วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'สิริพงศ์' แจง สว. รัฐบาลทำ 'แลนด์บริดจ์' ตามขั้นตอน รับกระทบสิ่งแวดล้อม

'สิริพงศ์' แจง สว. รัฐบาลทำ 'แลนด์บริดจ์' ตามขั้นตอน รับกระทบสิ่งแวดล้อม

สว. จี้ถาม ปมรัฐบาลเร่ง แลนด์บริดจ์ ส่อเอื้อนายทุน แนะทำประชามติเชิงพื้นที่ ด้าน "รมช.คมนาคม" ปัดเร่งรัด ย้ำเดินตามขั้นตอน-เงื่อนไขกฎหมาย รับทำโครงการใหญ่มีผลกระทบ

ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ช่วงกระทู้ถามเป็นหนังสือ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ตั้งถามถึงการทบทวนนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พร้อมกับแสดงความกังวลต่อผลการศึกษาที่ไม่รอบด้านและมีการตั้งคำถามพร้อมกับเป็นข้อกังวล ต่อความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจที่สอบตกทุกตัวชี้วัด

ทั้งนี้ มี 2 รายงานของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีผลการศึกษาที่ขัดแย้งกัน ทำไมรัฐบาลถึงเร่งรัดดำเนินการดังกล่าว โดยนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้กับโครงการในฝัน

นอกจากนั้นการผลักดันร่างกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ซึ่งเป็นกฎหมายรวบอำนาจ ทั้งนี้นักลงทุนที่สนใจในโครงการแลนด์บริดจ์ เชื่อว่าไม่ใช่ผลตอบแทน แต่คือสิทธิที่อยู่ในกฎหมาย SEC คือการถอนครองที่ดินได้ยาว 99 ปี ทั้งที่ดินของ สปก. ราชพัสดุ

“รัฐบาลประเมินหรือไม่ว่า หากระนองหมดโอกาสเป็นมรดกโลกจะสูญเสียมูลค่าและโอกาสเท่าใด ทั้งนี้พื้นที่ที่ถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือ ฝั่งระนอง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าเป็นมดลูกของทะเล ซึ่งมีการชี้ว่าจะทำให้กระทบต่อระบบนิเวศน์ที่ไม่สามาถเรียกคืนได้ หากศึกษาทางเลือกอย่างเป็นกลาง แลนด์บริดจ์อาจไม่ใช่โครงการที่ดีที่สุด” นายนรเศรษฐ์ ตั้งคำถาม

ขณะที่ผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ มีความขัดแย้งกันอย่างชัดเจนของ สนข. ทั้งที่พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นความผิดพลาดหรือลดทอนทรัพยากรเพื่อให้โครงการดังกล่าวเดินหน้า ขณะที่การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นพบว่าบางแห่งเป็นเวทีเพื่อรับทราบเท่านั้น หากรัฐบาลคิดว่าโครงการดีจริงทำไมรัฐบาลไม่ทำประชามติเชิงพื้นที่

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงว่า เหตุที่ต้องพูดคุยเรื่อง แลนด์บริดจ์ ขณะนี้ เพราะการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม มีคำถามว่าโครงการดังกล่าวล่าช้าหรือไม่ เพราะประเทศเพื่อนบ้าน อย่างมาเลเซีย เตรียมเปิดใช้โครงการแลนด์บริดจ์แล้ว ทั้งนี้โครงการดังกล่าวถือเป็นการเปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ แต่มีสิ่งที่ต้องตามมาคือผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่าสำหรับประเด็นการเช่า ปัจจุบันรัฐบาลถูกกล่าวหาว่าให้เช่า 99 ปี แต่ความจริงเช่าได้ไม่เกิน 99 ปี  ทั้งนี้การเช่ามีระยะเวลาเริ่มต้น เช่น  50 ปี เพื่อให้คุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะรัฐบาลไม่ใช่ผู้ลงทุน รัฐบาลจะใช้วิธี พีพีพี ให้เอกชนลงทุน ดังนั้น ต้องมีเวลาให้ดำเนินการ หากผ่านไป 50 ปีพบว่าเป็นไปไม่ได้ ผู้ดำเนินการดูแลประชาชนไม่ได้เต็มที่ รัฐบาลไม่ต่อสัญญาได้ หากโครงการเป็นไปได้ด้วยดี ประชาชนปกติสุข ชีวิตดีขึ้นสิทธิการเช่า จะได้ต่อก่อน ไม่ใช่ว่าจะเช่าต่อ แต่เป็นสิทธิพึงได้

“ที่บอกว่าเป็นกฎหมายรวบอำนาจอยากรวมอำนาจ เหมือน อีอีซี ขอให้พิจารณาดูว่ากฎหมายแต่ละฉบับที่บังคับใช้ เช่น กฎหมายผังเมือง หากจะปรับผังสี 1 สี ต้องใช้เวลาหลายปี เพราะมีระเบียบราชการที่ไม่สามารถเร่งรัดได้” นายสิริพงศ์ ชี้แจง

ทั้งนี้ มีบทบทเรียนจาก EEC ที่จะนำมาใช้ใน SEC คือ มีกองทุน กำหนดอาชีพสงวน การบริหารจัดการ ส่วนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมนั้นยอมรับว่าเป็นไปไม่ได้ว่าจะไม่มีผลกระทบ แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องการทำ คือ ทำทุกอย่างให้ครบถ้วนตามกฎหมาย และเงื่อนไขที่กำหนดเพื่อลดผลกระทบ หรือ เยียวยาผลกระทบให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

ดังนั้น รัฐบาลยืนยันว่า โครงการแลนด์บริดจ์ ไม่ได้รีบร้อน หรือ เร่งรัดเกินไป แต่ทำภายใต้สถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลง ไป ส่วนข้อกังวลต่างๆ ในร่าง พ.ร.บ.SEC จะคำนึงถึงประโยชน์ประชาชนมากกว่านายทุน