วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม 2569

Login
Login

บ.ตู้เต่าบิน คู่ค้ารัฐ 14,248 ล. ก่อนขายเครื่องบินพันล. กรมฝนหลวง

บ.ตู้เต่าบิน คู่ค้ารัฐ 14,248 ล. ก่อนขายเครื่องบินพันล. กรมฝนหลวง

หลายคนคงทราบกันไปแล้วว่า เงื่อนปมปัญหาในโครงการ “จัดหาอากาศยาน” จำนวน 2 โครงการ 4 ลำ ของ “กรมฝนหลวงและการบินเกษตร” กำลังถูกร้องเรียนตรวจสอบในชั้นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 

มีการกรณีกล่าวหา “ราเชน ศิลปะรายะ” เมื่อครั้งเป็นอธิบดีกรมฝนหลวงฯ รวมถึงอดีตอธิบดีกรมฝนหลวงฯ คนก่อนหน้านี้ ในโครงการจัดหาอากาศยาน ได้แก่ เครื่องบิน LET L410NG จำนวน 2 ลำ วงเงิน 1,183 ล้านบาท และเครื่องบิน Cessna C408 2 ลำ วงเงิน 1,188 ล้านบาท รวมมูลค่าประมาณ 2,371 ล้านบาท ส่อเข้าข่ายจัดซื้อสูงกว่าราคาในท้องตลาด เป็นการจัดซื้อจัดจ้างโดยชอบหรือไม่

โดย “ศรีสุวรรณ จรรยา” ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ผู้ร้องเรื่องนี้ กล่าวหาใน 3 ประเด็นด้วยกัน ได้แก่ 

1.การจัดซื้อจัดหาอากาศยาน L410NG ก่อนหน้านี้ มีข้อครหามากมาย โดยเฉพาะการเดินทางไปศึกษาดูงานเครื่องบินที่สาธารณรัฐเช็กนั้น (ทีมกรรมการ TOR และจัดซื้อจัดจ้าง) โดยบริษัทที่ชนะการประมูล (เป็นบริษัทที่ทำตู้ชงเครื่องดื่มอัตโนมัติ) เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ จนมีการแก้ไข TOR เพื่อปรับลดข้อกำหนดทางเทคนิคของรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ และเงื่อนไขทางเทคนิคมากมาย จะถือว่าเป็นการสมยอม หรือเอื้อประโยชน์ในการเสนอราคาต่อรัฐ หรือฮั้วประมูลขัดต่อ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 และพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ 2542 หรือไม่

บ.ตู้เต่าบิน คู่ค้ารัฐ 14,248 ล. ก่อนขายเครื่องบินพันล. กรมฝนหลวง (ราเชน ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีกรมฝนหลวง และการบินเกษตร)

2.ราคาเครื่องบิน LET 410 NG มีราคาเพียง 4.5 -6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 145-215 ล้านบาทต่อลำเท่านั้น แต่กรมฝนหลวงฯ กลับตั้งราคากลางไว้ที่ 1,188 ล้านบาทต่อ 2 ลำ ซึ่งในที่สุดมีการประมูลกันได้ที่ราคา 1,183 ล้านบาท ทำให้มีเงินทอนมากถึงประมาณ 750 ล้านบาท โดยมีการส่งมอบเครื่องบินลำแรกเมื่อ ก.ค.2568 ลำที่ 2 เมื่อ ส.ค.2568 ซึ่งอยู่ในช่วงที่นายราเชน เป็นอธิบดีกรมฝนหลวงพอดี

3.เครื่องบิน Cessna C408 จำนวน 2 ลำ วงเงิน 1,314 ล้านบาทนั้น มีการตั้งราคากลางกันไว้ที่ 1,188 ล้านบาทเช่นกัน ซึ่งมีสนนราคาต่อลำอยู่ที่ไม่เกิน 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 200 ล้านบาทเท่านั้น แต่กลับมีการกำหนดราคากลางที่สูงเกินไปหรือไม่ จนถึงปัจจุบัน มีการส่งมอบเครื่องบินเพียง 1 ลำ จากทั้งหมด 2 ลำเท่านั้นใช่หรือไม่ และมีการเรียกค่าปรับการส่งมอบล่าช้าหรือไม่

ข้อเท็จจริงที่กรุงเทพธุรกิจ ขยายผลตรวจสอบพบคือ

1.โครงการจัดซื้อเครื่องบิน LET L410NG จำนวน 2 ลำ วงเงิน 1,183 ล้านบาท พบว่าดำเนินการด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) กำหนดราคากลาง 1,188,770,000 บาท ออกประกาศเมื่อ 1 ธ.ค.2566 โดยมี บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้เสนอราคา “แค่รายเดียว” และชนะไปด้วยวงเงิน 1,183 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2567

ขั้นตอนการประมูลโครงการดังกล่าว มีการออกประกาศเชิญชวนเมื่อ 1 ธ.ค.2566 ต่อมามีการสรุปข้อมูลการเสนอราคาเบื้องต้นเป็นเอกชน 1 ราย เมื่อ 5 ม.ค. 2567 หลังจากนั้นเปิดเผยรายชื่อผู้ยื่นเอกสาร (ยื่นประมูล) ปรากฏชื่อ บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้เสนอราคารายเดียว วงเงิน 1,183,600,919 บาท และเป็นผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติและเทคนิค โดยใช้หลักเกณฑ์การพิจารณา ราคาเกณฑ์คุณภาพ

บ.ตู้เต่าบิน คู่ค้ารัฐ 14,248 ล. ก่อนขายเครื่องบินพันล. กรมฝนหลวง

2.โครงการจัดซื้อเครื่องบิน Cessna C408 2 ลำ วงเงิน 1,188 ล้านบาท ดำเนินด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เช่นเดียวกัน กำหนดราคากลาง 1,267,276,391 บาท ออกประกาศเมื่อ 5 ส.ค.2565 โดยมีบริษัท เอ็ม-แลนดาร์ช จำกัด เป็นผู้ชนะการเสนอราคา ด้วยวงเงิน 1,188,770,000 บาท ทำสัญญาเมื่อ 8 พ.ย.2565

ข้อมูลจากกรมบัญชีกลาง ไม่ปรากฏชื่อผู้บริหารภายในกรมฝนหลวงฯ ลงนามในประกาศดังกล่าวแต่อย่างใด หลังจากนั้นมีทำสัญญาเมื่อ 8 พ.ย. 2565 ทว่า สถานะล่าสุดที่แจ้งต่อกรมบัญชีกลาง ถูกระบุว่า “ส่งงานล่าช้ากว่ากำหนด” โดยปัจจุบันล่าช้าไปแล้ว 546 วัน หรือปีเศษ

บ.ตู้เต่าบิน คู่ค้ารัฐ 14,248 ล. ก่อนขายเครื่องบินพันล. กรมฝนหลวง

เบื้องต้น แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยชี้แจงทั้ง 2 โครงการในการจัดหาอากาศยานรวม 4 ลำข้างต้นว่า ผู้บริหารกรมฝนหลวง ในขณะนั้นยืนยันว่ากระบวนการคัดเลือกเครื่องบินทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐาน และผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน

ในส่วนของกระบวนการจัดซื้อ แหล่งข่าว ยืนยันว่า ไม่ใช่การตัดสินใจโดยลำพังของอธิบดีกรมฝนหลวง เนื่องจากงบประมาณโครงการนี้สูงเกิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ในการอนุมัติราคากลางและการจัดซื้อ โดยมีสำนักงบประมาณเป็นผู้ตรวจสอบรายละเอียดอย่างถี่ยิบก่อนอนุมัติ

ส่วนกรณีการเดินทางไปตรวจดูโรงงานผลิตเครื่องบินในต่างประเทศนั้น แหล่งข่าวในกระทรวงเกษตรฯ ชี้แจงว่า เป็นไปเพื่อประโยชน์ของราชการเพื่อให้เห็นกระบวนการผลิตจริง และไม่ได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนได้จ่ายค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด เพื่อความสบายใจและป้องกันข้อครหา

ทว่าจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีคำชี้แจง หรือแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกรมฝนหลวงฯ เกี่ยวกับกรณีร้องเรียนข้างต้นแต่อย่างใด

แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH บริษัทแม่ผู้ผลิต “ตู้เต่าบิน” และ “ตู้บุญเติม” ซึ่งมีตู้วางไว้ใช้บริการอยู่ทั่วประเทศนั้น เคยเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐนับหมื่นล้านบาท ระหว่างปีงบประมาณ 2558-2569 

ฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐพบว่า บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวมถึงกิจการร่วมค้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง พบว่า เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐอย่างน้อย 308 โครงการ รวมวงเงินกว่า 14,248.02 ล้านบาท 

โดยโครงการที่มีมูลค่าสูงสุด คือโครงการประกวดราคาซื้อเครื่องบินขนาดกลาง แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 ลำ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) หรืออีกชื่อหนึ่งคือโครงการจัดซื้อเครื่องบิน LET L410NG จำนวน 2 ลำ วงเงิน 1,183 ล้านบาทของกรมฝนหลวงฯนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีอีก 2 สัญญาที่มูลค่าหลัก “พันล้านบาท” ขึ้นไป โดยมีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นคู่สัญญา ได้แก่ 

1.ประกวดราคาเช่างานเช่าซื้อพร้อมบริการวิทยุสื่อสารระบบดิจิทัลแบบบูรณาการ ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) มีบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าไปร่วมเป็น 1 ใน 3 เอกชน ในสัญญาเลขที่ บ.28/2568 วงเงิน 460,602,900 บาท จากวงเงินรวมทั้งหมด 1,042,570,945 บาท

2.ประกวดราคาจ้างงานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System OMS) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าไปร่วมเป็น 1 ใน 3 เอกชนเช่นกัน ในสัญญาเลขที่ จ.223/2568 วงเงิน 496,721,820 บาท จากวงเงินรวมทั้งหมด 1,013,718,000 บาท

  • หากไล่เรียงการเป็นคู่สัญญารัฐ รวม 12 ปีงบประมาณล่าสุด พบข้อมูลดังนี้

ปีงบประมาณ 2569 จำนวน 17 โครงการ วงเงิน 2,072.09 ล้านบาท

ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 20 โครงการ วงเงิน 1,578.88 ล้านบาท

ปีงบประมาณ 2567 จำนวน 44 โครงการ วงเงิน 2,456.14 ล้านบาท

ปีงบประมาณ 2566 จำนวน 41 โครงการ วงเงิน 2,241.23 ล้านบาท

ปีงบประมาณ 2565 จำนวน 27 โครงการ วงเงิน 560.77 ล้านบาท

ปีงบประมาณ 2564 จำนวน 31 โครงการ วงเงิน 1,206.01 ล้านบาท

ปีงบประมาณ 2563 จำนวน 31 โครงการ วงเงิน 2,176.48 ล้านบาท

ปีงบประมาณ 2562 จำนวน 16 โครงการ วงเงิน 532.79 ล้านบาท

ปีงบประมาณ 2561 จำนวน 17 โครงการ วงเงิน 631.26 ล้านบาท

ปีงบประมาณ 2560 จำนวน 13 โครงการ วงเงิน 299.16 ล้านบาท

ปีงบประมาณ 2559 จำนวน 10 โครงการ วงเงิน 4.08 ล้านบาท

ปีงบประมาณ 2558 จำนวน 41 โครงการ วงเงิน 489.11 ล้านบาท

ในทางธุรกิจ ไม่มีใครปฏิเสธถึงศักยภาพของบริษัทแห่งนี้ เพราะมีบริษัทในเครือข่ายเชี่ยวชาญด้านผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ การจัดวางระบบต่าง ๆ ภายในหน่วยงาน และให้บริการธุรกรรมออนไลน์ 

ทว่าในการเข้ามาประมูลกับกรมฝนหลวงฯนั้น เพิ่งเข้ามา “ประมูลครั้งแรก” เมื่อปีงบประมาณ 2567 ก่อนจะ “ชนะ” โดยเป็นการเสนอราคาเพียงรายเดียวเท่านั้น ในช่วงที่เกิดข้อครหาหลายประการภายในกรมฝนหลวงฯ จนนำไปสู่การร้องเรียนในชั้น ป.ป.ช.อยู่ในตอนนี้

ดังนั้นคงต้องรอให้ทุกฝ่ายออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องเหล่านี้ รวมถึงรอผลการตรวจสอบจากกระบวนการยุติธรรมให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ทั้งนี้ บุคคล หรือนิติบุคคลที่ถูกกล่าวหาพาดพิงทุกราย ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่