วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

อิทธิฤทธิ์ ‘ครูใหญ่-ลูกนก’ หวด ‘ณัฏฐ์ชนน’ สยบรอยร้าวค่ายน้ำเงิน

อิทธิฤทธิ์ ‘ครูใหญ่-ลูกนก’  หวด ‘ณัฏฐ์ชนน’ สยบรอยร้าวค่ายน้ำเงิน

การจัดสรรเก้าอี้ “ประธานกรรมาธิการ” ล่าช้าจากไทม์ไลน์ที่ “บิ๊กภูมิใจไทย” วางเอาไว้มาก เนื่องจากมี “สส.สีน้ำเงิน” ไม่พอใจการแบ่งโควตา ความเคลื่อนไหวจึงก่อตัวเงียบๆ แต่ไม่มีใครกล้าท้าทาย“เจ้าของพรรค”

จนกระทั่ง “สส.หนุ่ย” ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย แสดงอาการไม่พอใจ ด้วยการดีดตัวเองออกจากไลน์กลุ่มพรรคภูมิใจไทย เพราะมองว่า ตัวเองนั่งเก้าอี้ สส. มาแล้ว 3 สมัย ควรมีชื่อติดโผนั่งประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้โควตามากถึง 14 คณะ

แรงสั่นสะเทือนของ “สส.หนุ่ย” แม้ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะแทรกคิวมาเคลียร์ใจด้วยตัวเอง แต่ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ผู้นำจิตวิญญาณ ไม่พอใจท่าทีแข็งกร้าวของ “สส.หนุ่ย”

การประชุมพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา บรรดา สส.ค่ายน้ำเงิน ถูกเรียกตัวมาร่วมประชุมพรรค โดยมีวาระสำคัญคือการทำความเข้าใจการจัดสรรโควตา “ประธานกรรมาธิการ” เพื่อสยบกระแสข่าวความไม่พอใจส่วนตัว 

ที่สำคัญ “บิ๊กค่ายน้ำเงิน” ขึ้นชื่อเรื่องการรักษาเอกภาพ ควบคุมไม่ให้ “ลูกพรรค” แตกแถว โดยเฉพาะ “ครูใหญ่” ที่ถนัดเล่นบทโหด นอกจากจะไม่ปลอบประโลม หากแต่ยังคาดโทษ “คนแข็งเมือง” 

เล่ากันว่า “ครูใหญ่” ออกโรงตำหนิ “สส.หนุ่ย” ต่อหน้าลูกพรรคคนอื่นๆ โดยลั่นวาจาว่า “ผมไม่ชอบ อย่าทำแบบนี้!” ทางหนึ่งเพื่อไม่ให้ลูกพรรคคนอื่นๆ ที่คิดจะเลียนแบบเวลาไม่ได้ดั่งใจ และไม่กล้าเดินซ้ำรอย สส.สงขลา รายนี้

นอกจากบทของ “ครูใหญ่” แล้ว ยังมีบททายาทเบอร์หนึ่ง “ลูกนก” ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะแม่บ้านพรรค ยังกล่าวในเชิงตำหนิเช่นกัน

ฝั่ง “สส.หนุ่ย” เหมือนจะรู้ชะตาของตัวเอง จึงเตรียมรับมือมาอย่างดี โดยเจ้าตัวเล่นบทสำนึกผิด ยืนขึ้นพร้อมพนมมือ กล่าวคำ “ขอโทษ” กลางห้องประชุม โดยมีคนจับสังเกตว่า มือของ “สส.หนุ่ย” สั่นผิดปกติ

โดยก่อนหน้านี้ เขาเคยทิ้งคำพูดปริศนา ชวนให้ถอดรหัสว่า “ก่อนหน้านี้มีข้อตกลงกันแล้ว ซึ่งการมาเป็นนักการเมืองเราอย่ารักษาหน้าตาของตัวเองอย่างเดียว ว่าทำไม ไม่ได้ อย่ารักษาเกียรติอย่างเดียว เราต้องรักษาชีวิตของตัวเอง นี่คือปรัชญาทางการเมือง”

หลังจากนี้ จึงต้องจับตาชะตากรรมของ “สส.หนุ่ย” เมื่อกล้าแข็งข้อกับ “เจ้าของพรรค” จนสร้างความไม่พอใจให้ “ครูใหญ่-ลูกนก” ผลที่จะตามมา อาจรุนแรงกว่าที่คิด 

แม้หน้าฉากจะเคลียร์จบกันไป แต่หลังฉากอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะ “ครูใหญ่” ต้องการรักษาระบบ ไม่ให้บทเรียนในอดีตของพรรคการเมืองอื่นมาหลอกหลอน “พรรคสีน้ำเงิน”

อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนไปดูสาเหตุที่ “สส.หนุ่ย” ไม่ได้นั่งเก้าอี้ประธาน กมธ.ในคราวนี้ ทั้งที่มีเก้าอี้ให้จัดสรรถึง 14 ตัว และเจ้าตัวมั่นใจในเครดิต ที่เป็น สส.มาแล้ว 3 สมัย อยู่กับพรรคมาตั้งแต่ตั้งพรรคยุคแรก แต่ติดปัญหาคือ "คดีที่ติดตัว" 

โดยเมื่อช่วงต้นปี 2568 สส.หนุ่ย ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด กรณีถูกกล่าวหารับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากบุคคล เนื่องจากยอมให้บุคคลอื่นชำระค่ารักษาพยาบาลแทนให้แก่ตนเอง ซึ่งปัจจุบัน คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ที่เจ้าตัวอยากให้มีการตัดสินเร็วๆ

โดยปกติแล้ว ขั้นตอนหลังจาก “ป.ป.ช.” ชี้มูลแล้ว จะส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อฟ้องต่อศาลอย่างรวดเร็ว แต่คดีนี้กินเวลามายาวนานมาก จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ของ “สีน้ำเงิน” หรือไม่ จึงทำให้คดีค้างเติ่ง ไม่ไปไหน ทำให้ยังลงสมัคร และเป็น สส.มาได้จนถึงปัจจุบัน

หากเป็นอิทธิฤทธิ์ของ “สีน้ำเงิน” จริง ก็ไม่แปลกที่พรรคจะไม่ยกเก้าอี้ประธาน กมธ. หรือตำแหน่งอื่นๆ ให้ เพราะอาจมองว่า ได้เลือกที่จะช่วยเรื่องคดีไว้แล้ว เพราะหากไม่ช่วยก็คงไม่ได้เข้ามานั่งเป็น สส.อยู่จนถึงขณะนี้

แต้มต่อของ “สส.หนุ่ย” ณัฏฐ์ชนน ชั่วโมงนี้ มีไม่มาก เพราะ“ครูใหญ่” ได้ “บิ๊กเนมสงขลา” มาช่วยงานพรรค จึงไม่จำเป็นต้องง้อใคร หากใครมีปัญหาพร้อมเชือดไก่ให้ลิงดู เพื่อรักษาระบบ ไม่ให้พรรคสีน้ำเงินโดนเซาะกร่อนบ่อนทำลาย