"สว." หวั่นแลนด์บริดจ์ ทำ "รัฐบาล" เสียค่าโง่ แนะให้ศึกษารอบด้าน-รอบคอบ ฟังเสียงประชาชน ด้าน "เปรมศักดิ์" ประเมินรัฐบาลกำลังถอย หนุนให้เป็นโครงการแรกที่รัฐบาลยุติ
ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา (สว.) ซึ่งพิจารณารายงานการศึกษาเรื่อง การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม ที่มีนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. เป็นประธานกมธ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการอภิปรายของสว. ส่วนใหญ่ สนับสนุนรายงานของกมธ. และเห็นด้วยกับญัตติเรื่อง ขอให้รัฐบาลทบทวนการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ที่เสนอโดยนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. เป็นผู้เสนอ พร้อมกับตั้งข้อสังเกตต่อกรณีที่รัฐบาลเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ที่ให้ต่างชาติเช่าที่ดินระยะยาว 50 ปี และต่ออายุได้รวม 99 ปี อาจเปิดช่องให้นายทุน กลุ่มทุน หรือบริษัทต่างชาติเข้าถือครองที่ดินและประเทศไทย คนไทยได้รับผลกระทบระยะยาว และไม่ต่างจากที่ยกประเทศให้กับต่างชาติ นอกจากนั้นยังตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าที่แท้จริง
โดยนายชูชีพ เอื้อการณ์ สว. อภิปรายว่าตนไม่คัดค้านการพัฒนา แต่ขอให้รัฐบาลศึกษาอย่างรอบคอบ รวมถึงภาระทางการคลัง รวมถึงควรให้สังคมตรวจสอบเข้าถึงได้ โดยไม่เป็นสะพานภาระให้กับคนไทยและไม่ควรให้คนไทยเสียค่าโง่ เหมือนหลายโครงการที่ผ่านมา เช่น โครงการโฮปเวลล์ คลองด่าน ทั้งนี้ตนกังวลว่าหากมุ่งที่เม็ดเงินหรือจีดีพี แต่ทำให้ความรวยจะกระจุกที่กลุ่มคน ขณะที่ความจนจะตกอยู่ที่ประชาชน สิ่งที่ต้องถามว่าหากประเทศไทยสร้างได้แล้วจะมีสายการเดินเรือมาใช้หรือไม่ เพราะเพิ่มต้นทุนการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ หากทำแแล้วไม่มีคนมาใช้ อาจกลายเป็นอนุสาวรีย์ของการศึกษาที่ผิดพลาดได้
นายชูชีพ อภิปรายว่าตนมีข้อเสนอต่อรัฐบาลคือ เปิดเผยรายงานฉบับเต็ม ตั้งผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระศึกษาอย่างเป็นกลาง และวิเคราะห์ผลเลวร้ายไว้ล่วงหน้า วิเคราะห์ผลกระทบ รวมถึงเจรจากับผู้ใช้บริการจริงให้ชัดเจน นอกจากนั้นเปิดเผยว่าใครเป็นผู้ได้รับความเสี่ยง ทั้งนี้ตนไม่ได้เสนอให้รัฐบาลปิดประตูแลนด์บริดจ์แต่ควรศึกษาอย่างรอบด้าน เปิดเผยข้อมูลด้วยความจริงใจ และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนตรวจสอบ หากจะให้แลนด์บริดจ์เป็นสะพานเชื่อมเศรษฐกิจแท้จริง ต้องพิสูจน์ว่าไม่เป็นสะพานภาระให้ลูกหลานต่อไปในอนาคต
ทางด้าน นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ สว. กล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯ และ รมว.คลัง ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ประกอบกับรายงานฉบับดังกล่าวของกมธ. ตนมองว่าเป็นสัญญาณให้ถอยโครงการดังกล่าว อย่างไรก็ดีตนมองว่าหากไม่มีโครงการดังกล่าวในคำแถลงนโยบายไม่ควรเดินหน้า เพราะมีผลกระทบต่อพื้นที่ ประชาชน เศรษฐกิจ และไม่คุ้มค่าการลงทุน ทั้งนี้ขอให้เป็นโครงการตัวอย่างที่รัฐบาลจะยุติเพราะมีความเห็นคัดค้านและข้อท้วงติงจากประชาชน ทั้งนี้ตนไม่ปฏิเสธการพัฒนา แต่ปฏิเสธการพัฒนาที่สุ่มเสี่ยง ที่ประเมินแล้วไม่คุ้มค่า สุ่มเสี่ยงตกเหว
สว.น้ำเงิน ชู "อนุทิน" เดินหน้าแลนด์บริดจ์ เปิดประตูเชื่อมมหาสมุทรพุ่งทะยาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการอภิปรายตอนหนึ่งพบว่ามี สว.ที่สนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ โดยนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. อภิปรายว่าตนไม่เห็นด้วยที่จะทำแค่โครงการแลนด์บริดจ์ คลองไทย โดยยกคอนเทนเนอร์ยกผ่าน เพราะประเทศไทยไม่ใช่ทางผ่าน แต่อยากให้รัฐบาลมองให้กว้างและลึกกว่านั้น เพราะตนมองว่าแค่แลนด์บริดจ์หรือ คลองไทยไม่คุ้ม เพราะจะได้แค่ค่าผ่านทาง ดังนั้นควรมองศักยภาพให้ดีจะเห็นว่าที่จ.ระนอง และจ.ชุมพร เป็นแผ่นดินที่ระยะทางสั้นที่สุดของมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ถามว่าหากเอาท่าเรือสิงคโปร์มาตั้ง แล้วเราจะทำอย่างไรให้ไทยเหนือกว่า หากคิดไม่ออกไม่ต้องทำ ประเทศนี้ก็เป็นประเทศที่ด้อยพัฒนาต่อไป
นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ตนมีดัชนีคนค้านโครงการใหญ่จำนวนมาก โครงการนั้นจะพบความความสำเร็จ เช่น โครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกฯ ที่สมัยนั้นมีแต่คนค้าน แต่พล.อ.เปรมก็สามารถทำจนสำเร็จได้ หรือโครงการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ดังนั้นตนเชื่อว่าหากรัฐบาลเดินหน้าจะทำสำเร็จแน่นอน แต่ต้องไม่มองว่าเป็นแค่ท่าเรือ ยกตู้คอนเทนเนอร์ แต่ต้องเพิ่มมูลค่าสินค้า ผลิตและกระจายสินค้าที่ครอบคลุม โดยตนขอตั้งชื่อว่าเป็นสุวรรภูมิโอเชี่ยนฮับ ขณะที่การศึกษารายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกับมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ตนมองว่าหากศึกษาออกมาแบบนั้นไม่ต้องทำ เพราะเปลืองเวลา เปลืองงบประมาณ และทรัพยากร
“คนที่จะมาทำวิจัยนั้นตนคิดว่าคำถามสำคัญ ทำไมคุณไม่เปลี่ยนโจทย์การตั้งคำถามเช่น ประเทศไทยควรพัฒนาโครงการอะไรที่เชื่อมระหว่างอ่าวไทยและอันดามันจึงจะคุ้มค่าลงทุนมากที่สุด นี่คือคำถามที่ควรต้องตั้ง แล้วคุณก็ยึดติดว่ามันไม่คุ้มค่าแต่คุณกลับไม่เคยบูรณาการคำถามของคุณเลย ดังนั้นผมอยากให้รัฐบาลศึกษาอย่างจริงจังว่า คิดให้จบในรัฐบาลชุดนี้ วันนั้นนายกฯ เปรม เปิดวาลว์ก๊าซ จุดประกายอีสเทิร์นซีบอร์ดให้โชติช่วงชัชวาล วันนี้ถึงเวลาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่จะเปิดประตูเชื่อมมหาสมุทรให้พุ่งทะยาน ไร้พรมแดนเช่นกัน” นายพิสิษฐ์ อภิปราย
"อัจรพรรณ" แนะ "รัฐบาล" เดินหน้า แต่ขอฟังเสียงปชช.-ยึดรธน.
ขณะที่น.ส.อัจรพรรณ หอมรส สว. อภิปรายว่าตนมองว่าควรทางเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อเป็นทางเลือกของเส้นทางเดินเรือ จากเดิมที่มีเส้นทางเดินเรือที่ช่องแคบมะละกาเท่านั้น ทั้งนี้ในอนาคตจากความขัดแย้งทางภูมิภาคอย่าคิดว่าจะปิดช่องแคบมะละกาไม่ได้ อย่างไรก็ดีตนมองว่าเป็นโอกาส ทั้งนี้ตนมีข้อเสนอแนะขอให้รัฐบาลระวังงทุนต่างชาติและความมั่นคง โดยเฉพาะการให้ทุนต่างชาติ เช่าที่ดินระยะยาว อย่าปล่อยให้ต่างชาติตั้งฐานทัพในพื้นที่ และ รัฐบาลต้องสร้างความเข้าใจให้ประชาชนมากกว่าปัจจุบัน
“เรื่องนี้เป็นเรื่องทางนโยบาย แม้ไม่เคยหาเสียง หรือ ไม่ปรากฎในคำแถลงนโยบาย แต่รัฐบาลสามารถทำได้ เพราะนโยบายไม่ใช่การกระทำทางการปกครองที่ต้องมีฐานอำนาจตามกฎหมายก่อนเริ่มคิดหรือเริ่มทำ เพราะเป็นคนละเรื่องที่รัฐบาลไม่ทำตามคำแถลงหรือสัญญาประชาชน ทั้งนี้อย่าให้การทำโครงการขัดกับรัฐธรมนูญไม่ว่าจะประเมินคุ้ม จะสร้างหรือไม่ต้องฟังเสียงประชาชนให้รอบด้านเพื่อให้การตัดสินใจเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน” น.ส.อัจรพรรณ อภิปราย

