วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ส่องผลงาน ‘โบแดง’ ภาคี ปชช. สร้างบรรทัดฐานใหม่ ‘ต้านโกง’

ส่องผลงาน ‘โบแดง’ ภาคี ปชช. สร้างบรรทัดฐานใหม่ ‘ต้านโกง’

อย่างที่หลายคนทราบกันไปแล้วว่า “ภาคีเครือข่ายภาคประชาชน” คือ “ฟันเฟืองสำคัญ” ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สอดส่องการกระทำผิดของนักการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐแทน โดยมีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คอยประสานงาน ช่วยเหลือ สนับสนุน ให้มีการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนต่างๆ จากประชาชน

ภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ทำหน้าที่เสมือน “Whistleblower” หรือ “ผู้แจ้งเบาะแส” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญ ที่ช่วยสนับสนุนการทำหน้าที่ของหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตของไทย โดยหากนับเครือข่ายใหญ่ ๆ ระดับ “หัวแถว” ของไทย หนีไม่พ้น 2 ชื่อแรก ๆ ที่คุ้นหูคุ้นตา

เริ่มจาก “ชมรม Strong จิตพอเพียงต้านทุจริต” เครือข่ายของ “We Strong” หรือ “เครือข่ายเฝ้าระวัง สำนักงาน ป.ป.ช.” ที่จัดตั้งขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ภาคประชาชนรวมตัวกัน สร้างความตระหนักรู้เรื่องปัญหาการทุจริต เกิดการร่วมกันต่อต้านการทุจริต ผ่านการแจ้งเบาะแสทางเว็บไซต์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ ร่วมกันต่อต้านการทุจริต ชี้เบาะแส รวมถึงเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตขึ้น

โดยเครือข่าย “We Strong” ในนาม “ชมรม Strong จิตพอเพียงต้านทุจริต” ได้ลงลึกการตรวจสอบโครงการ หรือนโยบายภาครัฐ ทั้งระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ทั้ง 77 จังหวัด มีภาคีเครือข่ายย่อยในระดับตำบล อำเภอ จำนวนมาก เพื่อสอดส่องดูโครงการที่ส่อไม่ชอบมาพากลขึ้น

ที่สำคัญหลายโครงการที่ถูก “ชมรม Strong จิตพอเพียงต้านทุจริต” ขุดคุ้ย ถูกนำไปสู่การตรวจสอบโดย ป.ป.ช. หรือหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ ทำให้สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดฐานทุจริต หรือบางโครงการต้อง “พับลง” เพื่อแก้ไขให้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น 

ยกตัวอย่างผลงานระดับ “โบแดง” ของ “ชมรม Strong จิตพอเพียงต้านทุจริต” คือการตรวจสอบโครงการอาหารกลางวันนักเรียนที่จังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคใต้ ซึ่งพบว่า “ผู้อำนวยการโรงเรียน” ให้ “นักเรียน” กินขนมจีนคลุกน้ำปลา เมื่อปี 2561

การตรวจสอบดังกล่าว นำไปสู่การขยายผลตรวจสอบเชิงลึก “โครงการอาหารกลางวัน” ในทุกโรงเรียนภายใต้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทำให้มีการจับกุม “ข้าราชการครู” ที่กระทำความผิดในเรื่องนี้ได้อีกจำนวนไม่น้อย และกลายเป็น “บรรทัดฐาน” ในการวาง “มาตรฐาน” โครงการอาหารกลางวันนักเรียนมาจนถึงปัจจุบัน

อีกภาคีเครือข่ายหนึ่งที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ นั่นคือ “โครงการปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน” ซึ่งอยู่ภายใต้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ซึ่งถูกริเริ่มขึ้นโดย “ภาคเอกชน” ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 เพื่อแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอันเลวร้าย และบั่นทอนการพัฒนาประเทศมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันมีภาคเอกชน ภาครัฐ และองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมมากถึง 54 องค์กร

สำหรับ “ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน” หรือ “Watch Dog” ที่ดำเนินการสอดส่องและตรวจสอบหลายนโยบายภาครัฐ ทั้งระดับชาติ และท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายปี โดยผลงานระดับ “โบแดง” ของภาคีแห่งนี้ หนีไม่พ้นกรณีการตรวจสอบ "หน่วยงานท้องถิ่น” ขนบุคลากร “ดูงานต่างประเทศ” ซึ่งแฝงไปกับเรื่อง “ท่องเที่ยว-ช็อปปิ้ง” นำไปสู่ ป.ป.ช.เข้าไปดำเนินการตรวจสอบ ขยายผล กระทั่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องไปออกมติข้อสั่งการอย่างเข้มงวด ในเรื่องหน่วยงานรัฐของบประมาณบินไปดูงานต่างประเทศมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้านแล้ว ยังมีภาคีเครือข่ายใหม่ ๆ เช่น “ต้องแฉ” หรือ Must Share ที่เป็นภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมกับเอกชน เพื่อผลิตสื่อ ให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันการทุจริต รวมถึงการทำหน้าที่ “Whistleblower” แฉข้อมูลโครงการต่าง ๆ ของรัฐ โดยมีแนวคิดเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการติดตาม ตรวจสอบ แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นสงสัยเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน

นอกจากภาคีเครือข่ายภาคประชาชน จะร่วมกันจับตาตรวจสอบโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐแล้ว ยังมีการเปิดเว็บไซต์ หรือผลิตสื่อผ่านโซเชียลมีเดีย อีกช่องทางหนึ่ง เพื่อเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบอีกด้วย

แต่ทั้งหมดนี้ สำนักงาน ป.ป.ช.นับเป็นอีกหนึ่ง “คีย์หลัก” เป็นดั่งลมใต้ปีก ที่อยู่เบื้องหลัง คอยสนับสนุนภาคีเครือข่ายเหล่านี้ จนนำไปสู่การสร้างความตระหนักรู้เรื่องทุจริต ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้กับภาคประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน

บทความนี้ สนับสนุนโดยกองทุน ป.ป.ช.หากพบเห็นการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ ร้องเรียนได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูล สำนักงาน ป.ป.ช. โทร.1205 หรือ www.nacc.go.th หรือสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัด