วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ไส้ใน 'เครื่องบินกรมฝนหลวง' ‘บ.ตู้เต่าบิน’ เสนอ 1,188 ล.รายเดียว

ไส้ใน 'เครื่องบินกรมฝนหลวง'  ‘บ.ตู้เต่าบิน’ เสนอ 1,188 ล.รายเดียว

เงื่อนปมกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดซื้ออากาศยานรวม 4 ลำ วงเงินกว่า 2,371 ล้านบาท ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง หลัง “ศรีสุวรรณ จรรยา” ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน หอบหลักฐานยื่นไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อไต่สวน

กรณีกล่าวหา “ราเชน ศิลปะรายะ” เมื่อครั้งเป็นอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร รวมถึงอดีตอธิบดีกรมฝนหลวงฯ จัดหาอากาศยาน ได้แก่ เครื่องบิน LET L410NG จำนวน 2 ลำ วงเงิน 1,183 ล้านบาท และเครื่องบิน Cessna C408 2 ลำ วงเงิน 1,188 ล้านบาท รวมมูลค่าประมาณ 2,371 ล้านบาท ส่อเข้าข่ายจัดซื้อสูงกว่าราคาในท้องตลาด เป็นการจัดซื้อจัดจ้างโดยชอบหรือไม่

มาโฟกัสทีละสัญญากันดูบ้าง กรณีกรมฝนหลวงฯ จัดซื้อเครื่องบิน LET L410NG จำนวน 2 ลำ วงเงิน 1,183 ล้านบาท ประเด็นนี้ถูก “ศรีสุวรรณ” ยื่นต่อ ป.ป.ช.กล่าวหา 2 ประเด็น ได้แก่

1.การจัดซื้อจัดหาอากาศยาน L410NG ก่อนหน้านี้ มีข้อครหามากมาย โดยเฉพาะการเดินทางไปศึกษาดูงานเครื่องบินที่สาธารณรัฐเช็กนั้น (ทีมกรรมการ TOR และจัดซื้อจัดจ้าง) โดยบริษัทที่ชนะการประมูล (เป็นบริษัทที่ทำตู้ชงเครื่องดื่มอัตโนมัติ) เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ จนมีการแก้ไข TOR เพื่อปรับลดข้อกำหนดทางเทคนิคของรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ และเงื่อนไขทางเทคนิคมากมาย 

จะถือว่าเป็นการสมยอม หรือเอื้อประโยชน์ในการเสนอราคาต่อรัฐ หรือฮั้วประมูลขัดต่อ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 และพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ 2542 หรือไม่

2.ราคาเครื่องบิน LET 410 NG มีราคาเพียง 4.5 -6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 145-215 ล้านบาทต่อลำเท่านั้น แต่กรมฝนหลวงฯ กลับตั้งราคากลางไว้ที่ 1,188 ล้านบาทต่อ 2 ลำ ซึ่งในที่สุดมีการประมูลกันได้ที่ราคา 1,183 ล้านบาท ทำให้มีเงินทอนมากถึงประมาณ 750 ล้านบาท โดยมีการส่งมอบเครื่องบินลำแรกเมื่อ ก.ค.2568 ลำที่ 2 เมื่อ ส.ค.2568 ซึ่งอยู่ในช่วงที่นายราเชน เป็นอธิบดีกรมฝนหลวงฯ พอดี

ไส้ใน 'เครื่องบินกรมฝนหลวง'  ‘บ.ตู้เต่าบิน’ เสนอ 1,188 ล.รายเดียว

"กรุงเทพธุรกิจ" นำเสนอข้อมูลไปแล้วว่า โครงการข้างต้น ดำเนินการด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) กำหนดราคากลาง 1,188,770,000 บาท ออกประกาศเมื่อ 1 ธ.ค.2566 โดยมี บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) “บริษัทแม่” ของบริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด ผู้ผลิต “ตู้เต่าบิน” และ “ตู้บุญเติม” รวมถึงผู้ผลิตและนำเข้าเครื่องมืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นผู้เสนอราคา “แค่รายเดียว” และชนะไปด้วยวงเงิน 1,183 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2567

ข้อมูลโดยละเอียดโครงการนี้ ออกประกาศราคากลางเมื่อ 27 พ.ย. 2566 (ปีงบประมาณ 2567) ในชื่อโครงการซื้อเครื่องบินขนาดกลาง แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. จำนวน 2 ลำ วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร 1,314 ล้านบาท กำหนดราคากลาง 1,188,770,000 บาท ตกลำละ 594,385,000 บาท โดยอ้างอิงแหล่งที่มาจากราคาที่เคยจัดซื้อครั้งสุดท้ายภายใน 2 ปีงบประมาณ ตามสัญญาซื้อขายเลขที่ คภ./ฝล. 1/2566 ลงวันที่ 8 พ.ย. 2565

รายชื่อผู้รับผิดชอบกำหนดราคากลาง “ภักดี จันทร์เกษ” เป็นผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวง ประธานกรรมการ “เฉลิมพล ราชโรจน์” นักจัดการชำนาญการพิเศษ “ศักดา อุ่นน้อย” นายช่างเทคนิคอาวุโส “ร.ต.มนต์ สุทัศน์ ณ อยุธยา” นักบิน ท4/หัวหน้า และ“สมศักดิ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา” นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ เป็นกรรมการ

ไส้ใน 'เครื่องบินกรมฝนหลวง'  ‘บ.ตู้เต่าบิน’ เสนอ 1,188 ล.รายเดียว

ในขั้นตอนการประมูลโครงการดังกล่าว มีการออกประกาศเชิญชวนเมื่อ 1 ธ.ค.2566 ต่อมามีการสรุปข้อมูลการเสนอราคาเบื้องต้นเป็นเอกชน 1 ราย เมื่อ 5 ม.ค. 2567 หลังจากนั้นเปิดเผยรายชื่อผู้ยื่นเอกสาร (ยื่นประมูล) ปรากฏชื่อ บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้เสนอราคารายเดียว วงเงิน 1,183,600,919 บาท และเป็นผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติและเทคนิค โดยใช้หลักเกณฑ์การพิจารณา ราคาเกณฑ์คุณภาพ

ไส้ใน 'เครื่องบินกรมฝนหลวง'  ‘บ.ตู้เต่าบิน’ เสนอ 1,188 ล.รายเดียว

หลังจากนั้นเมื่อ 10 เม.ย. 2567 มีการประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา คือ บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดย “วีระวัฒน์ อังศุพาณิชย์” รองอธิบดีกรมฝนหลวงฯ ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมฝนหลวงฯ ลงนาม เท่ากับว่าใช้ระยะเวลาในการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด 132 วัน หลังจากนั้นดำเนินการทำสัญญาเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2567

ไส้ใน 'เครื่องบินกรมฝนหลวง'  ‘บ.ตู้เต่าบิน’ เสนอ 1,188 ล.รายเดียว

สำหรับโครงการนี้เกิดขึ้นในยุค “สุพิศ พิทักษ์ธรรม” ดำรงตำแหน่งอธิบดีในปี 2566-2567 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงรัฐบาล “เศรษฐา ทวีสิน” เป็นนายกรัฐมนตรี และมี “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” แกนนำพรรคกล้าธรรม เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์

ล่าสุด แหล่งข่าวภายในกระทรวงเกษตรฯ ชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่า ผู้บริหารกรมฝนหลวง ในขณะนั้นยืนยันว่ากระบวนการคัดเลือกเครื่องบินทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐาน และผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน

ในส่วนของกระบวนการจัดซื้อ ไม่ใช่การตัดสินใจโดยลำพังของอธิบดีกรมฝนหลวงฯเนื่องจากงบประมาณโครงการนี้สูงเกิน 1,000 ล้านบาท เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในการอนุมัติราคากลาง และการจัดซื้อ โดยมีสำนักงบประมาณเป็นผู้ตรวจสอบรายละเอียดอย่างถี่ยิบก่อนอนุมัติ

ส่วนกรณีการเดินทางไปตรวจดูโรงงานผลิตเครื่องบินในต่างประเทศนั้น แหล่งข่าวในกระทรวงเกษตรฯ ชี้แจงว่า เป็นไปเพื่อประโยชน์ของราชการเพื่อให้เห็นกระบวนการผลิตจริง และไม่ได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนได้จ่ายค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด เพื่อความสบายใจและป้องกันข้อครหา

 ที่ผ่านมาได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี สภาผู้แทนราษฎร ที่มี “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เป็นประธาน ซึ่ง กมธ.มองว่าไม่มีประเด็นที่ผิดปกติ เช่นเดียวกับทาง ป.ป.ช. ที่เคยเรียกสอบข้อมูลไปก่อนหน้านี้ และเรื่องก็เงียบหายไปเนื่องจากไม่มีมูลความผิด

ทั้งหมดคือข้อเท็จจริงทั้ง 2 ด้าน ทั้งในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และการชี้แจงจากกระทรวงเกษตรฯ ในเงื่อนปมการจัดซื้ออากาศยานดังกล่าว 

อย่างไรก็ดี เรื่องทั้งหมดอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นของสำนักงาน ป.ป.ช. ดังนั้นบุคคล หรือนิติบุคคลที่ถูกพาดพิงทุกราย ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่