“ผู้นำฝ่ายค้าน” คาใจ รัฐบาล ปัดตกแก้รธน.-ปฏิรูปกองทัพ-แรงงาน หวั่นรวบอำนาจ-เอื้อกลุ่มทุน ด้าน “นันทนา” ขอให้เปลี่ยนคำขวัญพรรค สักแต่พูดพลัส เหตุไม่ยืนยันแก้รธน.
ที่รัฐสภา ในการประชุมรัฐภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน การให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นนชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงว่า มีร่างกฎหมายที่ค้างการพิจารณาของสภาฯ และ วุฒิสภา ซึ่งครม.ร้องขอต่อสภาฯ จำนวน34 ฉบับ
โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภา อภิปรายตั้งคำถามถึงเหตุผลที่รัฐบาลเลือกพิจารณายืนยันหรือไม่ยืนยันต่อร่างกฎหมาย โดยเฉพาะร่างกฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่ดินที่คืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ถูกรัฐประกาศนโยบายทวงคืนผืนป่า ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ร่างกฎหมายธรรมนูญศาลทหาร และ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ตนขอตั้งคำถามว่า อำนาจพิจารณากฎหมายอยู่ที่กฎหมายหรืออยู่ที่รัฐสภา โดยรัฐบาลสามารถคิดแทนได้เองหรือว่าร่างกฎหมายที่เสนอมาอาจไม่ผ่าน จึงปัดตกดีกว่า หรือควรให้รัฐสภาได้ถกเถียงและตกลงว่าฉบับใดควรได้ไปต่อหรือไม่
“รัฐบาลใช้วิธีการปัดตกร่างกฎหมาย ด้วยเหตุผลเดียวกับการปัดตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าส่งกลับมาแล้วอาจไม่ผ่าน ผมขอตั้งคำถามว่า 34 ฉบับที่ ครม.ส่งกลับมานั้นจะได้รับมติเห็นชอบจากรัฐสภา หรือ ฉบับต่างๆ พูดคุยหลังบ้านว่าผ่านแน่นอน ทั้งนี้ผมอยากฟังคำตอบจากรัฐบาลให้ความเห็นทางการเมืองและฐานะผู้กำหนดนโยบายมีหลักเกณฑ์ยืนยันหรือไม่ยืนยัน หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจของรัฐบาล ทั้งการปฏิรูปกองทัพ เรื่องแรงงานที่เกี่ยวกับกลุ่มทุนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับรัฐบาลหรือไม่ หรือกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่ถูกตั้งคำถามว่าเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการ รวมถึงร่างแก้ไขเพิ่มเติมรรัฐธรรมนูญที่กติกาสูงสุดเป็นฐานอำนาจให้กับรัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน” นายณัฐพงษ์ อภิปราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่ สส.พรรคประชาชน ได้ลุกตั้งคำถามเช่นกันถึงเหตุผลที่รัฐบาลปัดตกกฎหมายของพรรคฝ่ายค้านหลายฉบับ ส่วน สว. เช่น น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.ที่ตั้งคำถามต่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลไม่ทำตามสัญญา พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าที่ไม่ยอมแก้ไข เพราะมีการออกแบบให้กินรวบประเทศ ทั้งบริหาร นิติบัญญัติ องค์กรอิสระเป็นสีเดียวกัน
“หากจะเบี้ยวแก้รัฐธรรมนูญเหมือนเบี้ยวประชาชนควรเปลี่ยนคำขวัญของพรรคให้เป็นพรรคสักแต่พูดพลัส” น.ส.นันทนา อภิปราย

