วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สัญญา 2 เครื่องบินกรมฝนหลวง 1,188 ล. ‘เอ็ม-แลนดาร์ช’ส่งมอบไม่ครบ?

สัญญา 2 เครื่องบินกรมฝนหลวง 1,188 ล. ‘เอ็ม-แลนดาร์ช’ส่งมอบไม่ครบ?

ประเด็นการจัดซื้ออากาศยานจำนวน 4 ลำ 2 สัญญา ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงินกว่า 2,137 ล้านบาท ยังคงค้างคาใจสาธารณชนอยู่ไม่น้อย เนื่องจากมีข้อสังเกตที่น่าสนใจหลายประการ ตามที่ “ศรีสุวรรณ จรรยา” ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ไปยื่นคำร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวนเมื่อไม่นานมานี้

เบื้องต้น "กรุงเทพธุรกิจ" นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาแรกไปแล้ว กรณีโครงการซื้อเครื่องบินขนาดกลาง LET L410NG จำนวน 2 ลำ ที่มี บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) “บริษัทแม่” ของบริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด ผู้ผลิต “ตู้เต่าบิน” และ “ตู้บุญเติม” รวมถึงผู้ผลิตและนำเข้าเครื่องมืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นผู้เสนอราคา “แค่รายเดียว” และชนะไปด้วยวงเงิน 1,183 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2567

คราวนี้มาดูไส้ในสัญญาที่ 2 กันบ้าง โครงการจัดซื้อเครื่องบิน Cessna C408 จำนวน 2 ลำ ประกาศราคากลางเมื่อ 25 ก.ค. 2565 (ปีงบประมาณ 2565) ในชื่อโครงการซื้อเครื่องบินขนาดกลาง วงเงินงบประมาณ 1,252 ล้านบาท กำหนดราคากลาง 1,267,276,391 บาท ตกลำละ 633,638,195 บาท

โดยอ้างอิงแหล่งที่มาราคากลางจาก ฐานของราคาครั้งสุดท้ายที่กรมฝนหลวงฯ เคยจัดซื้อปีงบประมาณ 2564 และคำนวณอัตราเงินเฟ้อรวมถึงค่าเงินบาทในปัจจุบัน ราคาครั้งสุดท้ายปีงบประมาณ 2564 เป็นเงิน 567.5 ล้านบาท หารด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท ณ วันเสนอราคาปี 2564 เท่ากับ 31.34 บาท บวกด้วยอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นของประเทศอินโดนีเซีย (ประเทศผู้ผลิตที่จัดซื้อครั้งสุดท้าย) เท่ากับ 1.90% และคูณอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทปัจจุบัน เท่ากับ 34.34 บาท

มีผู้รับผิดชอบกำหนดราคากลาง ได้แก่ "จเด็ด กลิ่นชื่น" ผู้อำนวยการกองบริหารการบินเกษตร เป็นประธานกรรมการ "เฉลิมพล ราชโรจน์" นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ "ศักดา อุ่นน้อย" นายช่างเทคนิคอาวุโส "ร.อ.มนต์ สุทัศน์ ณ อยุธยา" นักบิน ท3 และ "สมศักดิ์ อิศรากูร ณ อยุธยา" วิศวกรเครื่องกลชำนาญการพิเศษ เป็นกรรมการ

โดยโครงการนี้เมื่อประกาศราคากลาง 26 ก.ค. 2565 ได้ออกร่างเอกสารประกวดราคาในวันเดียวกัน หลังจากนั้นประกาศเชิญชวนเอกชนมาเสนอราคาเมื่อ 5 ส.ค.2565 ต่อมาได้สรุปข้อมูลการเสนอราคาเบื้องต้นเมื่อ 6 ก.ย. 2565 มีเอกชน จำนวน 15 ราย สนใจ ได้แก่ 

บริษัท นีออนเวิรคส์ คอมมูนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เดสพาซีโต บูล จำกัด บริษัท แพ๊ท อาร์ค จำกัด บริษัท สมาร์ท แคนน่อน จำกัด บริษัท ไบร์ท แอนด์ ไบร์ทเทอร์ จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัดคณะก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติศักดิ์ พานิช 2526 บริษัท โมทย์กังวาฬ จำกัด สว่างจิตรพานิช ห้างหุ้นส่วนจำกัด สนธยาการโยธา บริษัท พรีเมียร์ ฟู้ด แอนด์ แมชชีนเนอรี่ จำกัด บริษัท เอชเจเค อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท เอ็นเอสไอ จำกัด บริษัท เอ็ม-แลนดาร์ช จำกัด และบริษัท ไทฮัน โซลูชั่นส์ จำกัด

แต่ปรากฏว่า มีผู้ยื่นเอกสารประกวดราคา(ยื่นซองประมูล) แค่รายเดียวคือ บริษัท เอ็ม-แลนดาร์ช จำกัด จำนวน 1,190,000,000 บาท และบริษัทแห่งนี้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติและเทคนิค 

สัญญา 2 เครื่องบินกรมฝนหลวง 1,188 ล. ‘เอ็ม-แลนดาร์ช’ส่งมอบไม่ครบ?

ต่อมาเมื่อ 6 ต.ค. 2565 กรมฝนหลวงฯ ประกาศผู้ชนะ การเสนอราคาคือ บริษัท เอ็ม-แลนดาร์ช จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เป็นเงินทั้งสิ้น 1,188,770,000 บาท โดยเป็นผู้มีคุณสมบัติและข้อเสนอทางเทคนิค ถูกต้องครบถ้วนและเป็นผู้ได้คะแนนรวมสูงสุด

อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากกรมบัญชีกลาง ไม่ปรากฏชื่อผู้บริหารภายในกรมฝนหลวงฯ ลงนามในประกาศดังกล่าวแต่อย่างใด หลังจากนั้นมีทำสัญญาเมื่อ 8 พ.ย. 2565 ทว่า สถานะล่าสุดที่แจ้งต่อกรมบัญชีกลาง ถูกระบุว่า “ส่งงานล่าช้ากว่ากำหนด” โดยปัจจุบันล่าช้าไปแล้ว 546 วัน หรือปีเศษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปีงบประมาณ 2565 ซึ่งเป็นปีที่มีการจัดซื้อจัดจ้างนั้นปรากฏชื่อ "สำเริง แสงภู่วงค์" เป็นอธิบดีกรมฝนหลวงฯ ขณะนั้น ส่วนปีงบประมาณ 2566-2567 "วีรวัฒน์ อังศุพาณิชย์" เป็นรองอธิบดีฯ และรักษาการบางช่วง และมี "สุพิศ พิทักษ์ธรรม" เป็นอธิบดีฯ หลังจากนั้นปีงบประมาณ 2568-2569 มี "ราเชน ศิลปะรายะ" เป็นอธิบดีฯ

ส่วนรัฐบาลปีงบประมาณ 2565 มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ มี “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ ต่อมาระหว่างปีงบประมาณ 2566-2567 คือช่วงรัฐบาล “เศรษฐา ทวีสิน” เป็นนายกฯ มี “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ หลังจากนั้นปีงบประมาณ 2567-2568 ช่วงรัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” เป็นนายกฯ มี “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์

ขณะที่ “ศรีสุวรรณ” ที่ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ระบุถึงเงื่อนปมปัญหาการจัดซื้อสัญญาที่ 2 ว่า การจัดซื้อเครื่องบิน Cessna C408 จำนวน 2 ลำ วงเงิน 1,314 ล้านบาทนั้น มีการตั้งราคากลางกันไว้ที่ 1,188 ล้านบาทเช่นกัน ซึ่งมีสนนราคาต่อลำอยู่ที่ไม่เกิน 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 200 ล้านบาทเท่านั้น แต่กลับมีการกำหนดราคากลางที่สูงเกินไปหรือไม่ จนถึงปัจจุบัน มีการส่งมอบเครื่องบินเพียง 1 ลำ จากทั้งหมด 2 ลำเท่านั้นใช่หรือไม่ และมีการเรียกค่าปรับการส่งมอบล่าช้าหรือไม่

ด้านแหล่งข่าวจาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยชี้แจงว่า ผู้บริหารกรมฝนหลวง ในขณะนั้นยืนยันว่ากระบวนการคัดเลือกเครื่องบินทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐาน และผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน ยกตัวอย่างเช่น เครื่องบิน Cessna ราคาหากย้อนกลับไปเมื่อ 10-20 ปีที่แล้วราคาตลาด อยู่ที่ประมาณ 600-700 ล้านบาทต่อลำ ขณะที่เครื่องบินคิงแอร์ (King Air) ราคาประมาณ 700-800 ล้านบาท ซึ่งเครื่องบินฝนหลวงต้องมีราคาสูงกว่าเครื่องบินทั่วไป เนื่องจากต้องติดตั้งอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับการทำฝนโดยเฉพาะ

เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องบิน LET L410NG ที่จัดซื้อล่าสุด ราคาไม่ได้ต่างจากเดิมมากนักหากคำนวณตามมูลค่าเงินที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา มูลค่าเงินเมื่อ 20 ปีที่แล้วกับวันนี้ต่างกัน เหมือนราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ เครื่องบินรุ่นใหม่ยังใช้วัสดุ คอมโพสิต (Composite) แทนโครงสร้างเหล็กแบบเดิม และมีเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ทันสมัยกว่า

ในส่วนของกระบวนการจัดซื้อ แหล่งข่าว ยืนยันว่า ไม่ใช่การตัดสินใจโดยลำพังของอธิบดีกรมฝนหลวง เนื่องจากงบประมาณโครงการนี้สูงเกิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ในการอนุมัติราคากลางและการจัดซื้อ โดยมีสำนักงบประมาณเป็นผู้ตรวจสอบรายละเอียดอย่างถี่ยิบก่อนอนุมัติ

ทั้งหมดคือข้อมูลทั้ง 2 ด้านเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอากาศยานของกรมฝนหลวงฯ ในสัญญาที่ 2 จำนวน 2 ลำ วงเงินกว่า 1,188 ล้านบาท ที่ปัจจุบันยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่า เอกชนผู้ชนะการเสนอราคา ได้ส่งมอบเครื่องบินลำที่ 2 เสร็จสิ้นตามสัญญาแล้วหรือไม่ คงต้องรอฟังคำชี้แจงจากกรมฝนหลวงฯอีกครั้ง

ทั้งนี้ เรื่องทั้งหมดอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นของสำนักงาน ป.ป.ช. ดังนั้นบุคคล หรือนิติบุคคลที่ถูกพาดพิงทุกราย ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่