ทภ.2 ระบตัว "ลุงโยชน์"กลับไทยแล้ว ผ่านช่องสะงำ เปิดกลไก RBC ทภ.2 ประสานใกล้ชิด ลดตึงเครียดชายแดน กัมพูชายอมส่งกลับ
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2569 มีรายงานว่า วานนี้ (14 พ.ค.) เวลา 11.00 น. พล.จ.นิด นารง รองเสนาธิการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 (ภท.4) ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ฝ่ายกัมพูชา ได้ประสานมายังกองทัพภาคที่ 2 กรณีการส่งตัว “นายโยชน์” กลับประเทศไทย
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 ได้ทำหนังสือถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย และมีการประสานผ่านกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา กระทั่งฝ่ายกัมพูชาอนุมัติให้ส่งตัวกลับประเทศไทยแล้ว
รายงานระบุว่า การส่งตัวครั้งนี้จะใช้กลไกความร่วมมือระดับกองทัพภาคที่ 2 และกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 เพื่อสะท้อนถึงการประสานงานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องของคณะกรรมการ RBC ทั้งสองฝ่าย
เบื้องต้นกำหนดส่งตัวในวันนี้ (15 พ.ค. ช่วงเวลา 10.00 น. บริเวณช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยฝ่ายไทยมี พล.ต.กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมการ RBC ฝ่ายไทย เป็นหัวหน้าคณะ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชามี พล.จ.นิด นารง ทำหน้าที่หัวหน้าคณะฝ่ายกัมพูชา
ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ด่านช่องสะงำ ฝ่ายกัมพูชาได้ส่งมอบตัวนายโยชน์ สายน้อย หรือ “ลุงโยชน์” ให้แก่ พล.ต.กัมปนาท เพื่อรับตัวกลับมาสู่ประเทศไทย โดยนายโยชน์ มีสุขภาพแข็งแรงดี ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการบาดเจ็บตามร่างกายแต่อย่างใด
แหล่งข่าวกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ความสำเร็จในการประสานส่งตัวครั้งนี้ เกิดจากการทำงานอย่างใกล้ชิดของกองทัพภาคที่ 2 ภายใต้การกำกับของแม่ทัพภาคที่ 2 รวมถึงกองกำลังสุรนารี ที่มี ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เร่งขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานอย่างเต็มกำลัง จนสามารถผลักดันการประสานงานผ่านกลไก RBC ให้บรรลุผลได้อย่างราบรื่น
ทั้งนี้ การส่งตัวนายโยชน์กลับประเทศไทย ถือเป็นสัญญาณบวกของความร่วมมือระดับ RBC ระหว่างไทย-กัมพูชา และมีส่วนช่วยลดความตึงเครียดตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศได้ในระดับหนึ่ง
ต่อมา พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีที่ นายโยชน์ สายน้อย ราษฎรที่สูญหายภายหลังเข้าไปหาของป่าในพื้นที่บริเวณห้วยสำเริง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อ 25 เม.ย.69 ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาทราบว่าถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาจับกุมตัว และนำไปควบคุมภายในเรือนจำ จ.อุดรมีชัย นั้น
โดยตั้งแต่รับทราบข้อมูล กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ใช้กลไกการประสานงานในทุกระดับกับฝ่ายกัมพูชาอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือราษฎรไทยรายดังกล่าวอย่างเต็มที่ ซึ่งวานนี้ (14 พ.ค.69) กองทัพภาคที่ 2 ได้รับการประสานจาก พลจัตวา นิด นารง รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4/ประธานกองเลขาฯ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ด้านภูมิภาคทหารที่ 4 ว่าหลังได้รับการประสานจากกองทัพภาคที่ 2 ทางภูมิภาคทหารที่ 4 ได้ดำเนินการทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการ จ.อุดรมีชัย และกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ในเรื่องการติดตามและให้ความช่วยเหลือราษฎรไทย ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาได้อนุมัติให้ส่งตัวราษฎรรายดังกล่าวกลับคืนสู่ประเทศไทยแล้ว ผ่านกลไกความร่วมมือของหน่วยทหารในระดับพื้นที่ ระหว่างกองทัพภาคที่ 2 ของไทย และภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา
ล่าสุดในวันนี้ (15 พ.ค.69) เวลาประมาณ 10.30 น. กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้รับตัวนายโยชน์กลับสู่ประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ โดยมี พลตรี กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2/ประธานกองเลขาฯ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ด้านกองทัพภาคที่ 2 เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย และ พลจัตวา นิด นารง รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4/ประธานกองเลขาฯ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ด้านภูมิภาคทหารที่ 4 เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายกัมพูชา ร่วมสังเกตการณ์และอำนวยความสะดวกในการส่งราษฎรไทยกลับสู่ประเทศ
สำหรับความสำเร็จในการช่วยเหลือคนไทยครั้งนี้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพและความสำคัญของกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในระดับต่างๆ ที่ได้มีการจัดตั้งขึ้น เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนระหว่างกัน ซึ่งกองทัพบก ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับมาตรการเตรียมความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก

