วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'ปชป.' จ่อชูแคมเปญ 'กรุงเทพรอไม่ได้' อัดจุดบอด4ปี 'ชัชชาติ'

'ปชป.' จ่อชูแคมเปญ 'กรุงเทพรอไม่ได้' อัดจุดบอด4ปี 'ชัชชาติ'

"สกลธี" เผยผู้สมัคร ส.ก.50เขตเป็นส่วนผสมจากหลายพรรค ตั้งเป้าคว้าชัย 15-20เขต พร้อมจ่อใช้แคมเปญ "กรุงเทพรอไม่ได้" ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.

นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่กำกับดูแลพื้นที่ กทม. ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ถึงการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.)  50 เขต ว่า เป็นผู้สมัครที่ได้ผ่านการคัดเลือกซึ่งเป็นส่วนผสมที่หลากหลาย ทั้งจากที่เป็น ส.ก. ในปัจจุบัน 12 คนจากหลากหลายพรรค แบ่งเป็น สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ 6 คน สังกัดพรรคเพื่อไทย 2 คน สังกัดพรรคประชาชน 2 คน สังกัดพรรคไทยสร้างไทย 1 คน และจากกลุ่มรักษ์กรุงเทพ 1 คน ส่วนอีก 38 คนมีทั้งส่วนของอดีตผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคอื่น รวมถึงเป็นคนทำงานในพื้นที่และคนใหม่

นายสกลธี กล่าวต่อว่า หลายคนที่มาจากพรรคอื่น ในอดีตเคยอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้มี ส.ก.ปัจจุบันที่สังกัดพรรคอื่น มาพูดคุยเยอะ แต่จากการพูดคุย สัมภาษณ์ แนวทางการทำงาน จึงคัดเฉพาะคนที่อุดมการณ์และแนวทางที่ตรงกัน โดยยอมรับว่า ส.ก.ของพรรคเพื่อไทยมาพูดคุยเยอะกว่านี้ แต่ได้ปฏิเสธไป เช่น นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง ที่แม้คนในครอบครัวเป็นส.ก.ปัจจุบันอยู่ แต่จากการคุยด้วยเหตุด้วยผลหลายอย่าง ทำให้กรรมการสรรหาปฏิเสธไม่รับ ส่วนหนึ่งคือแนวทางการทำงานไม่ตรงกัน ส่วน ส.ก.ที่เคยสังกัดพรรคเพื่อไทย ซึ่งพรรครับส่งสมัคร คือ นายประพฤทธ์ หาญกิจจะกุล ส.ก. เขตห้วยขวาง และ นายอนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ ส.ก.เขตห้วยขวาง ส่วนส.ก.จากพรรคอื่นได้มาพูดคุยจำนวนมาก แต่บางคนที่เป็น ส.ก.สมัยนี้ มาแบบงงๆ มาจากกระแสพรรคแต่ไม่ได้ทำงานในพื้นที่ต่อเนื่องเพียงพอ

“ใน 50 เขตที่ส่งเลือกตั้ง พรรคตั้งเป้าไว้ว่าอย่างน้อยส่วนที่เป็น ส.ก. ปัจจุบันเป็นส่วนที่คาดหวังได้ว่าจะชนะ  เพราะมีการทำงานในพื้นที่ นอกจากนั้นคือ อดีต ส.ก. ที่มาสมัคร ไม่ต่ำกว่า 15-20 คน” นายสกลธี กล่าว

นายสกลธี กล่าวถึงบุคคลที่พรรคส่งสมัครเป็น ผู้ว่าฯกทม. ว่า จาก 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการพูดคุยประมาณ 7-8 คน และล่าสุดได้ตัวจริงแล้ว แต่ขณะนี้ต้องรอให้เจ้าตัวจัดการเรื่องส่วนตัวให้แล้วเสร็จก่อน หากเคลียร์ไม่ได้ อาจต้องเปลี่ยนตัว ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันมีคนส่งแน่นอน เพราะคุยไว้หลายคน และจะเลือกคนที่ดีที่สุดที่จะพิจารณาได้ สำหรับลักษณะที่เปิดเผยได้ คือ เป็นผู้ชาย อายุระหว่าง 50-60 ปี เป็นนักธุรกิจที่เป็นเจ้าของกิจการ และคลุกคลีในแวดวงการเมือง รวมถึงเฉี่ยวๆ กันกับพรรคประชาธิปัตย์  โดยจะเปิดตัวกลางเดือนพ.ค. นี้

นายสกลธี กล่าวถึงนโยบายเรือธงที่จะใช้หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และ ส.ก. ว่า กรุงเทพรอไม่ได้ เพราะจาก 4 ปีของการทำงานของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.ปัจจุบัน แม้จะมีเรตติ้งดี ตั้งใจทำงาน แต่แลนด์มาร์กไม่เกิด การทำงานเป็นงานเส้นเลือดฝอน แต่ไม่มีภาพใหญ่ เชิงโครงสร้าง ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะนำจุดบอดของ 4 ปีของนายชัชชาติ มานำเสนอให้เป็นแนวทางพัฒนากทม. ให้ดีกว่านี้ มีความสุขได้กว่านี้

“โดยหลักหากผู้ว่าฯ กทม. ไม่ขยันไม่ต้องมาเป็น แต่คนที่มองดูอยู่อยากเห็นการพัฒนาเมืองที่มากกว่าเห็นว่าลอกท่อ หรือ แก้ปัญหาทางเท้า ซึ่งเป็นเหมือนเส้นเลือดฝอยเพียงอย่างเดียว  แต่ควรพัฒนาเพื่อให้เห็นอนาคตของกทม. โดยผมจะนำนโยบายที่เคยลงแข่งชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ของผมรอบที่แล้วมาพิจารณาและมานำเสนอใหม่ เช่น การหารายได้เข้ากทม.เพิ่ม จากการเก็บภาษีโรงแรม ทำฟีดเดอร์ขนคนเข้าสู่ระบบขนส่งหลัก  เป็นต้น” นายสกลธี กล่าว