'ชัยวัฒน์' ประเดิมลงพื้นที่สีลม-บางรัก หาเสียงชิงผู้ว่าฯ กทม. มั่นใจกวาด สก.ส้มยกจังหวัดซ้ำรอย สส. ตระหนักดีสู้ 'ชัชชาติ' ไม่ง่าย แต่คาดหวังชนะ
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2569 ที่ตลาดตลาด ITF นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคประชาชน และ น.ส.วนัสญาย์ สิริเหมะเวคิน ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตบางรัก พรรคประชาชน ลงพื้นที่พบปะประชาชนในเขตพื้นที่เขตบางรัก เพื่อพูดคุยกับประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ก่อนจะเดินเท้าไปยังตลาดละลายทรัพย์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปด้วย และนายชัยวัฒน์ได้เข้าไปแนะนำตัวกับประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยรวมถึงพ่อค้าแม่ค้า
โดยช่วงหนึ่งได้มีพ่อค้าร้านกางเกงบอกว่าอาศัยอยู่ฝั่งธนฯ ได้สะท้อนปัญหาทางเท้าและฝาท่อ ย่านซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขหลังร้องเรียนไปหลายครั้งแล้ว โดยหวังว่าหากได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานครจะดำเนินการแก้ไขในจุดนี้ให้ รวมถึงสะท้อนปัญหาภาวะทางเศรษฐกิจ และบอกว่าไม่ว่าพรรคการเมืองใหญ่หรือพรรค การเมืองเล็ก พอเวลาหาเสียงบอกทำได้ พอเวลาหาเสียงเสร็จก็ทำไม่ได้ รัฐบาลรวย ประชาชนจน รวยไม่ไหวแล้ว โดยนายชัยวัฒน์ได้รับเรื่องและโทรศัพท์หา น.ส.ปวิตรา จิตตกิจ สส.กทม. พรรคประชาชน สส.ในพื้นที่เพื่อประสานงานและติดตามเรื่องให้ทันที
หลังจากนั้น นายชัยวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลของการเลือกลงพื้นที่สีลมเป็นครั้งแรกว่า อยากสะท้อนชีวิตคนเมืองในกรุงเทพฯ หากอยากลงพื้นที่ในช่วงกลางวันคิดว่าบริเวณนี้เป็นจุดที่จะสะท้อนชีวิตคนเมืองได้ดี ซึ่งเมื่อมาลงพื้นที่ก็ได้พบกับประชาชนที่เป็นชาวออฟฟิศพ่อค้าแม่ค้าก็ได้มุมมองและแง่คิดอะไรหลายอย่าง
เมื่อถามถึง กรณีได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนแล้วมีการโทรสอบถาม สส.ในพื้นที่นั้น นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เป็นการร้องเรียนเรื่องการใช้สวัสดิการสิทธิการซ่อมบ้านผู้สูงอายุของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยประชาชนคนดังกล่าวได้มีการร้องเรียนไปยัง สส.เขตของพรรคประชาชน ตนจึงได้โทรไปสอบถามว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ทราบว่ามีการไปติดตามเรื่องราวจาก พม.แล้ว แต่ไม่เข้าเงื่อนไขที่ทางกระทรวง พม. กำหนดจึงไม่สามารถมาซ่อมบ้านให้ได้ ซึ่งจะต้องมีการชี้แจงให้ทราบถึงรายละเอียดต่อไป
เมื่อถามว่า การตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การตอบรับถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้ที่มาใช้บริการตลาด จากพ่อค้าแม่ค้า สำหรับประเด็นที่อยากจะพัฒนาภายหลังจากที่รับฟังแสงสะท้อนจากประชาชนมามี 2 เรื่องหลัก ๆ คือ
1.ค่าครองชีพ เพราะค่าของชีพใน กทม. ค่อนข้างสูงและโชคดีที่ตลาดนี้ขายอาหารในราคาที่ไม่แพง พรรคประชาชนมีนโยบายที่ กทม. จะสนับสนุนสร้างพื้นที่ขายอาหารเช่น ฟู้ดคอร์ด หรือตลาดขายอาหารในราคาที่ไม่แพง เราสามารถใช้กลไกภาษีที่ดินต่าง ๆ ในการสนับสนุนเพื่อทำให้คนกรุงเทพฯ สามารถเข้าถึงอาหารที่ถูกและลดค่าครองชีพลงได้
2.การเดินทางที่ประสบความลำบาก เวลาเดินเท้าก็อาจจะมีการสะดุดท่อ ถนนไม่เรียบ ทางเดินเท้าไม่เรียบ เรื่องของการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะก็ค่อนข้างลำบาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้รับฟังเสียงสะท้อนมาจากคนออฟฟิศซึ่งเป็นคนชั้นกลางและเป็นคนส่วนใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ
ซักอีกว่า มีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหนกับคู่แข่งอย่าง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เราตระหนักดีว่าสนามนี้ไม่ใช่สนามที่ง่าย แต่เมื่อเราลงแข่งเราก็คาดหวังที่จะชนะอยู่แล้ว และตนไม่ได้มาแค่คนเดียว ตนมากับ สก. 50 เขต และทีมบริหารที่เป็นที่น่ายอมรับในแต่ละสาขา นอกจากนี้ ยังมีพรรคประชาชนทั้งพรรคเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง มีสส.อีก 120 คน ที่จะคอยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ทำให้มั่นใจว่าเราสามารถที่จะหยิบยื่นข้อเสนอที่ดีกว่า วาดอนาคตให้กับคนกรุงเทพฯ เพื่อชีวิตของคนกรุงเทพฯ ที่ดีกว่าเดิม
เมื่อถามว่า ตั้งเป้าสก.ไว้เท่าไหร่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า หากถามตน เรากวาดสส.มา 33 เขตทั่วกรุงเทพฯส้มทั้งจังหวัดแล้ว จะดีหรือไม่หากเราสามารถกวาด สก.ส้มได้อีกทั้งจังหวัดเช่นเดียวกัน จึงอยากตั้งเป้าหมายไว้สูง
เมื่อถามว่า มีหลายคนมองว่าการเลือกตั้งใหญ่กับท้องถิ่นไม่เหมือนกัน แม้พรรคส้มจะได้ สส.ยกจังหวัด แต่ สก.ยังถือว่าน้อยอยู่ ครั้งนี้จะมีอะไรมาเป็นจุดเด่นหรือดึงดูดคนกรุงเทพฯ เลือก สก.ของพรรคประชาชน นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การเตรียมตัวในการทำท้องถิ่น กทม. คือการเตรียม สก. เรามีการทำงานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เมื่อเทียบกับปี 2565 ครั้งนี้ถือว่าดีกว่ามาก ตนมีส่วนร่วมอยู่ในกระบวนการคัดเลือกบุคลากรมาทำงานท้องถิ่นตลอดตั้งแต่ ปี 2567 ฉะนั้น เรื่องความพร้อม และการเตรียมตัว สก. บางคนก็ได้มีการลงพื้นที่มาเป็นปี ๆ แล้ว ย้ำว่าครั้งนี้เรามีความพร้อมมากกว่าปี 2565 แน่นอน

