วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ทภ.2 สยบข่าวเสียดินแดน ปม สร้างถนนเลียบชายแดน ลั่น ป้องอธิปไตย

ทภ.2 สยบข่าวเสียดินแดน ปม สร้างถนนเลียบชายแดน ลั่น ป้องอธิปไตย

ทภ.2 สยบข่าวเสียดินแดน ปม กสร้างถนนเลียบชายแดน ลั่น ยืนหยัดป้องอธิปไตย ไม่เสียแม้ “ตารางนิ้วเดียว” ย้ำทหารตรึงกำลังเข้ม ชาวบ้านเข้าป่าทำกินได้ แต่ขอให้แจ้งก่อน

เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2569 แหล่งข่าวระดับสูงกองทัพภาคที่ 2 ระบุถึงกรณีที่มีทหารกัมพูชาเข้ามาพูดคุยกับ “หลวงตาเยื้อน” บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยชี้แจงว่าพื้นที่ดังกล่าวมีแนวเขตแดนที่ชัดเจน รับรู้กันทั้งสองฝ่าย และประเทศไทยไม่ได้สูญเสียดินแดนแต่อย่างใด พร้อมระบุว่าฝั่งตรงข้ามเป็นฐานทหารกัมพูชา ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากแนวชายแดนไทยประมาณ 100 เมตร ขณะที่ฝั่งไทยใช้การลาดตระเวนตามเส้นทางเรียบแนวชายแดนเพื่อดูแลรักษาพื้นที่

ทั้งนี้ ทหารกัมพูชาที่ประจำอยู่บริเวณดังกล่าวไม่ได้มีท่าที ห้ามปรามการดำเนินงานก่อสร้างถนนเลียบชายแดนฝั่งไทย โดยกองกำลังสุรนารี ได้ประสานงานและพูดคุยผ่านชุดประสานงานชายแดนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำหลักการให้แต่ละฝ่ายปฏิบัติอยู่ในพื้นที่อธิปไตยของตนเองอย่างชัดเจน

สำหรับกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า การก่อสร้างถนนเลียบชายแดนอาจเข้าข่ายการ “เสียดินแดน” นั้น กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันหนักแน่นว่า ประเทศไทยไม่สูญเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว และการพัฒนาเส้นทางคมนาคมบริเวณชายแดนยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ภายใต้กรอบอธิปไตยของไทยอย่างครบถ้วน

แหล่งข่าวระดับสูงกองทัพภาคที่ 2 ยังขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารและหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยยืนยันว่ากำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงดูแลรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของประเทศอย่างเต็มกำลัง พร้อมย้ำว่าไม่มีฝ่ายใดเข้ามารุกรานดินแดนไทยตามที่มีกระแสข่าวเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ได้อย่างแน่นอน

ส่วนกรณี “ลุงโยชน์" หรือ นายเฉลียว ส่องาม อายุ 62 ปี ชาวบ้านที่เข้าไปหาของป่าแล้วถูกทางการกัมพูชาควบคุมตัวนั้น เบื้องต้นคาดว่าอาจเดินเข้าไปในพื้นที่ล่อแหลมใกล้แนวชายแดน ซึ่งการเข้าป่าหาของป่าถือเป็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวบ้านในพื้นที่ โดยขณะนี้กองทัพภาคที่ 2 ได้เร่งประสานงานช่วยเหลือประชาชนที่ถูกควบคุมตัวในทุกระดับแล้ว พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ห้ามชาวบ้านเข้าป่าหาของตามวิถีชีวิต แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนที่ต้องการเข้าป่าหาของป่า ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทหาร ป่าไม้ หรืออาสาสมัครในพื้นที่ก่อนทุกครั้ง เพื่อความสะดวกในการดูแลความปลอดภัย และแนะนำพื้นที่เสี่ยงหรือจุดอันตรายที่ควรหลีกเลี่ยง รวมถึงเมื่อออกจากป่าแล้วให้กลับมาแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้ง เพื่อให้สามารถตรวจสอบจำนวนบุคคลได้อย่างถูกต้อง 

ขณะเดียวกันกองกำลังสุรนารี ได้ปรับแผนดูแลพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวด ทั้งการลาดตระเวนแบบใยแมงมุม การเฝ้าตรวจ และการตั้งจุดตรวจในพื้นที่ล่อแหลม เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง พร้อมดูแลความปลอดภัยของคนไทยอย่างเต็มที่