วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ปชป. ชี้ 'ธปท.' แถลง ส่งออก-ลงทุนเป็นบวก เชื่อออก พ.ร.ก.ขัดรธน.

ปชป. ชี้ 'ธปท.' แถลง ส่งออก-ลงทุนเป็นบวก เชื่อออก พ.ร.ก.ขัดรธน.

"อภิสิทธิ์" ชี้วิกฤติศก.-ราคาน้ำมัน ควรใช้วิธีลดภาษีสรรพสามิต แทนออก พ.ร.ก.กู้เงิน พร้อมบอกข้อมูล “ธปท.” แถลง ”ส่งออก-ลงทุน“ เป็นบวกหมด ไม่เข้าเกณฑ์ตามรธน.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เที่ยงวันนี้ (11 พ.ค.) พรรคฝ่ายค้าน จะยื่นหนังสือถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานนสภาฯ เพื่อส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา มีตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ ไปพูดคุยกับพรรคประชาชน ถึงการเขียนคำร้องแล้ว โดยมีการพูดถึงว่า การที่ตรา พ.ร.ก.ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องทำไปเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 

นายอภิสิทธิ์ กล่างต่อว่า ประเด็นหลัก ๆ คือ 1. โครงการอย่างน้อย 2 แสนล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพลังงานทั้งหมด แทบจะไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจในขณะนี้เลย  ขณะเดียวกันในแง่ของภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งตนเห็นในปัจจุบันที่มีการชี้แจง ในทำนองว่า รัฐบาลอื่นเคยกู้เงิน ดังนั้นเราต้องพูดตามข้อเท็จจริง และเงื่อนไขของกฎหมาย คำว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจจะวัดจากอะไร ต้องดูตามมาตรฐานของสากล  หากจำได้การกู้เงิน 3 ครั้งที่ผ่านมา โดยครั้งที่ 1 วิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งวิกฤตครั้งนั้นเห็นได้ชัดว่า ทุนสำรองของประเทศ แทบจะหมดไปแล้ว และเศรษฐกิจหดตัวอย่างรุนแรง ครั้งที่ 2 ในยุคที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งนั้นการท่องเที่ยว การส่งออกติดลบ มีการคาดการณ์กันว่า จะเกิดการตกงานกันครั้งใหญ่ เศรษฐกิจหดตัว ซึ่งรัฐได้พยายามใช้เงื่อนไข ที่มีอยู่ในกฎหมายทั้งหมด เช่น การทำกฎหมายงบประมาณเพิ่มเติม และอะไรหมดแล้ว แต่ปรากฏว่า ไม่สามารถที่จะมีเงิน มาดำเนินการในการสร้างความมั่นใจ ในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้ ก็จำเป็นต้องทำ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า และครั้งที่ 3 กรณีโควิด-19 ซึ่งมีการหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด ดังนั้นมาเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน ผมดูตัวเลข ณ สิ้นเดือนมีนาคม ที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงล่าสุด ปีต่อปี ส่งออกเป็นบวก ลงทุนเป็นบวก การบริโภคเป็นบวก และเศรษฐกิจในภาพรวมก็ยังเป็นบวก รวมถึงประเด็นการจัดเก็บรายได้ถึงสิ้นเดือนก.พ. ยังเป็นไปตามเป้าหมาย

"จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ คือ ไม่ใช่เราบอกว่า เศรษฐกิจดี เรารู้ว่า เศรษฐกิจไม่ดี และเรารู้ว่า เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสงคราม แต่ผลกระทบนั้น มาทางด้านที่เราเรียกว่า ต้นทุนคือ น้ำมันแพง จึงทำให้ต้นทุนการผลิตอื่น ๆ แพง พร้อมยกตัวอย่างว่า รัฐบาลคิดว่า จะใช้เงิน 200,000 ล้านบาท เป็นเวลา 4 เดือน ในขณะที่เราบอกว่า ถ้าคุณลดภาษีสรรพสามิต 4 เดือน คุณใช้เงินแค่ 60,000 ล้านบาท น้ำมันถูกลงทันที 7 บาท และตอนนี้แทบจะกลับไปเหลือ 30 บาทแล้ว อะไรคือ การแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดกว่ากัน โดยไม่ต้องละเมิดเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การปฎิเสธของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังที่ผ่านมา บอกว่า ลดภาษีสรรพสามิต เป็นการช่วยเหลือแบบไม่มุ่งเป้า คำว่า ไม่มุ่งเป้า และขยายความว่า เช่น มีคนรวยที่ขับรถได้ประโยชน์ เพราะเขาใช้ดีเซล ซึ่งตนก็บอกว่า จริง ๆ แล้ว สิ่งที่รัฐบาลทำ ถ้าเป็นการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า เช่น การเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  ตนไม่ขัดข้อง และความจริงในวงเงินที่ทำ สามารถที่จะบริหารจากงบประมาณปกติได้ แต่คำถามคือ การให้เงินคน 30 ล้านคน โดยคนที่ได้คือ คนที่มีโทรศัพท์ดีกว่า สัญญาณอินเตอร์เน็ตดีกว่า มือไวกว่า อย่างนี้เป็นการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าอย่างไร ดังนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทักท้วง และเราไม่เคยปฏิเสธว่า เศรษฐกิจไม่มีปัญหา แต่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีความหมายเฉพาะไม่ได้เป็นตามเงื่อนไข และมองว่า การช่วยเหลือประชาชน ที่ไม่ก่อหนี้มากมายมหาศาลแบบนี้ และหลีกเลี่ยงการตรวจสอบมีวิธีอื่นอีกเยอะ 

เมื่อถามว่า ในร่างคำร้องมีพรรคกล้าทำร่วมลงชื่อด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เข้าใจว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้ลงชื่อด้วย แต่เชื่อว่า เมื่อเรายื่นไปแล้ว ศาลฯ จะรับไว้พิจารณา และหากศาลฯ รับไว้พิจารณา ก็ต้องหยุดการพิจารณาของสภา ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามเชื่อว่า น่าจะทันในวันที่ 14 พ.ค. จะพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว