“อนุทิน” ลุยเกาะพะงัน ปราบนิมินีต่างชาติ ประกอบธุรกิจ ครอบครองอสังหาฯ สั่งสอบเส้นทางการเงิน เอาไปฟอกเป็นที่ดินหรือไม่ เชื่อดำเนินคดีได้ หลังพบพฤติกรรมตั้งบริษัทแล้วขายต่อ เล่นมุขถามชาวบ้าน ในทะเลมีปลาอะไร ก่อนเฉลย ปลาอินทรีย์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมคณะเดินทางมายังบ้านเลขที่ 39/15 หมู่ 7 บ้านโฉลกหลำ ตำบลเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเทเลอร์ วิลล่า จำกัด โดยได้มีการล้อมวงพูดคุยกับรัฐมนตรีที่ร่วมคณะและเจ้าหน้าที่ หน่วยงานราชการที่ดูแลในพื้นที่เกาะพะงัน ที่บริเวณด้านหน้า พลูวิลล่าที่มีการก่อสร้างผิดกฎหมาย โดยพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รายงานเรื่องการก่อตั้งพูลวิลล่า ซึ่งก่อสร้างผิดกฎหมาย และมีชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของ ตามนโยบายปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน
โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้พิสูจน์ว่าผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติหรือไม่ เพราะถ้าถือหุ้นถือว่าผิดหลักต่างชาติมาซื้อที่ดินในไทย แต่พฤติกรรมที่กระทำผิดตัวเองทราบดีว่าไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน แต่ใช้ลักษณะนอมินีมาอ้างมาซื้อที่ดินหลอกลวงให้คนทั่วไปเข้าใจว่านี่คือบริษัทไทย และขอให้ตรวจสอบเส้นทางเงินของบริษัทดังกล่าวด้วย
เมื่อถามว่า เรื่องนอมินิเกาะพะงันได้มีการกำชับหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ลงพื้นที่มาดูเรื่องนอมินี ที่สำคัญคืออย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องของที่ดินว่ารุกล้ำหรือหรือไม่ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมที่ดิน จะไปจัดการตรงนั้นเองวันนี้ เรามาดูเรื่องของการเปิดบริษัทแล้วเอามาขาย ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% แต่ตอนนี้มีการเปิดหลายบริษัทไขว้กันไปไขว้กันมา ทำให้บริษัทนั้นดูเหมือนว่ายังมีสัญชาติไทย แต่ความจริงการครอบครองกำหนดทิศทางของบริษัทนั้นมันเป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ถือว่าผิดเจตนารมณ์กฎหมายเมืองไทย ใครก็ตามที่จะครอบครองที่ดินบริษัทคนไทยยังต้องมี 51% แต่นี่เป็นของต่างชาติ 100% เปรียบเสมือนบริษัทคงอยู่ แต่คนที่คอนโทรลความเป็นไทยค่อยๆละลายไป พูดง่ายๆ เอาฝรั่งใส่วิกดำใส่หัวดำ แต่สุดท้ายยังไงฝรั่งก็ยังเป็นคนกำหนดคนต่างชาติเป็นคนกำหนดเราก็ต้องมาแก้ไขตรงนี้
เมื่อถามว่า มีการมอบนโยบายและแนวทางเบื้องต้นหรือไม่ เพราะมีเรื่องของทนายความเข้าไปแนะนำ นายกฯ กล่าวว่า บริษัทมีที่ปรึกษาบริษัทในการทำบัญชีในการทำงานต่างๆ มีผู้ก่อตั้ง7 คน ต้องเป็นคนไทยต้องใช้ทุนเกิน 50% ถ้าทำแบบนี้กระทรวงพาณิชย์ก็เปิดให้หมด แต่ถ้ามาในกรณีเจตนารมณ์แบบนี้ คนๆหนึ่งถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัทเก่า 200 กว่าบริษัท คือการเอาบริษัทมาขายบริการ เอาเปลือกมาขาย เพื่อให้คนต่างชาติไปประกอบธุรกิจซึ่งมันผิดเจตนารมณ์ของกฎหมาย ฉะนั้นเชื่อว่าจะดำเนินคดีได้ และเพิ่งมาดูประเด็นในสายงานของตำรวจคือเขาต้องไปดูที่มาของเงินว่าเอาเงินเข้ามาให้ฟอกกลายเป็นที่ดินที่เขาสามารถถือครองและมีสิทธิ์จ้างไปทำอะไรก็ได้ทำตามใจต่างชาติแบบนี้เราก็ต้องนั่งบล็อกไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นนายกฯ ได้เดินลงมาพบปะประชาชนที่มายืนรอพร้อมมอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่ ก่อนที่จะเดินมาดูบริเวณชายหาด และกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันรักษา ชายหาดให้สะอาดและน้ำให้ใสสะอาด อย่าทำน้ำขุ่น ต้องช่วยกันรักษา ก่อนจะพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านได้ชวนนายกฯมาตกหมึก ซึ่งนายกฯตอบว่า วันนี้ไปไม่ได้เดี๋ยวต้องเดินทางไปที่จ.ภูเก็ตต่อ ก่อนชาวบ้านบอกอีกว่าปลาหมึกที่นี่อร่อยไม่เค็ม นายกฯ จึงตอบกลับเป็นภาษาใต้ว่า หรอยแรงๆ
โดยมีช่วงหนึ่งนายกฯ ถามชาวบ้านว่า ปลาที่นี่มีเยอะหรือไม่ และถามชาวบ้านอีกว่ารู้ไหมว่าในทะเลมีปลาอะไร โดยชาวบ้าน ตอบว่า ปลาหมึก ปลาทู แต่นายกฯ ตอบเป็นว่า ปลาอินทรีย์

