วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'ศิริกัญญา' ข้องใจ รัฐบาลกู้ด่วน ยัดไส้โครงการไม่ด่วน จ่อยื่นศาล

'ศิริกัญญา' ข้องใจ รัฐบาลกู้ด่วน  ยัดไส้โครงการไม่ด่วน จ่อยื่นศาล

“ศิริกัญญา” ถามกระทู้สด ปม กู้ด่วน 4แสนล้าน พบยัดไส้โครงการไม่ด่วน ติดใจเทงบหมดหน้าตัก ใน4เดือน เสี่ยงถังแตก ด้าน “ภราดร” ย้ำออกพ.ร.ก.กู้เงินไม่ขัดรธน.ม.172

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ช่วงกระทู้ถามสด ซึ่งน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งถามถึงการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ วงเงิน 4 แสนล้านบาท ต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ทั้งนี้ได้มอบหมายให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงแทน

โดย น.ส.ศิริกัญญา ตั้งคำถามแรกถึงแผนการใช้เงินที่ระบุว่าจะเยียวยาประชาชนที่ไม่ชัดเจน ทั้งนี้ในรายละเอียยดพบว่าการใช้เงินกู้จะมี 2 แผ่น คือ แบ่งเป็นแผนละ  2 แสนล้านบาท โดยแผนและวงเงินก้อนแรกเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาค่าใช้จ่ายของประชาชนและเกษตรกร ทั้งนี้ในหลักการตนเห็นด้วยมีเงินเพื่อเยียวยาประชาชนกู้เงินเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชน แต่ติดใจวงเงิน และการใช้เงิน ซึ่งพบว่า จะใช้ 1.2 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการ คนละครึ่งพลัส กลุ่มเป้าหมาย 30 ล้านคน และอีก 5.2หมื่นล้านบาท เพื่อเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการ ทั้งนี้ 4 เดือนแรก จะใช้งบประมาณรวม 1.72 แสนล้านบาท  เรียกว่ากู้มาจะเทหมดหน้าตัก ภายใน 4 เดือน

“แจกโครงการคนละครึ่ง 30 ล้านคน นั้นมุ่งเป้าไปที่กลุ่มเป้าหมายแบบใด วิธีการลงทะเบียนใครลงก่อนได้ก่อน ทำให้ไม่รู้ว่าคนที่ได้รับความช่วยเหลือนั้นเดือดร้อนจริงหรือไม่ แผนการเทหมดหน้าตัก 4 เดือนแรก แจกแบบสุ่ม คนเดือดร้อนไม่ได้ คนได้อาจไม่ได้นั้นเดือดร้อน รัฐบาลมีแผนเยียวยามีวัตถุประสงค์อะไร” น.ส.ศิริกัญญา ตตั้งคำถาม

จากนั้น นายภราดร ชี้แจงว่ารัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องออก พ.ร.ก.เงินกู้ เพราะวิกฤติสงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบหลายระลอก ทั้งต่อพลังงาน ต้นทุนสินค้า เป็นภาระของประชาชนที่ซื้อสินค้าแพง ขณะที่กำลังซื้อหดตัว ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจากงบประมาณ ปี 2569  พบว่ามีงบกลาง เหลือ 2 หมื่นล้านบาท  ซึ่งไม่สามารถเยียวยาสถานกรณ์ได้ถ้วนหน้าทั้งหมด ส่วนการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณ ทั้งนี้ คาดว่ามีเงินเหลือที่โอนได้เพียง  2-3 หมื่นล้านบาท  ทำให้รัฐบาลมีเงินเหลือ  4 หมื่นล้านบาท ทำให้ไม่สามารถเยียวยาประชาชนได้ครบถ้วน

'ศิริกัญญา' ข้องใจ รัฐบาลกู้ด่วน  ยัดไส้โครงการไม่ด่วน จ่อยื่นศาล

นายภราดร ชี้แจงต่อว่าส่วนที่รัฐบาลแบ่งเงินกู้ เป็น 2 ก้อนๆละ 2แสนล้านบาท โดยก้อนแรกจะช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม แต่ที่ถามว่า  2 โครงการหลักที่จะกิดขึ้น  คือ โครงการ ไทยช่วยไทย แบ่งเป็น  2 ก้อน คือ 1.โครงการคนละครึ่งพลัส ที่วางแผนช่วยเหลือ 30 ล้านสิทธิ ให้ 4 เดือนๆ ละ 1,000 บาท เท่ากับ 1 คนใช้เงิน 4,000 บาทและลงทะเบียนใหม่ และ 2.บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีผู้ถือ 13.2ล้านคน จะเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนละ 1,000 ล้านบาท  รวมวงเงินที่ใช้  1.72 แสนล้านบาท ทั้งนี้ที่ถามว่าจะตรงกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ ตนขอถามตรงๆ ว่าในประเทศนี้มีใครที่ไม่ได้รับผลกะทบจากสถานการณ์สงคราม ซึ่งตนเชื่อว่าทุกคนได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ดีในส่วนกลุ่มเปราะบางที่ปัจจุบันได้ 13.2 ล้านสิทธิ์ รัฐบาลจะขยายเพิ่มอีก 30 ล้านคน รวมกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้รับ เป็น 43.2 ล้านคน

 

“เหตุที่รัฐบาลต้องเทหมดหน้าตัก เพราะรัฐบาลเชื่อและประเมินสถานการณ์สงครามจาก 4 หน่วยงาน ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลังก่อนหน้านี้ เชื่อว่าสงครามยืดเยื้อระดับกลาง  ไม่จบภายใน 1-2 เดอืน อาจจะจบช่วงกลางปีหรือสิ้นปีนี้ ดังนั้นจึงเป็นเหตุที่ต้องช่วย ช่วง 4 เดือน หากไม่เยียวยาได้อย่างทันท่วงที อาจเกิดภาวะข้าวยากหมากแพง   ประชาชนไม่มีเงินในกระเป๋า โดยรัฐบาลไม่อยากเห็นสถานการณ์เกิดขึ้น จึงวางมาตรการเร่งด่วน” นายภราด ชี้แจง

น.ส.ศิริกัญญา ตั้งคำถามที่สอง และให้ข้อสังเกตว่า เป็นภาวะรัฐบาลถังแตก แต่พบว่ามีเจตนายัดไส้โครงการไม่เร่งด่วน คือ ปรับโครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาท มาในพ.ร.ก.กู้ด่วน ถ้าไม่ทำตอนนี้กระทบความมั่นคงเศรษฐกิจจนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งนี้ความจำเป็นเร่งด่วนคืออะไร ทั้งที่ไม่มีรายละเอียด หากจะเปลี่ยนผ่านพลังงานภายในปีเดียว และต้องกู้ในก.ย.70 จะทำได้กี่เปอร์เซ็นต์และทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนหรือไม่ หากรอไปอีก 3 เดือน บรรจุในพ.ร.บ.งบประมาณทำได้ ทั้งนี้ควรทำให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172

จากนั้นนายภราดร ชี้แจงว่าสำหรับการรักษาวินัยการเงินการคลัง  ได้ประชุม 4 หน่วยงาน และมีแผนการคลังระยะปานกลาง ทำรายละเอียส่วนของเงินกู้ 4 แสนล้านบาทไว้ โดยมีแผนว่าจะแบ่งกู้ 2 ปี โดยปีนี้ กู้ 2 แสนล้านบาท และปีหน้ากู้  2 แสนล้านบาท  ส่วน พ.ร.บ.งบประมาณปกติได้ทำตัวเลขแล้วทั้งหมดจากประมาณการทำให้เห็นชัดว่า 3-4 ปีนี้เพดานหนี้สาธารณะไม่เกิน 70% ส่วนเรื่องสอดไส้โครงการพลังงาน วงเงิน 2 แสนล้านบาท ซึ่งที่บอกว่าเร่งด่วนหรือไม่อยู่ที่คนมอง วิสัยทัศน์ของคนที่มาบริหารประเทศ ต่อวิกฤติพลังงานแบบไหน เร่งด่วยหรือไม่

“วันนี้ประชาชนบ่นว่าเสียค่าไฟแพง เพราะไฟฟ้าผลิตมาจากฟอสซิล และแก๊สธรรมชาติที่ราคาแพง ทำให้ค่าไฟแพง ซึ่งประเด็นนี้เป็นร่มเดียวกันที่ตั้งใจลดค่าใช้จ่ายประชาชน เปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยสนับสนุนพลังงานสะอาดที่เน้นพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งนี้ในส่วนของพลังงานน ผมเชื่อว่าในหลากหลายกระทรวงคงมีโครงการเข้ามาหลังจากที่ พ.ร.ก.บังคับใช้และผ่านสภาฯ จะตั้งกรรมการกลั่นกรองโครงการ เพื่อตอบโจทย์ลดภาระใช้พลังงาน จึงเป็นโอกาสของประเทศเปลี่ยนถ่ายพลังงาน” นายภราดร ชี้แจง

นายภราดร ชี้แจงต่อว่าเหตุที่ไม่ใช้ งบประมาณปี 2570 เพราะทำไม่ทัน เนื่องจาก วันที่  1 พ.ค. สำนักงบประมาณได้ปิดคำขอให้หน่วยงานส่งคำขอแล้ว ทั้งนี้ เมื่อดูในไส้งบประมาณของแต่ละหน่วยงานที่ขอเรื่องเปลี่ยนถ่ายพลังงานนั้นมีไม่มากเพราะเวลาจำกัด จึงต้องใช้โอกาสเปลี่ยนถ่ายพลังงาน เพื่อความยยั่งยืนของพลังงานสะอาด

จากนั้น น.ส.ศิริกัญญา ตั้งคำถามที่สามต่อว่ารัฐบาลตีเช็คเปล่า กับประชาชนที่เป็นผู้ใช้หนี้ คิดไปทำไป  เพราะยังไม่มีโครงการใดๆ อยู่ใแผน2 และไม่ได้สะท้อนว่าไม่ทำวันนี้ กระทบมั่นคงเศรษฐกิจอย่างรับไม่ได้ ทั้งนี้ พ.ร.ก. ไม่ควรออกพร่ำเพรื่อเพราะการใช้อำนาจฝ่ายบริหารเป็น พ.ร.ก. ข้ามหัวสภา  หากออกพ.ร.ก.กู้เงินเพื่อเยียวยาตนไม่ติด แต่ออกให้น้อยกว่า2แสนล้านบาท หากจะนำไปทุ่มให้กับโครงการคนละครึ่งมากถึง 1.2แสนล้านบาทไม่ต้องออกถึง 2 แสนล้านบาท และเก็บกระสุนเพื่อให้ตรงเป้ากับกลุ่มเป้าหมาย

'ศิริกัญญา' ข้องใจ รัฐบาลกู้ด่วน  ยัดไส้โครงการไม่ด่วน จ่อยื่นศาล

“4 เดือนใช้หมด 2 แสนล้านบาท คิดว่ายังไงมีโอกาสที่สงครามยืดเยื้อ และวิกฤติไม่จบภายใน 4 เดือน แต่กระสุนไม่เหลือให้ช่วยประชาชนที่เดือดร้อนจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น และอาจกู้ใหม่ไม่ได้ อาจเป็นเม็ดเงินสุดท้ายที่จะออก พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ.กู้เงินได้ ไม่ใช้เพราะจะชนเพดานกู้เงิน 70% เพราะมีต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น ทั้งนี้แผนการใช้เงินไม่ชัด แผนการกู้เงินไม่แน่ใจถูกต้องหรือไม่ มีแผนการใช้หนี้เป็นอย่างไรในอนาคต” น.ส.ศิริกัญญา ตั้งคำถาม

โดย นายภราดร ชี้แจงว่า ข้อกล่าวหาเช็คเปล่ารุนแรงเกินไป ได้วางแผนอย่างรอบคอบต่อการเปลี่ยนถ่ายพลังงาน นอกจากนั้นการใช้เงินก้อนแรก วงเงิน 1.7 แสนล้าน ใน 4 เดือน เพราะรัฐบาลต้องการเยียวยาประชานในช่วงสั้น จำเป็นที่ต้องช่วยประชาชนก่อนเจอภาวะข้าวยากหมากแพง โดยการใช้เงินก้อนดังกล่าวใน 4 เดือนถึงมือประชาชนทุกเม็ด ทุกบาท ทุกสตางค์ ส่วนแผนการกู้จะกู้เงินในประเทศ ดอกเบี้ย 1.3% เท่านั้น ส่วนแผนการใช้หนี้ของรัฐบาล จะใช้ตามปกติ คือ ตั้ง 4% ในงบรายจ่ายประจำปี ใช้เงินต้น 1.5 แสนล้านบาท ส่วนดอกเบี้ยต่างหาก ทั้งนี้การกู้เงิน 4แสนล้านบาทของรัฐบาลเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 มีเหตุผล มีความจำเป็นเร่งด่วน

ทั้งนี้ น.ส.ศิริกัญญา อภิปรายทิ้งท้าย ฝากไปยังรัฐบาลว่า อย่าเอาการเยียวยาประชานเป็นตัวประกัน แล้วยัดไส้โครงการไม่เร่งด่วน เพียงเพื่อหวังผลอื่นใด หากยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ และมีปัญหาต่อการกู้ภายหลัง อย่าเอาการเยียวยาของประชาชนเป็นตัวประกันหรือข้ออ้าง เพราะรัฐบาลเองไม่ยอมแยกการเปลี่ยนผ่านพลังงานออกจาก พ.ร.ก. เงินกู้ ดังนั้นไม่ว่าผลอะไรเกิดขึ้นรัฐบาลจำเป็นต้องรับผิดชอบ