'ปกรณ์วุฒิ' ไป ป.ป.ช.ขอเปิดเผย 6 เอกสารสำนวนคดีหุ้น 'ศักดิ์สยาม' เชื่อไม่ชอบมาพากล ยกเคสนาฬิกาเพื่อน ต้องเปิดใน 15 วัน อัปเดตล่า 140 ชื่อชงศาลฎีกาสอบ ป.ป.ช.ได้แล้ว
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2569 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เข้ายื่นขอใช้สิทธิตรวจสอบเอกสาร และสำนวนคดีกรณีกล่าวหา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ "นอมินี" ถือครองหุ้นแทนใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ในฐานะที่เคยยื่นฟ้องคดีนี้
นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า จะขอเอกสารดังต่อไปนี้
1.รายงานแสวงหาข้อเท็จจริงและการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดในสำนวน
2.บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายศักดิ์สยาม
3.คำชี้แจงของนายศักดิ์สยามที่ยื่นชี้แจงต่อ ป.ป.ช.
4.ความเห็นของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทุกคนที่รับผิดชอบคดีนี้ 5.รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
6.คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต่อคดีนี้
นายปกรณ์วุฒิ กล่าวอีกว่า การขอข้อมูลคดีไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับ "คดีแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน" สุดท้ายแล้วศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ ป.ป.ช. เปิดสำนวนคดีต่อผู้ร้องขอ ดังนั้น สิ่งที่คาดหวัง คือ ป.ป.ช. จะอ้างถึง พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล หรือพ.ร.บ.ทางราชการที่เป็นชั้นความลับ รวมถึงข้ออ้างอื่นใด เนื่องจากมีกรณีตัวอย่างของ พล.อ.ประวิตรแล้ว และมีแนวทางคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ระบุว่า ข้อมูลเหล่านี้สามารถเปิดเผยได้ คาดหวังว่าตนจะได้รับข้อมูลนี้โดยเร็ว เพื่อความโปร่งใสของ ป.ป.ช. และการเชื่อมโยงกับประชาชนในการทำงานขององค์กรอิสระ
เมื่อถามว่า แสดงว่ายังมีข้อสงสัยต่อคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ต่อคดีนี้ใช่หรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า แน่นอน คิดว่าคดีนี้มีความไม่ชอบมาพากล เพราะตนเป็นหนึ่งคนที่ได้เห็นเอกสารหลักฐานในชั้นของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ไม่ได้ยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก แต่อยากทราบว่าเอกสารหลักฐานที่ ป.ป.ช.ใช้ในคดีนี้เหมือนหรือต่างจากศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร หากมีเอกสารหลักฐานบางรายการที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ใช้ ในการวินิจฉัยคดี แต่ ป.ป.ช.ไม่ได้ใช้ ก็จำเป็นต้องตั้งคำถามว่าเหตุใดป.ป.ช. จึงไม่ใช้เอกสารหลักฐานดังกล่าว เพราะอาจเป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาไต่สวนคดีนี้
เมื่อถามว่า ป.ป.ช. เคยออกเอกสารชี้แจงแล้ว 1 ครั้ง มองว่าฟังขึ้นหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า คดีนี้คือการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ สิ่งที่ต้องพิสูจน์คือเจตนาว่ามีเจตนาปกปิดหรือไม่ มองว่าการพิสูจน์เจตนาของบุคคลใดบุคคลหนึ่งจะต้องพิสูจน์ ณ วันที่กระทำ นั่นคือตอนยื่นบัญชีทรัพย์สินเมื่อปี 2562 พฤติการณ์หลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นปี 2566 หรือ 2568 ไม่สามารถย้อนไปบอกพฤติการณ์ก่อนหน้านั้นได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างสิ้นเชิง
ซักอีกว่า เชื่อหรือไม่ว่าการที่ ป.ป.ช. ตีต่อคำร้องของนายศักดิ์สยาม เป็นการเปิดทางให้นายศักดิ์สยามกลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีกอีกครั้ง นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า พูดกันตามตรงว่านายศักดิ์สยามมีคุณสมบัติที่จะเป็นรัฐมนตรีได้ตั้งแต่พ้นสองปี หลังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ตนไม่แน่ใจว่าเรื่องการตรวจคุณสมบัติของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีใช้หลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง แต่ก็อาจจะไม่ได้เกี่ยวกันมากนัก รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ยืนยันไปแล้ว ว่าจะไม่ตั้งนายศักดิ์สยามมาเป็นรัฐมนตรี
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่ายุคใคร สมัยใครที่เข้ามาเป็นรัฐบาลก็จะทำให้คดีของฝ่ายนั้นหลุดไป นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า หากว่ากันตามความเป็นจริงในช่วงที่ผ่านมาโดยเฉพาะในยุครัฐบาลที่แล้ว ก็โดนไปหลายครั้งเหมือนกัน แต่สิ่งที่เราตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นอิสระขององค์กรอิสระ ซึ่งสังคมก็รับทราบถึงระบอบสีน้ำเงินและมีความโยงใยอยู่หลายคดีไม่ว่าจะเป็นคดีฮั้ว ส.ว. ซึ่งส.ว.ก็มีอำนาจในการตั้งองค์กรอิสระต่างๆ ด้วย หากย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องนี้ ระบอบจะเอื้อให้กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ครองประเทศนี้โดยที่ไม่เป็นไปตามระบอบนิติรัฐนิติธรรม
เมื่อถามว่า ส่วนข้อมูลที่มาขอวันนี้จะนำไปใช้ประกอบคำร้องในการยื่นศาลฎีกาขอให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ด้วยหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ตนคาดหวังว่าจะได้รับข้อมูลที่มาทวงถามในวันนี้โดยเร็ว ซึ่งจะนำข้อมูลที่ได้ไปประกอบกับคำร้องดังกล่าวด้วย แต่หากไม่เป็นไปตามที่คาดหวังก็คงจะต้องมีการทวงถามเรื่อยๆ
นายปกรณ์วุฒิ กล่าวด้วยว่า หากต้องมีการยื่นคำร้องไปก่อนก็ขอให้ ป.ป.ช. ไม่ถ่วงเวลาเหมือนตอนที่ศาลปกครองสูงสุดมีความพิพากษาในคดีนาฬิกาเพื่อนที่มีคำสั่ง ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลภายใน 15 วัน ซึ่งในคดีนี้เอกสารทุกอย่างน่าจะพร้อม และหากไม่มีข้ออ้างอื่น ภายใน 15 วันก็สามารถที่จะส่งให้ตนได้อย่างไรก็ตาม ส่วนความคืบหน้าในการรวบรวมรายชื่อได้นั้นได้ครบ 140 รายชื่อแล้ว โดยมีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ สว.บางส่วน มาร่วมลงชื่อด้วย

