผู้ร้องและสิ่อมวลชนต่อไป เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญเพราะหากปรากฏความว่าเป็นไปอย่างที่มีการร้องเรียนจริงๆ จะเป็นใหญ่เรื่องหนึ่งของปัญหาของประเทศชาติ