วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์' จี้ รัฐบาล ปรับทัศนคติ หลังตีตก 'ร่างกม.' แก้ปัญหาปชช.

'อภิสิทธิ์' จี้ รัฐบาล ปรับทัศนคติ หลังตีตก 'ร่างกม.' แก้ปัญหาปชช.

"อภิสิทธิ์" ชี้ "รัฐบาล" ปัดตก ร่างกม.แก้ปัญหาปชช. สะท้อนไม่ให้ปชช.มีส่วนร่วม จี้ให้ทบทวนแนวคิด กระตุกให้ทำงานตามหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทย

ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ วาระ ให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นนชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ว่า ตนสนับสนุนร่างกฎหมายที่รัฐบาลยืนยันต่อรัฐสภา จำนวน 5 ฉบับ  คือ  ร่าง กฎหมายการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและให้บริการแก่ประชาชน ร่างกฎหมายล้มละลาย  ร่างกฎหมายแข่งขันทางการค้า  ร่างกฎหมายอากาศสะอาด ร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องบุคลากรทางการศึกษา ส่วนร่างกฎหมายที่รัฐบาลไม่ยืนอีกหลายฉบับตนกังวลว่า จะสะท้อนถึงทิศทางแนวคิดทัศนคติของรัฐบาล ในการทำงานด้านนิติบัญญัติที่มีความสัมพันธ์กับตัวแทนของประชาชนและภาคประชาชน เช่น การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดโอกาสให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งที่รัฐบาลควรแสดงความเคารพเจตนารมณ์หลังผลประชามติเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 

อย่างไรก็ดี ตนทราบว่าแม้รัฐบาลยืนยัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านทันที เพราะต้องตั้งกรรมาธิการชุดใหม่ แต่กระบวนการที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น โดยเฉพาะประเด็นละเอียดอ่อน คือ เรื่องหมวด 1และหมวด 2 หมือนประนีประนอมกันได้แล้ว

"วันนี้รัฐบาลเลือกที่จะให้กระบวนการนี้ต้องไปตั้งต้นใหม่ ผมเชื่อว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีกในสังคม  การตัดสินใจไม่ยืนยัน ผมจึงมองว่าเป็นการไม่เคารพข้อตกลงที่เคยทำไว้ ไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชนที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ และมีแต่จะนำให้ปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับเข้ามาอยู่ในวังวนของความขัดแย้งซึ่งไม่ควรจะเป็นความขัดแย้งที่รัฐบาลจะส่งเสริมในสังคมนี้ " นายอภิสิทธิ์ อภิปราย

นายอภิสิทธิ์ อภิปรายต่อว่า รวมถึงร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรายงานเรื่อง มลพิษ ประชาชนรวบรวมและเสนอชื่อยื่นเสนอ และถึงขั้นที่กมธ.พิจารณาเสร็จแล้วแม้จะมีมุมมองที่แตกต่างกัน แต่วันนี้รัฐบาลใจไม่กว้างพอที่จะให้กฎหมายดังกล่าวเดินต่อ และน่าแปลกใจว่ารัฐบาลมีนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาว่าจะเร่งผลักดันให้ประเทศไทย เข้าไปอยู่ในองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา  ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายที่เป็นไปตามมาตรฐานที่จำเป็นหากประสงค์จะอยู่ใน OECD   

นายอภิสิทธิ์ อภิปรายต่อว่าในกรณีที่รัฐบาลยืนยันร่างกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือกฎหมายนิรโทษกรรมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ทางการเมือง ที่เกี่ยวกับนักการเมืองและอดีตนักการเมือง รัฐบาลเลือกให้เดินหน้า แต่กฎหมายที่นิรโทษกรรมประชาชนที่มีปัญหาเรื่องพื้นที่ทำกินกับรัฐ แต่รัฐบาลกลับไม่ให้ไปต่อ รวมถึงร่างกฎหมายแรงงาน ร่างกฎหมายอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ (อสม.) ที่รัฐบาลไม่ยืนยัน ทั้งที่ควรเดินหน้าเพื่อให้สวัสดิการกับ อสม.

“บรรดากฎหมายที่รัฐบาลยืนยันมีหลายฉบับที่เป็นปัญหา จะมาอ้างว่าเพราะมีมีความเห็นที่แตกต่างแล้วไม่ยืนยันคงไม่ใช่หลักเกณฑ์ที่แท้จริง ผมขอให้รัฐบาลกลับไปทบทวนแนวคิด ว่าแม้จะมีอำนาจบริหารแต่รัฐบาลมาจากสภาฯ และสภาฯ มาจากประชาชน  อะไรที่ประชาชนแสดงเจตนารมณ์ควรให้โอกาสได้ทำ และขอให้คิดถึงกลุ่มคนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ถูกมองข้ามอยู่ตลอดเวลา จะถือได้ว่าเราได้ทำหน้าที่ของการเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง” นายอภิสิทธิ์ อภิปราย