วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

วุฒิชาติ ปัดข่าว สว.จ่อคว่ำ ร่างกม.อากาศสะอาด รับเห็นต่างจากสภา

วุฒิชาติ ปัดข่าว สว.จ่อคว่ำ ร่างกม.อากาศสะอาด รับเห็นต่างจากสภา

"วุฒิชาติ" มองเป็นเรื่องดี รัฐบาล ยืนยันร่าง กม.อากาศสะอาด ปัด "สว." จ่อคว่ำเนื้อหา ยอมรับมีบางประเด็นเห็นต่างจากสภาฯ จ่อใช้ กมธ.ร่วมหาทางออก

ที่รัฐสภา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว.ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)อากาศสะอาด วุฒิสภา กล่าวหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติยืนยันส่งร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด กลับเข้าสู่สภาฯ ว่า หลังจากนี้จะต้องนัดประชุมวิป ทั้ง 3 ฝ่าย คือฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา หารือเพื่อที่จะยืนยันร่างกฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้เห็นด้วยกับมติ ครม. แสดงว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคนที่จะได้หายใจด้วยอากาศสะอาด 

"ยืนยันว่าจะพิจารณาให้เร็วที่สุด โดยกระบวนการวันนี้วิปวุฒิสภาจะหารือกันว่าจะยืนยันให้ กมธ.ชุดเดิมพิจารณาต่อหรือไม่" นายวุฒิชาติ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะถูกคว่ำในชั้นสว. นายวุฒิชาติ กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะต้องคำนึงถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คือผู้ที่ได้รับประโยชน์และผู้ที่เสียประโยชน์ ซึ่งวุฒิสภาทุกคนเห็นตรงกันว่าเป็นร่างกฎหมายที่เกิดประโยชน์กับประชาชน  ส่วนที่บางประเด็นที่ สว.ไม่เห็นด้วยกับสภาฯ นั้น ในกระบวนการสามารถตั้งกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาได้ โดยเชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานเพราะที่ผ่านมาก็พิจารณาไปหลายมาตราแล้ว

"สว.ยืนยันที่จะพิจารณาโดยยึดถือประโยชน์ของส่วนรวม หลังมีการตั้งข้อสังเกตว่าการพิจารณาของวุฒิจะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ซึ่งการพิจารณาในชั้นกมธ. ก็มีตัวแทนจากภาคประชาชนเข้ามาด้วย หากได้สอบถามภาคประชาชนก็จะเห็นว่าวุฒิสภาให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกับฝั่งประชาชนมากกว่า" นายวุฒิชาติ กล่าว

เมื่อถามว่าร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดที่ผ่านมา มีการตั้งข้อสังเกตว่าไม่ผ่านเพราะมีการเอื้อในทุน นายวุฒิชาติ กล่าวว่า ไม่จริง อย่าใช้คำว่าเอื้อนายทุน ยืนยันว่าพิจารณาด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง เรื่องนี้จะต้องพิจารณาทั้งสองฝ่าย คือประชาชนผู้ที่สมควรได้รับอากาศสะอาดหายใจเข้าไป และผู้ประกอบการก็ต้องพิจารณาด้วยความเป็นธรรม ซึ่งต้องมีการปรับตัว คงจะไม่ปล่อยให้ปัญหาเกิดไปเรื่อยๆ ต้องมีการกำหนดขั้นตอนและระยะเวลา กำหนดระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบว่าข้าเป็นไปตามมาตรฐาน ที่กำหนดกฎเกณฑ์ไว้หรือไม่