วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘กล้าธรรม’ ชง รัฐบาล5ข้อ ปราบนอมินีต่างชาติ ชี้ มีมากกว่าที่เกาะพะงัน

‘กล้าธรรม’ ชง รัฐบาล5ข้อ ปราบนอมินีต่างชาติ ชี้ มีมากกว่าที่เกาะพะงัน

“อนุดิษฐ์” ชี้ สัญญาณดี “นายกฯ” ลุยเกาะพะงัน ปราบนอมินีต่างชาติ ชี้ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง กระทบอธิปไตยทางเศรษฐกิจ กระจายหลายพื้นที่ ทำภาพลักษณ์เมืองเปลี่ยน ยาเสพติดพรึบ ชง5แนวทางแก้

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามปัญหาการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกรณีการใช้ นอมินี ถือครองที่ดิน ธุรกิจพูลวิลล่า ธุรกิจท่องเที่ยว และบริการต่าง ๆ ว่า ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่รัฐบาลเริ่มให้ความสำคัญกับปัญหานี้อย่างจริงจัง เพราะปัญหาดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น ความเป็นธรรมทางการแข่งขัน และอธิปไตยทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า วันนี้คนไทยไม่ได้รังเกียจชาวต่างชาติ และไม่ได้ปฏิเสธการลงทุนจากต่างประเทศ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเปิด แต่สิ่งที่ประชาชนจำนวนมากรับไม่ได้ คือการที่ชาวต่างชาติบางกลุ่มใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ใช้คนไทยเป็นนอมินี ตั้งบริษัทบังหน้า ซื้อที่ดิน ทำธุรกิจแข่งขันกับคนไทย รับงานแทนคนไทย ก่อนที่ผลประโยชน์จะไหลออกนอกพื้นที่ ขณะที่คนท้องถิ่นเหลือเพียงค่าจ้างเล็กน้อย แต่ต้องแบกรับค่าครองชีพและผลกระทบทางสังคมที่สูงขึ้น

“ข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า เฉพาะพื้นที่เกาะพะงันและเกาะสมุย มีนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมลงทุนถึง 11,426 ราย หรือประมาณ 67.97% ของบริษัททั้งหมดในสองเกาะนี้ ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรมองเป็นปัญหาเฉพาะจุดอีกต่อไป” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวต่อว่า กรณีที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายหลายจุด ทั้งพูลวิลล่า ที่ดิน และบริษัทต้องสงสัยเกี่ยวกับนอมินีจำนวนมาก ยิ่งทำให้เห็นว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทย แต่เป็นเรื่องของทุนต่างชาติบางกลุ่มที่กำลังเข้ามาจัดระบบธุรกิจของตัวเองบนแผ่นดินไทย โดยอาศัยคนไทยบางส่วนเป็นเครื่องมือ

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ปัญหาลักษณะนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะที่เกาะพะงัน แต่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ โดยยกตัวอย่าง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ชาวบ้านสะท้อนว่า จากเดิมเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สงบ แต่เมื่อมีกลุ่มต่างชาติบางประเทศเข้าไปจัดกิจกรรมเสียงดัง เปิดธุรกิจเฉพาะกลุ่ม รวมถึงมีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรืออบายมุขตามที่ได้รับการร้องเรียน ก็ทำให้ภาพลักษณ์ของเมืองเปลี่ยนไป ส่งผลให้นักท่องเที่ยวคุณภาพลดลง ธุรกิจท้องถิ่นซบเซา ร้านค้าคนไทยเสียโอกาส และคนในพื้นที่แทบไม่มีสิทธิ์กำหนดอนาคตของบ้านตัวเอง

“นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาต่างชาติแย่งงาน แต่คือปัญหาที่ต่างชาติกำลังกำหนดระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นแทนคนไทย และไม่ใช่แค่ธุรกิจเถื่อน แต่มันคือเครือข่ายผลประโยชน์ที่เชื่อมโยงทั้งต่างชาติ คนไทยที่ยอมเป็นนอมินี นายหน้า บริษัทบัญชี สำนักงานกฎหมาย ผู้ปล่อยเช่าที่ดิน รวมถึงอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่ปล่อยปละละเลยหรือได้รับผลประโยชน์ร่วมด้วย” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า หากรัฐบาลมองปัญหานี้เพียงแค่การไล่จับร้านผิดกฎหมายเป็นรายกรณี จะไม่มีวันแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวพันทั้งปัญหาเศรษฐกิจใต้ดิน นอมินี ที่ดิน แรงงาน ภาษี ยาเสพติด และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชน

ทั้งนี้ ในฐานะฝ่ายค้าน พรรคกล้าธรรมขอเสนอแนวทางแก้ไข 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่

1. จัดทำ “แผนที่ทุนต่างชาติ” ในพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ ตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งเงินทุน เจ้าของที่แท้จริง และเส้นทางผลประโยชน์อย่างเป็นระบบ

2. ดำเนินคดีทั้งเครือข่าย ไม่ใช่จับเฉพาะผู้กระทำปลายทาง โดยต้องตรวจสอบคนไทยที่รับถือหุ้นแทน รวมถึงสำนักงานบัญชีและกฎหมายที่ช่วยวางโครงสร้างหลบเลี่ยงกฎหมาย

3. ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนระดับพื้นที่ เปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแสอย่างปลอดภัย พร้อมติดตามผลอย่างจริงจัง

4. แยกให้ออกระหว่าง “นักลงทุนคุณภาพ” กับ “นอมินีต่างชาติ” โดยผู้ลงทุนที่ถูกกฎหมาย เคารพชุมชน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ ต้องได้รับการสนับสนุน แต่ผู้ที่ใช้ช่องโหว่กฎหมาย หลบภาษี หรือแย่งอาชีพคนไทย ต้องถูกจัดการเด็ดขาด

5. คืนอำนาจให้คนท้องถิ่นกำหนดอนาคตเมืองของตัวเอง เพื่อไม่ให้เมืองท่องเที่ยวถูกเปลี่ยนอัตลักษณ์โดยทุนต่างชาติที่ไม่รับผิดชอบต่อชุมชน

“ผมเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลเริ่มลงมืออย่างจริงจัง และหวังว่าการลงพื้นที่เกาะพะงันครั้งนี้ จะไม่ใช่เพียงภาพข่าวหนึ่งวัน แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดระเบียบทุนต่างชาติทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ เพราะปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเกาะพะงัน ปาย ภูเก็ต สมุย หรือพัทยา แต่มันคือคำถามสำคัญว่า ประเทศไทยจะเปิดรับต่างชาติอย่างมีศักดิ์ศรี หรือจะปล่อยให้คนไทยกลายเป็นเพียงนอมินีบนแผ่นดินของตัวเอง” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวทิ้งท้ายว่า การเปิดประเทศต้องทำให้คนไทยได้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่เปิดช่องให้บางกลุ่มเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่แสวงหาผลประโยชน์ แล้วทิ้งภาระและปัญหาไว้ให้คนไทยรับผิดชอบในภายหลัง