วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'วีระยุทธ' ดักรัฐบาลอย่าอ้างสงคราม-พลังงาน ดันแลนด์บริดจ์

'วีระยุทธ' ดักรัฐบาลอย่าอ้างสงคราม-พลังงาน ดันแลนด์บริดจ์

‘วีระยุทธ’ แถลงผลประชุม 'ครม.เงาส้ม' ดักรัฐบาลอย่าอ้างสงคราม-พลังงาน ดันแลนด์บริดจ์ ‘ลิซ่า’ ซัดนายกฯ อย่าเอาหน้า ‘คนดี’ มาขาย หวังคนเชื่อไม่เอื้อนายทุน

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงหลังการประชุม "ครม.เงา" ครั้งที่ 1 ว่า  เรื่อง ที่กำลังร้อนแรงในขณะนี้และเห็นชัดเจนว่ารัฐบาลกำลังต้องการลดแรงเสียดทาน ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว. คลัง ไปศึกษาเพิ่มเติมใน 90 วัน อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่จึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชน ร่วมกันจับตา ว่านอกจากประเด็น แลนด์บริดจ์ แล้วยังมีเรื่องสำคัญที่ครอบอยู่อีก 2 เรื่องที่สังคมควรร่วมกันพิจารณา ชั้นแรก คือ อย่างไรเสียโครงการแลนด์บริดจ์อยู่ ใต้ร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ซึ่งคล้ายกับโครงการอีอีซี ที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออก ซึ่งเป็นการให้อำนาจพิเศษในการบายพาส ข้ามผ่านกฎหมายเก่าที่มีแทบทั้งหมด ซึ่งเสี่ยงที่จะซ้ำรอยปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออกหรือไม่ เพราะขาดการมีส่วนร่วม และปัญหาอื่นที่จะตามมา

ส่วนชั้นที่ 2 เหนือขึ้นไปอีกคือปัจจัยทางภูมิ รัฐศาสตร์ ซึ่งตอนนี้ค่อนข้างชัดเจนเมื่อดูรายงานฉบับล่าสุด ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าความคุ้มค่าทางการเงินนั้นมีความเสี่ยงจริงๆ เมื่อมองย้อนกลับไปอัตราผลตอบแทนทางการเงินมีเพียง 4 % เท่านั้น ขณะเดียวกันถ้ามูลค่าปัจจุบันสุทธิ ติดลบ  4 หมื่นล้านบาทด้วยซ้ำ ดังนั้น ความคุ้มค่าทางการเงิน ค่อนข้างเสี่ยงที่จะมีใครมาลงทุน ดังนั้นรัฐบาลจึงนำปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์โลกเข้ามาร่วมพิจารณา ซึ่งถือว่าฟังขึ้นที่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุช การมีสงครามตะวันออกกลาง

“แต่ยิ่งเอาปัจจัยเหล่านี้มาพิจาณราก็ยิ่งทำให้เรากังวลกับแนวทางที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าไป เพราะนี่คือไพ่สำคัญของประเทศไทยที่ไม่ควรไปเชื่อประเทศมหาอำนาจ แต่โครงการนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ของประเทศไทย หากคุณทิ้งไพ่ใบสำคัญนี้ให้มหาอำนาจชาติใดชาติหนึ่งยิ่งเป็นความเสี่ยงที่ทำให้เราเกิดจุดเปราะบางทั้งเรื่องพลังงาน และความมั่นคงในอนาคต รัฐบาลจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ถ้าจะทำด้วยปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ควรใช้โอกาสนี้ในการวางจุดยุทธศาสตร์ใหม่ของประเทศไทย ในการกระจายความเสี่ยง เป็นจุดร่วมลงทุนของประเทศต่างๆ”  นายวีระยุทธ กล่าว

'วีระยุทธ' ดักรัฐบาลอย่าอ้างสงคราม-พลังงาน ดันแลนด์บริดจ์

ส่วน นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวว่า นิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นภายใต้ พ.ร.บ.เอสอีซี ตนคิดว่า วันนี้รัฐบาลอย่าใช้โอกาสนี้เป็นจุดอ่อนของภาคใต้มาขายฝัน แน่นอนว่าคนใต้ต้องการเครื่องจักรทางเศรษฐกิจตัวใหม่ แต่การเอาแลนด์บริจด์มาโฆษณาโดยไม่พูดถึงว่าแลนด์บริจด์มีที่มา ที่ไปอย่างไร มีอะไรจะเกิดขึ้นก่อนแลนด์บริจด์ ซึ่งตนมองว่าเป็นการขายฝันและฉวยโอกาสมากเกินไป ที่พูดว่าสร้างเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงิน แต่ต้องตอบให้ได้ว่าเม็ดเงินที่สร้างนั้น สร้างให้กับใคร แล้วถ้าจะใช้โมเดลอีอีซี จะมีใครการันตีได้ว่าบทเรียนที่เกิดขึ้นกับอีอีซีจะไม่เกิดขึ้นซ้ำในภาคใต้อีก

น่าเสียดายที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ยกเลิกภารกิจลงพื้นที่ภาคใต้ เพราะตนก็อยากให้ท่านลงไปรับฟังเสียงประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ประชาชนจัดตั้ง หากไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ตนขอแนะนำให้ไปที่อ่าวเคย จังหวัดระนอง ซึ่งประชาชนพร้อมให้ข้อมูล และทราบว่า 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการกว้านซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่ จากบริษัทนอมินีที่คนในพื้นที่รู้จักดีในนาม “อาม่า” ซึ่งท่านเป็นรัฐมนตรีเชี่ยวชาญภาคใต้ ท่านต้องรู้แน่นอนถ้าจะไปจริงๆ

“เรื่องนี้รัฐบาลไม่มีความจริงใจ ไม่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ทุกอย่างดูเร่งรีบ เร่งรัดไปหมด และเมื่อสื่อมวลชนถามนายกฯ ล่าสุดว่าท่านจะการันตีได้อย่างไรว่าโครงการนี้จะไม่เป็นการเอื้อให้ทุนต่างชาติมาเช่าที่ดิน นายกฯ กลับตอบว่าให้ดูหน้าท่าน ว่า 7-8 ปีที่ผ่านมาไม่เคยเอื้อประโยชน์ให้กับใคร ดิฉันคิดว่า การตอบแบบนี้มักง่ายไปหน่อย ท่านเอาแค่หน้าท่านมาการันตีว่าจะไม่ทำเพื่อใคร แต่วันนี้ที่เราพูดกันคือผลประโยชน์ของประชาชน ต้นทุนคือทรัพยากรของประเทศ มันต้องมีการยืนยันด้วยข้อเท็จจริงมากกว่าการบอกว่าตนเป็นคนดี ให้เชื่อฉันสิ เรื่องนี้ทำให้ดิฉันคิดว่า รัฐบาลไม่มีความจริงใจตั้งแต่แรก” นางสาวภคมน กล่าว