วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'ปชป.' จ่อยื่นศาลรธน. ตีความ ออก พ.ร.ก.กู้เงินแสนล้าน ขัดรธน.

'ปชป.' จ่อยื่นศาลรธน. ตีความ ออก พ.ร.ก.กู้เงินแสนล้าน ขัดรธน.

"ปชป." จ่อล่าชื่อ สส. ยื่นศาลรธน.ตีความ "รัฐบาล" ออกพ.ร.ก.กู้เงินแส้นล้าน ขัดรธน. ชี้โครงการที่ใช้เงินไม่จำเป็นเร่งด่วน ไม่เข้าเงื่อนไขวิกฤติกระทบความมั่นคงประเทศ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวนิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีมติจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพราะมองว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ  ทั้งนี้ตนเห็นว่ารัฐบาลสามารถมีรายจ่ายมากกว่ารายได้อยู่แล้วตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หนี้สาธารณะ คือในแต่ละปีสามารถกู้เงินได้มหาศาลเพื่อชดเชย การขาดดุลในงบประมาณ และตามกฎหมายได้เปิดช่อง ยืดหยุ่นให้กับฝ่ายบริหาร ว่าในกรณีที่จำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉิน หลีกเลี่ยงไม่ได้ สามารถที่จะกู้เงินเพิ่มเติม นอกเหนือจากการขาดดุลในงบประมาณ

"ที่อ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 172  เพื่อออกพ.ร.ก. กู้เงิน หากย้อนกลับไปในอดีต จะใช้ด้วยสาเหตุที่เป็นวิกฤติระดับมีผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ต่อประเทศชาติ เช่น ปี 2541 การออกพ.ร.ก. ในวิกฤตต้มยำกุ้ง หรือปี 2552 ที่มีการออกพ.ร.ก. กู้เงินเพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ หรือปี 2565 ที่มีการออก พ.ร.ก.เงินกู้เพื่อที่จะมาแก้ไขปัญหาวิกฤตโควิด-19  ซึ่งแต่ละครั้งมีภาวะวิกฤตที่มีผลทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ติดลบทุกครั้ง และในแต่ละครั้งมีระดับความวิกฤตที่ชัดเจน มีความจำเป็นเร่งด่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะไม่มีเงินจากช่องทางอื่น ที่รัฐบาลสามารถที่จะใช้ได้ นอกจากการออก พ.รงก.กู้เงิน”นายกรณ์ กล่าว 

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า

แม้ปัจจุบันประชาชนเดือดร้อนเรื่องพลังงาน แต่รัฐบาลมีทางเลือกอื่น ขณะเดียวกันวิกฤติในแง่ค่าของชีพของประชาชน ยังไม่มีความชัดเจนต่อผลกระทบระดับมหาภาคต่อความมั่นคงเศรษฐกิจของประเทศ โดยเศรษฐกิจปีที่แล้วโต 2.6% ปีนี้มีสงครามตะวันออกกลาง มีการคาดการณ์ว่า จะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ1.5% ยังไม่ติดลบ 

นายกรณ์ กล่าวต่อว่าพรรคประชาธิปัตย์อยากจะเสนอไปยังรัฐบาลว่าแทนที่จะออกพ.ร.ก.กู้เงินไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ รัฐบาลควรจะเร่งออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ที่ได้พูดไว้ แต่ยังไม่มีการดำเนินการ ซึ่งเดิมทีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าน่าจะสามารถโอนงบประมาณที่ไม่มีการเบิกจ่าย และไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ที่ต้องใช้งบประมาณฉบับเดิม น่าจะโอนเข้ามาเพื่อเป็นการใช้งานในกรณีฉุกเฉินได้อย่างน้อยประมาณ 100,000 ล้านบาท ล่าสุดมีข่าวว่า จะมีการโอนงบประมาณเพียง 50,000 ล้านบาท ตนขอถามว่าทำไมถึงทำได้แค่นั้น อย่างไรก็ตาม ก็ยังมี 50,000 ล้านบาทในมือที่จะใช้กับโครงการที่รัฐบาลมองว่าจำเป็นเร่งด่วนมากกว่ารายการเดิมในงบประมาณฉบับปัจจุบัน 

"ในงบประมาณ ปี 69 ณ ปัจจุบันเพดานเงินกู้ยังมีช่องว่างเหลือให้รัฐบาลสามารถที่จะกู้เพิ่มเติมได้ ด้วยการออก พ.ร.บ.งบกลางปี ถึงแม้จะไม่มากแต่ก็เป็นหลักกว่าหมื่นล้านบาท สามารถเอามารวมกับ การโอนงบประมาณฯ เป็นเงินหน้าตักให้กับรัฐบาลใช้ในระหว่างนี้ จนกว่างบประมาณฉบับปี 70 มีผลบังคับใช้ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่มีแหล่งเงินอื่นที่จะสามารถใช้ได้ แต่รัฐบาล สามารถใช้แหล่งเงินตามที่ตนได้ชี้แจงไปได้ ในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนจนกว่ารัฐบาลจะมีงบก้อนใหญ่ คืองบฯปี70 ที่จะทำให้มีเม็ดเงินกว่า 3 ล้านล้านบาท" นายกรณ์ กล่าว 

 
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีเจตนาขัดขวางการช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาล แต่การช่วยเหลือประชาชน เช่น  การจัดหาผลผลิตปุ๋ยหรือโครงการต่างๆสามารถใช้แหล่งเงินอื่นได้ รวมไปถึงการใช้วิธีปรับโครงสร้างพลังงาน

"การใช้เงินแสนล้านบาทที่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนฉุกเฉินจำเป็นแน่นอน  ผ่านการออกเป็นพ.ร.ก. ถือว่าขัดเงื่อนไขของการออกพ.ร.ก.  ขณะนี้มีการดำเนินการยกร่างหนังสือที่จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่การลงลายมือชื่อเพื่อยื่นต่อศาลฯ นั้นต้องใช้เสียงสส.ถึง1ใน5คือ 100 คน เราจึงต้องขอเสียงเพิ่มเติมจากพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น อย่างพรรคประชาชน และพรรคกล้าธรรม ซึ่งจะได้มีการประสานงานต่อไป”นายสาทิตย์ กล่าว