'ดร.โจ' ลุยบ้านเกิด 'ตลาดพลู' ย้อนวันวานวัยเด็ก หาเสียง-แนะนำตัวพ่อค้า ย้ำไม่ติดป้ายหาเสียง 'หมออ๋อง' บอกรัฐบาลมีแดง-น้ำเงิน ขอ กทม.ส้มบ้าง
เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ลงพื้นที่ตลาดพลู ถิ่นเก่าในวัยเด็ก เพื่อย้อนความทรงจำกับสถานที่และบุคคลคุ้นเคย โดยนายชัยวัฒน์ได้เดินพบปะ แนะนำกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาด
นายชัยวัฒน์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ว่า มีกําหนดการลงพื้นที่ทุกวัน เดินเป็นทีม มี สส.ร่วมด้วย วันนี้เวียนมาถึงเขตธนบุรี เลยเป็นโอกาสที่ดีสําหรับตนเอง ซึ่งเกิดและเติบโตที่ตลาดพลูเขตนี้ จึงมาดูย้อนรอยเขตธนบุรี ว่ามีอะไรที่อยากจะไฮไลท์ หรือนําเสนอนโยบายให้กับประชาชน
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตนเองเดินมาตั้งแต่เช้า มีการรับฟังประชาชน ส่วนมากเป็นปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ ค้าขาย ทึ่อยากให้เราพัฒนาย่านตลาดพลูให้เป็นย่านที่คึกคัก มีคนมาเที่ยว มาเดินจับจ่ายใช้สอย ซึ่งตรงกับนโยบายค้าขายง่าย ที่เป็นวาระเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งเราจะผลักดันย่านท่องเที่ยวในแต่ละด้าน ให้มีคนในชุมชนร่วมกันสร้างสตอรี่ เรื่องราวของย่านนั้นๆ ให้เป็นเอกลักษณ์ ทําให้การเดินทางง่ายสะดวกขึ้น จึงเข้ามารับฟัง และนําเสนอให้
ส่วนสิ่งที่จะนํามาปรับใช้กับที่นี่ ว่าตลาดพลูขาดหรือจะเพิ่มอะไรนั้น คือเรื่องทางเดินเท้า แม้ว่ารอบๆ อาจจะเรียบ แต่บริเวณใกล้ๆ ป้ายรถเมล์ หรือจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ และเส้นทางรถไฟ ยังเดินได้ค่อนข้างลําบาก ขนาด เด็ก หรือ วัยรุ่น ก็ยังลําบาก ต้องคํานึงถึงผู้สูงอายุ และคนพิการ ที่จะยิ่งมีปัญหา ถ้าทําให้ทางเดินสะดวกขึ้น มีทางเดินเชื่อมต่อ ที่มีหลังคากันแดดกันฝน ก็ยิ่งทําให้การเดินทางง่ายขึ้น เนื่องจาก จริง ๆ แล้ว บริเวณโดยรอบมีนักท่องเที่ยวจํานวนมาก หากทางเดินดี ก็จะสามารถเชื่อมต่อมาที่ตรงนี้ได้ เพื่อให้เป็นแหล่งเดินกิน เดินชิม
สำหรับกรณีนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาท ซึ่งนายชัยวัฒน์เคยให้สัมภาษณ์ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมนั้น นายชัยวัฒน์ ชี้แจงว่า ค่ารถไฟควรเป็นไปตามระยะทาง 8-45 บาท ซึ่งเรามีการขับเคลื่อนผลักดันกันมาตั้งแต่สภาฯ ชุดที่แล้ว เรามีการร่างกฎหมาย เพื่อนำเสนอเรื่องค่าโดยสารร่วม ไม่ใช่เพียงตั๋วร่วม ที่ไม่เกิน 45 บาท หรือถ้าเดินทางน้อยกว่าและสั้นกว่านั้น ก็เป็นไปตามระยะทาง โดยเป็นตัวเลขที่เราศึกษากันมาตามจริง แม้จะมีการเอาภาษีมาอุดหนุนบ้าน แต่ไม่ได้อุดหนุนทั้งหมด เพราะส่วนนี้ เราจะสามารถนําภาษีไปใช้สวัสดิการด้านอื่นได้ ย้ำว่า ตัวเลขนี้ เป็นตัวเลขที่เราคิดมาแล้ว จากสภาพความเป็นจริง ที่ทําให้สมมุติสมเหตุสมผลตามหลักการ
นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า จะมีตั๋วร่วม ไม่ใช่แค่ตั๋วใบเดียว เช่น หากเดินทางหลายต่อ เช่น ต่อรถเมล์ต่อรถไฟฟ้า ต้องดูว่า ขึ้นจากจุดไหนไปถึงอะไร ซึ่งผู้ให้บริการควรแบ่งกันเองได้ ว่าจะแบ่งสัดส่วนกันอย่างไร คนใช้จ่ายค่าแค่ครั้งเดียว ต้นทางไปปลายทาง
ส่วนเรื่องที่จะไม่มีการติดป้ายหาเสียงในกรุงเทพมหานคร จะมั่นใจได้อย่างไร นายชัยวัฬน์ กล่าวว่า เป็นความตั้งใจที่เราจะลดจํานวนป้ายหาเสียงลง ตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล ในการเลือกตั้ง กทม.ครั้งนี้ เราคิดว่ากรุงเทพฯ เป็นสนามเลือกตั้ง ที่เราจะทําเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นได้จริง
ดังนั้น ตนเองจึงขอเป็นผู้ริเริ่มเรื่องนี้แต่แรก เพราะต้องการให้กรุงเทพฯ ง่าย ไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้กับคนกรุงเทพฯ เมืองควรจะต้องเป็นทางออก คําตอบให้กับคนเมือง ที่อยู่ในเมือง ไม่ใช่ภาระ ปัญหาให้กับคนเมือง จึงไม่ติดป้ายหาเสียงบนบนถนน เพราะอาจกีดขวางทางเดินเท้า และบดบังทาง จนเกิดอุบัติเหตุได้
ส่วนเรื่องต่าง ๆ เราเชื่อว่า เราสามารถสื่อสารถึงประชาชนชาวกรุงเทพฯ ได้อีกหลายช่องทาง ไม่ใช่เฉพาะป้ายหาเสียง สําหรับผู้ว่าฯ กทม.นั้น ทั้งกรุงเทพฯ มีเบอร์เดียวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น คนที่รู้จักพรรคประชาชน โจ ชัยวัฒน์ สามารถจําหน้า จําเบอร์ตนเองได้ เข้าใจว่า มีชื่อในบัตรเลือกตั้งด้วย และเรายังมีสื่อหลายช่องทาง ทั้งแผ่นพับ โซเชียลมีเดีย อาจใช้แผ่นไวนิลผ้าใบมาติดในตลาด และใช้บิลบอร์ดกลางเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีต สส.พิษณุโลก พรรคประชาชน ร่วมเดินหาเสียงด้วย โดยมีช่วงหนึ่ง ระบุว่า "รัฐบาลน้ำเงิน-แดง ขอกรุงเทพฯ ส้ม" ด้วย

