วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'กรณ์' ซัด กู้เงิน 4แสนล้าน ฉวยโอกาส จับไต๋เพื่อใช้ 'คนละครึ่ง'

'กรณ์' ซัด กู้เงิน 4แสนล้าน ฉวยโอกาส จับไต๋เพื่อใช้ 'คนละครึ่ง'

“กรณ์” ซัด กู้เงิน 4แสนล้าน เป็น "พ.ร.ก.ฉวยโอกาส" จับไต๋เพื่อใช้ "คนละครึ่ง" ย้อนเอกสาร ภท. ตอนหาเสียง เตรียมใช้ 4.4หมื่นล้าน จากงบประมาณ ชี้กู้เงิน ไม่ช่วยน้ำมันราคาถูก

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ต่อกรณีการร่วมกับพรรคประชาชนเข้าชื่อเพื่อยื่นตีความการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ของรัฐบาลส่อขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ว่า วานนี้ (6 พ.ค.) ได้หารือร่วมกัน และพรรคประชาชน บอกว่าขอให้นำเข้าที่ประชุมสส.วันนี้ (7 พ.ค.) ก่อนจากนั้นจะให้คำตอบ ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญต้องใช้เสียง สส.เข้าชื่อ 100 คน ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ มี 21 เสียง ดังนั้นการยื่นเรื่องได้หรือไม่ต้องผ่านด่านพรรคประชาชนก่อน โดยทิศทางแล้วเชื่อว่าจะเห็นไปในทางเดียวกัน ว่า การออก พ.ร.ก.นั้นไม่เข้าเกณฑ์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เป็น พ.ร.ก.ฉวยโอกาส

นายกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ระบุว่าก่อนหน้านี้ที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเคยกู้เงินและถูกยื่นตีความเช่นกัน ว่า ในอดีตที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงินนั้น เพราะมีวิกฤติที่แตกต่างกัน เช่น ปี 2541 ที่มีวิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 2552 มีวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ และปี 2565 มีวิกฤติโควิด ซึ่งวิกฤติแต่ละครั้งมีสิ่งบ่งชี้ว่าจีดีพีติดลบ  แต่ปัจจุบันแม้มีปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น เศรษฐกิจโตช้า แต่ยังโตอยู่ และจีดีพีในภาวะสงครามคาดว่าจะขยายตัวได้ 1.5%   ขณะเดียวกันนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย แถลงอย่างภาคภูมิใจต่อการจัดอันดับของมูดี้ส์ ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุน  นอกจากนั้นแล้วการเก็บภาษียังเป็นปกติ ไม่มีวิกฤติที่เข้าเกณฑ์ต่อการออก พ.ร.ก.ตามรัฐธรรมนูญ

“พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คัดค้านการใช้เงิน หรือการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน แต่ทุกอย่างมีกติกาและเหตุผล นายกฯ บอกว่าต่างคนต่างหน้าที่ ผมอยู่ฝ่ายค้านต้องดูแลประชาชนเช่นกัน เพราะสิ่งที่รัฐบาลทำนั้นอาจทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก หากประเทศขาดวินัยการเงินการคลังต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเหตุให้เศรษฐกิจล่มสลายได้ จะกลายเป็นเวเนซุเอลา ดังนั้นทุกอย่างที่รัฐบาลทำ ต้องยึดกรอบกฎหมายที่กำหนด ไม่ใช้เงินเกินควร ทำงบขาดดุลได้ แต่ต้องมีข้อจำกัดเพื่อให้ฐานะการคลังยังมั่นคง” นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ตนไม่ปฏิเสธว่านักการเมืองอยากมีเงินใช้มากที่สุด ทำให้ไม่มีรัฐบาลไหนที่คิดว่ามีเงินพอ ดังนั้นจึงต้องมีกฎหมายกำหนดกรอบให้รัฐบาลใช้เงิน เว้นแต่เป็นกรณีจำเป็นอันหลีกเลี่ยงไม่ได้  ซึ่งตนไม่เถียงว่ารัฐบาลอยากใช้เงินเพื่อทำโครงการ คนละครึ่ง แต่หากย้อนไปดูเอกสารของพรรคภูมิใจไทยที่เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ตอนหาเสียง ระบุว่าโครงการคนละครึ่งจะใช้เงิน 4.4 หมื่นล้านบาท โดยเงินที่ใช้มาจากงบประมาณ ดังนั้นวันนี้ทำไมไม่ใช้เงินจากงบประมาณ

“การใช้เงินถือเป็นสิทธิแต่ต้องเป็นไปตามกรอบกฎหมาย ผมไม่ปฏิเสธว่าบริบทขณะนี้เปลี่ยนไป เพราะทุกรัฐบาลมีสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา กรณีที่ใช้เงิน 4.4 หมื่นล้านบาท ให้โครงการคนละครึ่ง ทำไมไม่ใช้ เงินหายไปไหน ทั้งที่จัดเก็บรายได้เท่าเดิม ขณะเดียวกันรัฐบาลเตรียมออกพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ ตอนแรกบอก 1 แสนล้านบาท ตอนหลังทำได้ 5 หมื่นล้านบาท ดังนั้นทำไมไม่โอนงบไปก่อน แม้ว่าทุกอย่างมีขึ้นตอน แต่ยังไม่เห็นรัฐบาลเดินก้าวแรก รออะไรอยู่” นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่าสำหรับปัญหาวิกฤติพลังงานที่กระทบต่อต้นทุนสินค้าและทำให้ประชาชนเดือดร้อน มีวิธีที่รัฐบาลแก้ปัญหาได้ ทั้งการปรับสูตรคำนวณราคาน้ำมัน ลดภาษีสรรสามิต ซึ่งไม่ใช่ใช้วิธีกู้เงิน เพราะต่อให้กู้เงินเพิ่ม น้ำมันยังราคาแพงอยู่ดี  ดังนั้น ปัญหาไม่ใช่ว่าจะทำโครงการอะไร แต่คือเงินที่จะใช้ทำโครงการต้องถูกต้องตามกฎหมายด้วย