‘ศรีสุวรรณ’ ลุยร้อง ป.ป.ช. เอาผิด ‘ภูมิธรรม’ ปมฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ หลัง ก.พ.ค. มีมติชี้ชัดใช้อำนาจมิชอบ สั่งเด้ง ‘2 อธิบดี มท.’
เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นเอาผิดจริยธรรมร้ายแรงนายภูมิธรรม เวชยชัย อดี รมว.มหาดไทย สมัยที่โยกย้ายอธิบดีกรมการปกครองและอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไปเป็นผู้ตรวจฯ กระทั่งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมมีมติว่าเป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ก.ค.68 นายภูมิธรรม เวชยชัย รมว.มหาดไทยในขณะนั้น ได้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งบริหารระดับสูง คือ นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง และนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยทั้งคู่ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความจำเป็นของราชการ ทำให้อธิบดีทั้งสองเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงนำความไปร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 และคณะกรรมการฯได้มีมติรับเรื่องร้องทุกข์ไว้พิจารณาและดำเนินการตามกระบวนการ
กระทั่งเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 69 ที่ผ่านมาประธานคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมได้ออกมาแถลงผลการประชุมของคณะกรรมการฯว่า การโยกย้าย 2 อธิบดีดังกล่าวจากตำแหน่งอธิบดีไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง จึงถือเป็นการลดบทบาทและความสำคัญรวมทั้งความรับผิดชอบของผู้ร้องทุกข์ที่เคยได้รับอยู่ให้ลดน้อยถอยลง และอาจสร้างความเสื่อมเสียต่อเกียรติและชื่อเสียงของผู้ร้องทุกข์ เป็นการกระทำอันมิชอบ จึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม ตามนัยมาตรา 42 และมาตรา 57 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551
“นายภูมิธรรม รมว.มหาดไทยในขณะนั้น ถือว่าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ย่อมต้องยึดถือและปฏิบัติราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายโดยเคร่งครัด เมื่อ ก.พ.ค. ได้ชี้แล้วว่าเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม ย่อมเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 219 บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอืสระต่างๆ ได้ร่วมกันกำหนดไว้ ซึ่งชอบที่ ป.ป.ช.จะได้ชี้มูลความผิดนายภูมิธรรมและส่งเรื่องให้ศาลฎีการพิจารณาลงโทษ หากศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์หรือกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต และจะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งด้วยก็ได้แต่ต้องไม่เกิน 10 ปี และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ อีก” นายศรีสุวรรณ ระบุ

