"รังสิมันต์" ขู่ฟ้อง ม.157 "รมว.ยุติรรม" ปมไม่ขยายผลเอาผิด ”ฮุน โต“ ฐานะเจ้าของ บ.ฮุ่ยวันเพย์ ด้าน “พล.ต.ท.รุทธพล” แจง กัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือ
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานในที่ประชุมในวาระกระทู้ถามทั่วไป โดยนายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งถามเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์และการฟอกเงินของเครือข่ายบริษัทฮุ่ยวันเพย์ หลังจากที่พบประเด็นว่าการทำคดีของตำรวจสอบสวนกลางสืบสวนผังการฟอกเงิน ที่พบว่าบริษัทฮุ่ยวันเพย์เชื่อมโยงกับทุนเทาในกองทุนซีเอไอ ที่มีนายเบน สมิธ เป็นเจ้าของ โดยผ่านมา 9 เดือนไม่พบการขยายผลไปยังนักการเมืองเครือข่ายนักการเมืองที่อยู่ในประเทศไทย รวมถึงยึดทรัพย์บริษัทดังกล่าว โดยขณะนี้บริษัทฮุ่ยวันเพย์ ที่ตั้งอยู่ในกัมพูชา ปิดตัวแล้วทรัพย์สินมีการแยกย้ายถ่ายโอนแล้ว
“กรณี บริษัทฮุ่ยวัน ไม่ต้องดูหรอว่าใครเกี่ยวข้องหรือเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม เพราะนายฮุน โต หลานสมเด็จฮุนเซน ยอมรับว่าเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว จนถึงวันนี้มีการออกหมายจับหรือดำเนินคดีหรือไม่ หรือตามข้อมูลที่ชี้แจงอาจจะเป็นแค่ตัวเล็กตัวน้อย ตกลงแล้วจะมีการออกหมายจับ ฮุน โตและออกหมายแดงจับด้วยหรือไม่ หรือการทำลายเครือข่ายอีลีกสีเทาหรือนักการเมืองสีเทาที่บางคนยังอยู่ในสภาแห่งนี้ บางคนอยู่นอกสภา” นายรังสิมันต์ ตั้งคำถาม
จากนั้น พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่าบริษัทฮุ่ยวันเพย์ที่มีความเชื่อมโยงกับนายยิม เลียก ซึ่งมีพยานหลักฐานยืนยันว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันนายเบน สมิธ ทั้งนี้การปราบปรามสแกมเมอร์ได้ดำเนินการทั้งคดีอาญาและยึดทรัพย์ โดยในส่วน นายยิม เลียก นางวิรินยา ยิมจ์ นายเบน สมิธ น.ส.แคทธารียา บีเวอร์ นางสุภารัตน์ สง่าเมือง ปปท. ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน โดยได้พยานหลักฐานค่อนข้างมากต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน เพื่อส่งฟ้องสำนวนไปยังอัยการและศาล
พล.ต.ท. รุทธพล ชี้แจงต่อว่า ส่วนการดำเนินการกับบริษัทฮุ่ยวันเพย์ มี 3 หน่วยงานร่วมดำเนินการ โดยคดีดังกล่าวได้ยึดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหา จำนวน 46 ล้านบาท ปัจจุบันพนักงานสืบสวนมีความเห็นสมควรส่งฟ้องได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการแล้ว คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา อย่างไไรก็ดีคดีดังกล่าวมีข้อจำกัด คือประเทศกัมพูชา ไม่ให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูลรายละเอียดผู้ถือหุ้นของบริษัทฮุ่ยวันเพย์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศกัมพูชา ให้กับทางปอท. เป็นเหตุไม่สามารถติดตามในรายละเอียดได้เท่าที่ควรเราสามารถดำเนินการได้เท่าที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย
“การดำเนินการกับแพลตฟอร์มฮุ่ยวันเพย์ สอท. ได้ตรวจพบบริษัทที่ทำธุรกรรมกับบริษัทฮุ่ยวันเพย์ และแจ้งความดำเนินคดีกว่า 70 คดี ซึ่งมีความเสียหาย 193 ล้านบาท และได้ตรวจค้น5จุดในจังหวัดสมุทรปราการจับผู้ต้องหาได้ 1 คน และจะได้สืบสวนต่อไป ซึ่งการดำเนินการต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ให้ชัดเจนก่อนที่จะนำขึ้นสู่ศาล โดยนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการเรื่องการปราบปรามในเรื่องนี้ และตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ชุดขึ้นมาดำเนินการ แล้วจะประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาขอข้อมูลจากสมาชิกเพื่อผลประโยชน์ ของชาติต่อไปและจะติดตามหมายอินเตอร์โพล” พล.ต.ท. รุทธพล ชี้แจง
นายรังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่าตนพร้อมให้ข้อมูล หรือในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ค.) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาที่รัฐสภาพร้อมนำข้อมูลพยานหลักฐานมาให้ ยืนยันไม่กั๊กข้อมูลและพร้อมให้ความร่วมมือ และกังวลว่ารัฐมนตรีรับทราบว่านายฮุน โต เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฮุ่ยวันเพย์ แต่หากทราบแต่ไม่ดำเนินการเอาผิดอาจจะกลายเป็นเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้ ซึ่งหากถ้ารัฐมนตรีรู้แต่ไม่ทำพร้อมที่จะเอาจริงกับเรื่องนี้แน่นอน

