ที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ สถาบันปรีดี พนมยงค์ จัดเสวนาวิชาการ เนื่องใน 126 ปีชาตกาล ศ.ดร.ปรีดี พนมยงค์ 2569 เรื่อง จากมติเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้นธารสู่การปฏิรูปองค์กรอิสระ โดยมีนักวิชาการและนักการเมืองเข้าร่วมเวที
ปริญญา หนุน นักการเมืองเดินหน้าแก้รธน. -ปรับพ.ร.ป.ไม่รอรัฐบาล
โดย นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชาการคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า แนวคิดและเป็นที่มาขององค์กรอิสระ เพราะด้วยปัญหาของระบบสภาฯ คือ ฝ่ายบริหารคือ เสียงข้างมาก ขณะที่การตรวจสอบ เป็นเรื่องของฝ่ายค้าน ฝ่ายเสียงข้างน้อย ทำให้ต้องมีองค์กรเพื่อตรวจสอบรัฐบาล ขณะที่ที่มาขององค์กรอิสระตอนแรก ในรัฐธรรมนูญ 2540 มาจาก สว.ที่มาโดยเลือกตั้ง ทำให้องค์กรอิสระยังคงยึดโยงกับประชาชน ทั้งนี้ในปี 2560 มีการเปลี่ยนแปลงที่มาของสว. มาจากการเลือกกันเอง โดยฝ่ายวิชาการเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะมีปัญหาแต่ไม่มีใครฟัง ทั้งนี้ในการทำประชามติต่อการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศคะแนนเห็นชอบประชามติเพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญ จำนวน 58% ขณะที่การประชามติรอบที่แล้วได้คะแนนเห็นชอบ 61%
นายปริญญา กล่าวต่อว่าทั้งนี้เปอร์เซ็นต์ที่ได้น้อยกว่า กกต. นำบัตรเสียนับรวมเข้าไปด้วย แต่หากไม่นำมารวม จะทำให้ได้คะแนนเห็นชอบ เมื่อ 8 ก.พ.69 ได้ 65% ดังนั้นรัฐบาลควรเดินหน้า หากไม่ทำ พรรคการเมืองต้องเดินหน้า ถ้าไม่เอาร่างเก่าต้องยกร่างใหม่ นอกจากนั้นคือ แก้ไข พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) เช่น สว. เพื่อแก้ไขกระบวนการได้มาให้โปร่งใส หรือ พ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ที่สามารถตัดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายออกจากการไต่สวนได้ แล้วใช้ผลโหวตตัดสิน พ.ร.ป.การเลือกตั้งสส. ให้เอาการมีส่วนร่วมและความโปร่งใสคืนมาได้ แก้วิธีการทำบัตรเลือกตั้งให้มี หมายเลข และชื่อผู้สมัคร สส. เป็นต้น
“กกต. คงไม่อยากให้ยกเลิก เพราะไม่ทำตามกฎหมาย ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น เช่น เรื่อง สว. ประกาศก่อนสอยทีหลัง ทั้งนี้อีก 2เดือนจะครบ 2 ปี กกต.ไม่มีทำอะไร ส่วน สส.อาจเป็นปัญหาในระบอบเดียวกัน ส่วนองค์กรอิสระนั้นไม่สามารถถูกตรวจสอบได้ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญ 2560 คือ รัฐธรรมนูญฉบับ 2534พลัส ระบอบประชาธิปไตยเลือกพรรคไหนไม่ใช่ปัญหา เพราะเห็นต่างกันได้ เป็นเสรีภาพ ขอเพียงให้การเลือกกรรมการนั้นต้องเที่ยงธรรม เพราะรัฐบาลมาจากหีบบัตรเลือกตั้ง ดังนั้นเมื่อมีปัญหาองค์กรจัดการเลือกตั้งและองค์กตรวจสอบต้องเที่ยงธรรม แต่เราไม่มั่นใจ” นายปริญญา กล่าว
หนุนให้ปรับที่มาองค์กรอิสะ หลัง "สว." เลือกคนไม่เป็นกลาง
นายปริญญา กล่าวต่อว่า ที่มาขององค์กรอิสระ จากโมเดลของต่างประเทศ ให้ทั้งสภาล่าง และสภาบน เป็นผู้เลือก เช่น ที่เยอรมนี ซึ่งเขายึดหลักว่า หากให้นักบอลเลือกกรรมการจะได้คนที่ทำหน้าที่เป็นธรรม เพราะหากฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลเห็นคนที่ตรงกัน ย่อมได้คนที่เป็นกลาางแต่กรณีที่สว.เลือกคนเดียว แม้จะระบุสว.ไม่สังกัดพรรคการเมือง แต่เห็นแล้วว่าสว.เลือกคนที่ไม่เป็นกลางเข้ามาทำหน้าที่
"โคทม" แนะ "สส." แก้รธน.ให้สมดุล อย่าเป็นแค่ตัวแทนความคิด สส.
ส่วนนายโคทม อารียา ประธานมูลนิธิสันติภาพและวัฒนธรรม กล่าวว่า องค์กรอิสระต้องเป็นอิสระจากรัฐราชการ ทั้งนี้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ของสภาฯ ชุดที่ผ่านมา ที่ฉบับแก้ไขให้ใช้สูตร 20 หยิบ 1 ตนกังวลว่าจะเป็นเหมือนการตั้งกรรมาธิการชุดหนึ่งในสภาฯ ดังนั้นตนขอฝากสส. อย่าวนเวียนอยู่ที่เดิม จะทำให้ได้รัฐธรรมนูญที่มีความสมดุลพอสมควร อย่าให้เป็นตัวแทนความคิดเห็นของสภาฯ
แนะปรับ องค์กรอิสระ ลดอำนาจยุบพรรค-ตัดสิทธิ์
นายโคทม กล่าวต่อว่าไม่ควรมีว่า องค์กรอิสระเพราะหมายถึงอำนาจที่4 เพราะอยู่เหนืออำนาจอธิปไตยที่เป็นของปวงชน ตนอยากให้อำนาจตรวจสอบขึ้นอยู่กับ 3 อำนาจ หรือของประชาชน ทั้งนี้ 21.6 ล้านเสียงเห็นชอบกับการประชามติให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้นต้องเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ โดยขอให้นำความคิดของนายปรีดี พนมยงค์ มาพิจารณา คือ ต้องให้สว.มาจากการเลือกตั้ง ไม่ควรมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพราะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจที่สี่ อยู่เหนืออำนาจอธิปไตยทั้ง3 ทั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญควรมีหน้าที่เฉพาะตีความรัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีมีอำนาจยุบพรรค ตัดสิทธิ์ เพื่อให้ราษฎรมีที่พึ่ง
นักวิชาการ หนุนโละที่มา สว.
นายโคทม กล่าวต่อว่าสำหรับการปฏิรูปองค์กอิสระนั้น รัฐธรรมนูญปัจจุบันกำหนดวิธีการออกเสียง เสนอ 1 คน เพื่อเลือก 1 คน สามารถปฏิเสธไม่เอาก็ได้ แต่หากเป็นรัฐธรรมนูญ 2540 ต้องเสนอเป็นสองเท่าและบังคับให้ต้องเลือก ทั้งนี้จุดอ่อนของ กกต. ปัจจุบัน หากจะสืบสวน ไต่สวนไม่เกินความสามารถของกกต.ที่มีเจ้าหน้าที่อยู่จำนวนมาก แต่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ให้เวลาผ่านไป 2 ปี จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ส่วนการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เอาบางหมวดไว้ บางหมวดต้องตัดทิ้ง เช่น หมวดปฏิรูปประเทศ องค์กรอิสระต้องเปลี่ยนเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และแก้ไขให้หน้าที่องค์กรอิสระเพื่อให้ทำงานไม่อยู่ในแดนสนธยา รวมถึงการแก้ไขที่มาของสว.ด้วย
จาตุรนต์ ชี้ "ศาลรธน." หมดความชอบธรรมอยู่ต่อ
ทางด้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตั้งแต่ปี2557 เรียกได้ว่าองค์กรอิสระสังกัดคณะรัฐประหาร และอิสระจากประชาชน การรัฐประหารครั้งนั้นพบว่าไม่ยุบศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้หลังปี2557 ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีความชอบธรรมที่จะอยู่ ทั้งนี้การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีการลงโทษโดยจิตวิทยา ว่าลงโทษด้วยการเพิกถอนสิทธิ ลงโทษไม่ให้เข้าสู่ตำแหน่งใดๆ ซึ่งเป็นการละเมิด สิทธิ เสรีภาพของประชาชน อย่างร้ายแรง และมีการตัดสิทธิทางการเมืองเท่ากับทำลายการเมือง องค์กรและบุคลากรที่ประชาชนเลือกมาควบคุมรัฐราชการ ทั้งนี้องค์กรอิสระมีบทบาททำลายองค์กรและบุคคลที่ประชาชนเลือกมาเพื่อรักษารัฐราชการ ทั้งราชการที่มีตำแหน่ง และราชการที่เกษียณอายุและไปดำรงในศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระอื่น
สส.พท. มอง แก้รธน.แบบเร็ว พรรคการเมืองเร่งยกร่างแก้รธน.เสนอต่อรัฐสภา
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่าส่วนที่เสนอให้แก้ไข พ.ร.ป. ตนสนับสนุน และยินดีเข้าร่วม แต่ต้องไม่เน้นที่บางเรื่อง เพราะปัจจุบันมี สส. 200 เสียง มีสว. 170 เสียง ถือเป็นเสียงข้างมากดังนั้นอาจเดาได้ว่าอาจเห็นเนื้อหาจะถูกทำไปในทางใด ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นคำสั่งของประชาชนต้องช่วยกันผลักดันจะเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับการเสนอต่อสภาฯ และทุกฝ่ายต้องอาศัยผลประชามติให้เป็นประโยชน์
วีระยุทธ ประเมินผลคดี44สส. เปิดช่องคนมีชนักเข้าการเมืองง่ายขึ้น
ขณะที่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า การรัฐประหาร คือ การล้มล้างระบบ ซึ่งเป็นโอกาสทางอาชีพของคนนบางกลุ่ม ทำให้เกิดการปิดเบือนและปฏิปักษ์กับประชาธิปไตยตั้งแต่ต้น หากคิดในแง่ปฏิรูป แต่ในแง่เศรษฐศาสตร์องค์กรนี้กำลังสร้างแรงจูงใจภาพลบ 4 ด้าน ของเศรษฐกิจการเมืองคือ เสียโอกาสทางงบประมาณ เพิ่มแรงจูงใจที่เป็นปฏิปักษ์ประชาธิปไตย ได้องค์กรที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับปัญหาสังคมหรือวิกฤติของประเทศ และ การเรียนรู้ของสังคมประชาธิปไตยหยุดชะงัก
“ไม่ใช่แค่การยุบพรรค หรือตัดสิทธิ์ แต่ทำให้มีองค์กรและกติกาแบบนี้ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนของคนที่ทำงานการเมืองตั้งแต่ต้น เช่น คดี 44 สส. ไม่ใช่รอวันยุบ เราขอแค่ความชัดเจน ว่าตกลงแล้วทำงานต่อ เข้าสภาได้หรือไม่ ตอนเตรียมอภิปราย 2-3 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งคุณไหม หรือ คุณเท้ง ไม่แน่นอนเลยว่าจะได้อภิปรายหรือไม่ ต้องเตรียมอภิปรายหรือให้คนอื่นพูด ทำให้ทุกคนไม่อยากให้คนเข้ามาสู่การเมืองปกติ ทำให้คนที่ชนักปักหลังเข้ามาง่ายมากขึ้น เพราะไม่มีอะไรจะเสีย” นายวีระยุทธ กล่าว
ส่วนนางสิริพรรณ นกสวน สวัสดี นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ความหวังที่จะให้รัฐบาลเดินหน้าหยิบร่างแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่ค้างอยู่ในสภาฯชุดที่ผ่านมามาสานต่อคงริบรี่ เพราะจะหมดเวลายืนยันร่างกฎหมาย ทั้งนี้ ครม. ไม่หยิบมา ทำให้กระบวนการช้า แต่พลังของประชาชนที่จะส่งสัญญาณแก้รัฐธรรมนูญแท้จริงยังทำได้ เพราะใช้เสียง สส. สว.ยื่นญัตติ และใช้เสียงประชาชน 50,000 ชื่อยื่นเข้าไปต่อสภา
ประเมิน รัฐบาล ยอมให้แก้รธน. ปี70-71 ปมที่มาสว. เพื่อชนะเลือกตั้ง
นางสิริพรรณ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่จะแก้ไข เชื่อว่า ที่มาของสว. แต่หากทำไม่ได้ ครั้งหน้า ประมาณปี 2572 ที่สว.ปัจจุบันหมดวาระ ต้องสรรหาเลือกสว.แบบเดิม หากให้เดาใจคนมีอำนาจปัจจุบันจะยอมให้แก้รัฐธรรมนูญบางประเด็น เช่น แก้ไขเรื่องสว. เขาอาจชะลอการแก้ไขไปในปี2570-2571 โดยแก้เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีวิธีที่ทำให้ชนะได้เหมือนกับชนะสส. ทั้งนนี้อำนาจเบื้องต้น ส่วนของการรับสมัคร พิสูจน์คุณสมบัติเป็นเรื่องของนายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด แบบนี้จะทำให้เขาชนะเลือกตั้ง ดังนั้นระวังให้ดี เขาอาจจะยอมให้แก้รัฐธรรมนูญเรื่อง สว. หลังจากที่เขามั่นใจว่า สามารถจัดการและกำหนดทิศทางได้
นางสิริพรรณ กล่าวต่อว่าเมื่อโยงประเด็นดังกล่าวเข้ากับองค์กรอิสระ ที่มีอำนาจล้นเกิน และเป็นอำนาจที่ไม่มีองค์กรอื่นตรวจสอบได้ ทั้งนี้ในส่วนขององค์กรอิสระมีต้องจับตา คือ คุณสมบัติของผู้มาเป็นไม่สะท้อนความเชี่ยวชาญขององค์กร เหมือนกับเป็นบ้านพักของคนชราที่เกษียณ เช่น กกต. ต้องการคนที่จัดการข้อมูลขนาดใหญ่ได้ มีระบบสารสนเทศที่จัดการกับระบบข้อมูล ความรู้เทคโนโลยีจัดการและตรวจสอบข้อมูลโปร่งใส ต้องการผู้พิพากษาเพื่อสืบสวน ตรวจสอบความโปร่งใส ในแง่กระบวนการสรรหา ตามรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นไปตามความสนใจ หรือเพราะมีสัญญาณบางอย่าง ดังนั้นกระบวนการสรรหาควรให้มีการค้นหาด้วย นอกจากนั้นควรมีความเชื่อมโยงกับประชาชน
"สิริพรรณ" ชี้ปมองค์กรอิสระถูกแทรกแซง เพื่อกำจัดคู่แข่งการเมือง
“องค์กรอิสระที่ถูกแทรกแซง เพราะขอบเขตเกินเลยกว่าจะเป็น กกต. จัดการเลือกตั้ง ไม่มีอำนาจให้ใบเหลือง ใบแดง ตัดสิทธิ์ คงไม่มีใครอยากแทรกแซง แต่ กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ มีภารกิจที่ล้นเกิน แบบไม่ควรจะมี เช่น กำหนดชี้เป็นชี้ตายพรรคและนักการเมือง ทำให้พรรคและนักการเมืองไม่อยากถูกชี้เป็นชี้ตาย จึงมาแทรกแซงเพื่อกำจัดคู่แข่ง ดังนั้นต้องลดบทบาทและหน้าที่ เช่น ให้ ป.ป.ช.มีหน้าาที่ตรวจสอบราชการ เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินหรือหนี้สิน” นางสิริพรรณ กล่าว
นางสิริพรรณ กล่าวต่อว่า องค์กรอิสระถูกใช้เป็นเครื่องมือของอำนาจนิยมที่ยอมให้มีการแข่งขัน ทำให้องค์กรอิสระไทยไม่อยู่ข้างสนามเพื่อควบคุมเกม แต่กลับลงไปเล่นในสนามด้วย จึงเป็นเครื่องมือของการรักษาอำนาจ กกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรอิสระที่กำหนดทิศทางและความเป็นความตายของนักการเมือง
"ธงทอง" เชื่อ "สว." ถูกออกแบบที่มาใหม่ แทนยุบ
ส่วนนายธงทอง จันทรางศุ นักวิชาการคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่ารูปแบบของสว. ยังเป็นปัญหา มีหลายคนคิดว่าต้องการให้ยุบสว. แต่ตนเชื่อว่าไม่สำเร็จ แต่เชื่อว่าจะมีการออกแบบวิธีการได้มาใหม่ เพื่อให้สว.ยึดโยงประชาชน ถูกตรวจสอบได้ รวมถึงจำนวน ที่ไม่มากล้นเกิน นอกจากนั้นแล้วในส่วนของที่มาและเห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระตนเห็นด้วยว่า วิธีทำงานขององค์กรอิสระ ขาดความโปร่งใส เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดหนดให้ทำคำวินิจฉัยส่วนตน ก่อนมาทำคำวินิจฉัยส่วนกลาง ซึ่งตนไม่เคยคิดว่าใครทำความเห็นส่วนตนเป็นเรื่องราว หรือ ป.ป.ช. ที่ไม่เคยเปิดเผยผลการวินิจฉัยประเด็นนาฬิกาเพื่อน ดังนั้นต้องทบทวนบทบาทขององค์กรดังกล่าวควรมีขอบเขตอำนาจหรือไม่ ส่วนผลประชามติ เมื่อ 8 ก.พ. ตนเชื่อว่าที่มีผู้เห็นชอบทำรัฐธรรมนูญใหม่ 65% เชื่อว่าไม่มีใครหักล้างได้ แต่จะเริ่มเมื่อใด ที่มองว่าปัญหาดังกล่าวไม่เร่งด่วนแต่ตนมองว่าเป็นปัญหาเร่งด่วน

