วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'ปชน' บอก 'อนุทิน' อย่าขวางแก้รธน. หากไม่อยากเห็นม็อบ 21ล้านบนถนน

'ปชน' บอก 'อนุทิน' อย่าขวางแก้รธน. หากไม่อยากเห็นม็อบ 21ล้านบนถนน

“สส.ปชน. กังวล “ภท.” ชงร่างแก้รธน. ฉบับกินรวบ ยกผลประชามติ  21 ล้านเสียง เป็นเท้า 21ล้านคู่ พร้อมก้าวลงถนน บอก “อนุทิน” หากไม่อยากให้สถานการณ์เกิด ต้องไม่ขวางแก้รธน.

ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภาในวาระให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นนชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ต่อประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่รัฐบาลไม่เลือกยืนยันร่างแก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า ตนฟังเหตุผลที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย และแกนนำพรรคภูมิใจไทยแล้วฟังไม่ขึ้น จนล่าสุดนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ บอกว่าจะขยับเรื่องดังกล่าวในวันที่ 19 พ.ค. นี้ ซึ่งตนจับตาว่าจะมีเนื้อหาที่กินรวบหรือไม่  อย่างไรก็ดีตนมองว่ารัฐบาลไม่จริงใจต่อการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะนายกฯ รัฐบาล เครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้เกิดระบอบตั๋วสีน้ำเงิน และเป็นปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบัน

“เป็นเพราะนายกฯได้ประโยชน์จากกติกาให้ที่มาของสว.ไม่ได้มาจากประชาชน ทำให้มีการฮั้วสว.  ได้ประโยชน์จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ต่อให้จัดเลือกตั้งแย่แต่ยังอยู่ได้ ได้ประโยชน์จาก ป.ป.ช. ที่ต่อให้นายกฯมีคดีก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมี ป.ป.ช.ปกป้อง รวมถึงกรณีที่ ครม.ปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิมตกไป ผมเห็นว่าหากรัฐบาลไม่สามารถพิสูจน์ให้ประชานชนสิ้นข้อสงสัยวพร้อมทำตามคำสั่งประชาชน ทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วม ประชาชนอดสงสัยไม่ได้ว่า หากัฐบาลไม่ฟังคำสั่งประชาชนน แล้วรัฐบาลฟังคำสั่งใคร”  นายพริษฐ์ อภิปราย

ขณะที่ นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่าตนกังวลต่อร่างแก้รัฐธรรมนูญที่แกนนำรัฐบาลเตรียมเสนอต่อรัฐสภาในเร็วๆนี้ เพราะตนไม่แน่ใจว่าร่างใหม่ที่รัฐบาลจะยื่นนั้นมีเนื้อหาที่เป็นประชาธิปไตย  หรือแย่กว่าฉบับเดิม เพราะก่อนหน้านั้นในการจัดทำรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยจงใจทำให้คณะยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ยึดโยงกับประชาชน แม้ในระดับเลือกตั้งทางอ้อม และพยายามทำให้เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการต้องกลับมาสู่การพิจารณาร่วมกันของรัฐสภา และจงใจใช้เสียงสว. 1 ใน3 โหวตผ่านรัฐธรรมนูญใหม่หากมีขึ้นในอนาคต  ทำให้กลไกการตัดสินใจขั้นสุดท้ายอยู่ในมือของสว.สีน้ำเงิน ทำให้ตนกังวลต่อความจริงใจของรัฐบาล

นายเสกสิทธิ์ อภิปรายต่อว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาในเชิงกลไกอำนาจ สร้างกลไกสถาบันปรปักษ์ประชาธิปไตย ผ่านเครื่องมือ คือ ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กอิสระ ที่ใช้การกดขี่ปราบปรามทางกฎหมายพลังการเมืองฝ่ายก้าวหน้า บอนไซพลังการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย สกัดโครงการทางการเมืองที่มุ่งเปลี่ยนสังคมการเมืองไทย รวมถึง เซาะกร่อนบ่อนทำลายเสถียรภาพการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และล่าสุดทำลายดุลอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติที่ถ่วงดุลอำนาจให้การแก้ไขมาตรา 112 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

“ผลประชามติ 21 ล้านเสียงไม่ใช่การหยั่งเสียง หรือ โยนหินทำทาง แต่คือการแสดงอำนาจสถานปนารัฐธรรมนูญที่เป็นของปวงชนชาวไทย  21 ล้านเสียงจากทำประชามติเป็นเสียงข้างมากที่มากกว่าผลการเลือกตั้งของพรรคการเมืองอันดับหนึ่งหรืออันดับสองรวมกัน ถือเป็นเจตจำนงข้ามพ้นจากพรรคการเมือง นโยบายการเมือง ที่สำคัญ 21 ล้านเสียง เท่ากับเท้า 21 ล้านคู่ หากเท้าก้าวลงบนถนนาชดำเนิน คงล้นไปถึงหน้าทำเนียบรัฐบาล ผมหวังว่านายกฯ ไม่อยากให้สถานการณ์เกิดขึ้น ดังนั้น หวังว่ารัฐบาลจะเคารพผลประชามติต้องการทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยไม่สกัด ขัดขวางและเห็นด้วยร่วมกันทำลายกลไกปรปักษ์ประชาธิปไตย” นายเสกสิทธิ์ อภิปราย