เดดไลน์ 90 วัน จะรู้ผลโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทย และอันดามัน (แลนด์บริดจ์) จะเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดปัจจุบันหรือไม่
หลังจากที่นายกฯ “อนุทิน ชาญวีรกูล” แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทาง"โครงการแลนด์บริดจ์" โดยมอบหมาย“เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และรมว.คลัง เป็นประธาน พร้อมด้วย 5 กระทรวง ส่วนราชการ และหน่วยงานเกี่ยวข้อง
เพื่อขับเคลื่อนโครงการด้วยความรอบคอบ เป็นรูปธรรม คำนึงผลกระทบทุกมิติ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความผันผวนภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบัน ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนต่อระบบขนส่งทางทะเล
สถานการณ์วิกฤติสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบความมั่นคงพลังงาน และความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ จึงเป็นที่มาที่“รัฐบาลอนุทิน”ได้หยิบโครงการแลนด์บริดจ์ขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่ หวังสร้างพื้นที่ยุทธศาสตร์ ทำให้ประเทศไทยยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง ลดผลกระทบความขัดแย้งที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อ
ในขณะคณะกรรมการศึกษาชุด “เอกนิติ” ต้องไปศึกษาความคุ้มทุน และผลกระทบรอบด้าน เช่น ภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์สงคราม ความคุ้มค่าการลงทุน โดยเฉพาะในรูปแบบโลจิสติกส์ ระบบนิเวศสิ่งแวดล้อม สังคม และความพึงพอใจของประชาชน
นายกฯอนุทิน ระบุว่า "ขอดูผลการศึกษาก่อน ขอให้ใจเย็นๆ แลนด์บริดจ์ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้ ซึ่งมีทั้งคนเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เราต้องสื่อสารให้เห็นว่ารัฐบาลจะทําอะไร ต้องเกิดคุณประโยชน์กับประชาชนส่วนรวมของประเทศ ทุกอย่างอยู่ที่ข้อมูล อยู่ที่การคุ้มทุน อยู่ที่จะหาพาร์ตเนอร์ มาเป็นลักษณะการลงทุนแบบไหน รูปแบบ ประโยชน์ใช้สอยของโครงการแลนด์บริดจ์ จะมีประโยชน์ใช้สอยทําอย่างไรให้ได้มากที่สุด
เราไม่มีน้ำมัน แต่เรามีอาหาร ทุกวันนี้ประเทศไทยก็ต้องเริ่มหันไปขายความมั่นคงทางอาหารให้กับทั่วโลก เพราะฉะนั้นโครงการแบบนี้ระบบการขนส่งถ้าอาหารของเราเป็นอาหารสด เป็นผลไม้ เป็นพืชผลทางการเกษตร ถ้ามีโครงการแลนด์บริดจ์ สิ่งเหล่านี้จะทําให้ไปถึงที่หมายปลายทางได้เร็วกว่าเส้นทางเดิมหรือเปล่า ตอนนั้นที่เราพูดกันตอนปี 2562 ไม่เคยมีใครมาขู่ว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะปิด ช่องแคบมะละกาจะมีการเก็บค่าผ่านทาง ไม่เคยมีใครมาแสดงความเป็นเจ้าของอย่างนี้
เพราะฉะนั้นในเมื่อสิ่งเหล่านั้นมันเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน เราก็ต้องมาดูว่าจะมีกลไกอันไหน มีทรัพยากรอันไหน ที่จะทําให้เราไม่ต้องไปพึ่งพาคนที่ไม่พอใจ อะไรก็จะมาขู่ ไม่พอใจอะไรก็จะมาขึ้นนู่นขึ้นนั่น ประเทศไทยเราก็จะกินน้ำใต้ศอกอยู่ตลอด เราก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบของเราบ้าง"
ไม่ว่าทิศทางนโยบายรัฐบาลจะเป็นไปอย่างไน ในส่วนของ“กองทัพไทย” ย่อมต้องดำรงความพร้อม ในฐานะหน่วยงานความมั่นคง ที่มีหน้าที่หลัก ปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ครอบคลุมไปถึงการดูแลความปลอดภัยประชาชน
แน่นอนว่า หากโครงการแลนด์บริดจ์ประสบความสำเร็จ แม้จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ในสภาวะอุณภูมิโลกเดือด อาจถึงขั้นปรอทแตกจากสงครามขัดแย้งด้านภูมิศาสตร์ การแย่งชิงทรัพยากร แต่ก็นำมาซึ่ง“ภัยคุกคามรูปแบบเดิม” เช่น ลักลอบเข้าเมือง การก่อการร้าย
และ“ภัยคุกคามแบบใหม่” ที่เรียกว่า“สงครามไฮบริด” หรือ“สงครามลูกผสม” คือยุทธวิธีที่ผสมผสานการรบแบบดั้งเดิม(ใช้อาวุธกำลังทหาร)เข้ากับการรบนอกแบบ เช่น การโจมตีไซเบอร์ ข่าวปลอม การแทรกแซงทางการเมือง การบีบคั้นทางเศรษฐกิจ
ปัจจุบัน“กองทัพไทย”กำลังเร่งยกระดับขีดความสามารถทางทหารสู่ยุคใหม่ ตามยุทธศาสตร์ RTARF 2050 (กองทัพไทย พ.ศ. 2593) เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบในปัจจุบัน และอนาคต โดยมุ่งเน้นการพัฒนากำลังรบแบบบูรณาการ 5 มิติ (Land, Sea, Air, Cyber, Space) ให้ทันสมัยระดับโลก
การพัฒนากำลังรบ 5 มิติ (5 Domains) ประกอบด้วย
มิติทางบก (Land) : พัฒนาหน่วยทหารราบยานเกราะและปืนใหญ่ยิงระยะไกลความแม่นยำสูง(LRPF) เพิ่มศักยภาพการตอบโต้ภัยคุกคามระดับภูมิภาค
จัดตั้ง “ศูนย์บูรณาการข่าวกองทัพไทย (RTARF Fusion Center)” เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลข่าวกรองและใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ภาพถ่ายดาวเทียม (GEOINT) ในการสนับสนุนการตัดสินใจ
มิติทางทะเล (Sea) : เสริมสร้างกองทัพเรือให้มีความพร้อมปฏิบัติการทางทะเล
มิติทางอากาศ (Air) : พัฒนาขีดความสามารถการบินและป้องกันภัยทางอากาศมิติไซเบอร์ (Cyber): จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการร่วมทางไซเบอร์ (JCOF) เพื่อรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์
มิติอวกาศ (Space) : พัฒนาหน่วยงานด้านอวกาศเพื่อสนับสนุนภารกิจทางทหาร (อ้างอิงจากหลักนิยมทางอากาศ)
มิติแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic) : พัฒนาหน่วยปฏิบัติการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (JEOF/EMSO) เพื่อเพิ่มศักยภาพการรบสมัยใหม่
แนวทางการพัฒนากองทัพ (RTARF 2050) ยุคสงครามโดรน ประเมินว่า ภายใน 5 ปีข้างหน้าจะเป็นสงครามโดรนเต็มรูปแบบ จึงเร่งรื้อระบบยุทโธปกรณ์ให้สอดคล้องอาวุธยิงระยะไกล มุ่งเน้นการสร้างและพัฒนาอาวุธยิงไกล (Long-Range Weapons) เอง เพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ การปฏิบัติการร่วม (Joint Operations) : บูรณาการ 3 เหล่าทัพ (บก-เรือ-อากาศ) ผ่านหน่วยบัญชาการร่วม (JCC)
กองทัพทันสมัย ปรับปรุงโครงสร้างกองทัพให้ทันสมัย (Modern Army) โดยพร้อมรับภัยคุกคามทุกรูปแบบ การฝึกกำลังพลให้พร้อมต่อทุกภัยคุกคามทั้งแบบดั้งเดิมและรูปแบบใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงนี้ ถือเป็นการขยับครั้งใหญ่ของกองทัพไทยในการเดินหน้าสู่การเป็นกองทัพที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และมั่นคงอย่างยั่งยืน
เมื่อเร็วๆ นี้ กองทัพไทย กลายเป็นที่โจษจัน ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มข้น ทันทีที่เว็บไซต์ Global Firepower หรือ GFP รายงานการจัดอันดับความแข็งแกร่งทางทหารประจำปี 2026 ปรากฏว่า ประเทศไทยอันดับขยับขึ้นจากอันดับ 25 มาอยู่ในอันดับที่ 24 ของโลก จากทั้งหมด 145 ประเทศ
จากการทบทวนดัชนีพลังอำนาจ ประเทศไทยได้รับคะแนน PwrIndx อยู่ที่ 0.4458 (โดยเกณฑ์ของ GFP กำหนดว่าคะแนน 0.0000 คือระดับที่สมบูรณ์แบบที่สุด) ซึ่งปัจจัยที่ใช้ในการคำนวณนั้นครอบคลุมมากกว่า 60 ปัจจัย ตั้งแต่ จำนวนหน่วยทหาร ฐานะทางการเงิน ขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ ไปจนถึงความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์
เมื่อเจาะลึกไปที่ตารางคะแนนในกลุ่มประเทศอาเซียนและภูมิภาคใกล้เคียง พบว่าประเทศไทยสามารถรักษาระดับความแข็งแกร่งได้อย่างมั่นคง โดยมีอันดับเหนือกว่ามหาอำนาจในภูมิภาคอื่นอย่าง ซาอุดีอาระเบีย อันดับ 25 สวีเดน อันดับ 26 แคนาดา อันดับ 28 และ สิงคโปร์ อันดับ 29
ขณะที่ในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน เมียนมา อันดับ 35 มาเลเซีย อันดับ 42 กัมพูชา อันดับ 83 ลาว อันดับ 125 และเวียดนามขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 23
โดยสูตรการคำนวณเฉพาะของ GFP ในปี 2026 นี้ มีการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ช่วยให้ประเทศขนาดเล็กสามารถแข่งขันกับประเทศขนาดใหญ่ได้ รวมถึงมีการใช้ระบบโบนัส และบทลงโทษ เพื่อปรับปรุงรายชื่อให้มีความเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้นในแต่ละปี
เว็บไซต์ GFP ยังระบุอีกว่า การที่ไทยรั้งอันดับที่ 24 เป็นสัญลักษณ์แนวโน้มที่มีเสถียรภาพ จึงสะท้อนถึงการบริหารจัดการทรัพยากรทางทหาร และยุทโธปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพในระดับสากล
นี่คือโฉมหน้ากองทัพไทยปี 2026 ที่อยู่ระหว่างยกระดับขีดความสามารถ ตามยุทธศาสตร์ RTARF 2050 ปราการหลักสำคัญ ในการปกป้องอธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติ นำไปสู่ความพร้อมในการดูแลความปลอดภัย“แลนด์บริดจ์” หากโครงการไม่แท้งไปเสียก่อน

